Get Adobe Flash player

อำลาด้วยหัวใจ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ทอดน่องท่องไทยฉบับนี้ ถือว่าเป็นการทอดน่องครั้งสุดท้ายในหนังสือพิมพ์เสรีชัยนะครับ แต่ผมก็ยังคงทอดน่องท่องไทยไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุดนะครับ เพราะการท่องเที่ยวคือชีวิต คือประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ในห้องเรียนใหญ่ ที่เราสามารถเรียนรู้ได้ไม่มีที่สิ้นสุดครับ คิดไปก็ใจหายนะครับ ที่ผมกับผู้อ่านมีความผูกพันกันมา ทุกอาทิตย์เราต้องได้พบกัน มีเสียงตอบรับจากพี่ป้าน้าอาที่ได้อ่านแล้วมีคำถาม มีความชื่นชม มีความสงสัย และสุดท้าย ก็เดินทางทอดน่องท่องไทยไปตามที่เส้นทางที่ผมเขียน แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วครับ

ก่อนอื่น ผมต้องขอบคุณคุณบุญญลักษณ์ เจริญกิจการ หรือคุณแดง ที่ให้เนื้อที่ในหนังสือพิมพ์เสรีชัยเพื่อให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ลงบทความแนะนำแหล่งท่องเที่ยว จนถึงเวลานี้ก็ประมาณ 4 ปีแล้ว และต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่อดทนรอต้นฉบับ ที่ส่งถึงมือใกล้วันที่จะต้องส่งพิมพ์ในหลายๆ ครั้ง และขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับที่กรุณาอ่านทอดน่องท่องไทยมาตั้งแต่ฉบับแรกๆ จนถึงในวันนี้

สำหรับฉบับส่งท้ายในวันนี้ ผมขอรวบรวมภาพและเรื่องราวของสถานที่ที่ผมเคยเขียนถึงในคอลัมน์ทอดน่องท่องไทยที่น่าไปเที่ยว เพื่อเป็นการรำลึกความหลัง และรำลึกถึงมนต์เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว ที่ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในสายตาชาวโลกนะครับ

1.สถานีรถไฟบ้านปิน จังหวัดแพร่

“เป็นสถานีรถไฟแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบเฟรมเฮ้าส์แบบบาวาเรียน อยู่คู่จังหวัดแพร่มากว่า 100 ปี”

2.ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง

“ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ได้ริเริ่มโรงเรียนฝึกควาญช้างแห่งแรกของโลก เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิถีของคนและช้างด้วยตนเอง ผู้เข้าฝึกจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นลงช้าง การขี่ การควบคุมช้าง การดูแลสุขภาพช้าง และการสร้างความคุ้นเคยต่อกัน”

3.ทองสุโขทัย

“ร้านทองสมสมัย สื่อได้ถึงเอกลักษณ์ของทองสุโขทัยที่มีความสวยงามที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งรูปแบบนั้น ก็ได้มาจากของโบราณที่ลูกค้านำเส้นถักสำริดโบราณที่ได้จากบริเวณริมแม่น้ำยม ซึ่งเป็นลวดลายที่ไม่มีอยู่ในท้องตลาด มีการแกะลายออกมาทีละปล้อง ในแต่ละแบบก็ล้วนนำลวดลายจากแหวนทอง สร้อยถักโบราณ และลวดลายที่ปรากฏในลายปูนปั้นตามโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัย พร้อมกับใช้ทองคำบริสุทธิ์ร้อยละ 99.99 ซึ่งเป็นเนื้อทองที่ใช้ทำทองคำในสมัยโบราณ”

4.เดินเล่นเส้นบางรัก-สีลม

“ตึกเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกแห่ง คือ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ซึ่งเป็นไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5  สถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ออกแบบเป็นแนวสากลร่วมสมัย ผสมผสานกับศิลปะแบบนีโอคลาสสิค ปัจจุบัน ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานต่างๆ ทั้งประชุมสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ โดยเฉพาะจัดงานแต่งงาน ด้วยรูปทรงอาคารจึงสามารถสร้างบรรยากาศคลาสสิคได้อีกด้วย”

5.ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ 1

“การจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคในรัชกาลที่ 9 เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2500 เพื่อฉลองปีมหามงคล 25 พุทธศตวรรษ และ พ.ศ. 2502 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ถึงจัดเรือได้เต็มขบวน นอกจากนี้ ยังโปรดฯ ให้มีการต่อยอดและพัฒนาศิลปะเรืออยู่เสมอ มีการจัดสร้างเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ซึ่งถอดแบบจากเรือพระที่นั่งลำเดิมที่ชำรุดเสียหาย เหลือเพียงโขนเรือที่เป็นรูปพระนารายณ์ประทับอยู่บนหลังของพญาครุฑ ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่นี่”

6.เพชรบุรีแดนใจ

“ความภาคภูมิใจของคนเพชรอย่างหนึ่งคือ เป็นเมืองที่ผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จะเห็นได้จากการที่ 3 พระมหากษัตริย์ไทยในยุครัตนโกสินทร์ ทรงเลือกเพชรบุรีเป็นที่ตั้งพระราชวังสำหรับแปรพระราชฐานคือ พระนครคีรีหรือเขาวัง (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) พระรามราชนิเวศน์ หรือพระราชวังบ้านปืน (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5) และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6) ซึ่งพระราชวังทั้งสาม ยังคงได้รับการอนุรักษ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง”

7.เที่ยวแพร่ เมืองงามแห่งล้านนาตะวันออก

“แพร่ เมืองเล็กๆ น่ารัก ทีเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณีที่งดงาม ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีไมตรีจิตต่อแขกผู้มาเยือน แม้ว่าจะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพูดถึงและไปท่องเที่ยวเมืองแพร่มากนัก แต่ถ้าใครได้ไปสัมผัส รับรองต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอนครับ

แพร่ ถือเป็นประตูเมืองแห่งล้านนา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ ยังคงรักษาตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมต่างๆ ในแบบล้านนาโบราณได้อย่างงดงามและสมบูรณ์ที่สุดเลยครับ”

8.เชียงใหม่สุนทรี สตรีท่องเที่ยว

“ณ เชียงใหม่แห่งนี้ มีพิพิธภัณฑ์เก๋ๆ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่เกิดขึ้นใหม่ ชื่อพิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม  ซึ่งก่อตั้งโดยครอบครัวบุนนาค-เบอร์เดอเลย์ คือ คุณฌอง มิเชล เบอร์เดอเลย์ และคุณพัฒศรี บุนนาค ภรรยาผู้ล่วงลับ และบุตรชาย คุณเอริค บุนนาค โดยจุดประสงค์หลักของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ คือการแบ่งปัน และให้สถานที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเสพงานศิลปะร่วมสมัยที่ครอบครัวบุนนาค สะสมมามากกว่า 30 ปี โดยจะนำเสนอผลงามศิลปะร่วมสมัยของศิลปินชั้นนำ และศิลปินรุ่นใหม่หลายๆ ท่าน”

หลายๆแห่งในแหล่งท่องเที่ยว ที่พาคุณผู้อ่านทอดน่องท่องไปด้วยกัน ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามตามธรรมชาติ สักครั้งในชีวิตที่คุณผู้อ่านต้องตามไปสัมผัสให้ได้นะครับ

แล้วพบกันใหม่ในเมืองไทย เจอกันก็อย่าลืมทักทายกันนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดี สวัสดีครับ