Get Adobe Flash player

พระพิฆเนศ โดย อ.จอย โหรา

Font Size:

สวัสดีคะ  วันนี้เรามาพูดถึงเทศกาล คเณศจตุรถี ซึ่งนับเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ ในการบูชาพระพิฆเนศ ซึ่งเชื่อถือกันว่า พระองค์จะเสด็จมายังโลกมนุษย์ เพื่อประทานพรอันศักดิ์สิทธิ์ แก่ผู้ที่บูชาและสรรเสริญพระองค์ ซึ่งจะตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 9 และ วันแรม 4 ค่ำ เดือน 10 เทศกาลนี่ จะมีการจัดพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง องค์เทพที่เป็นสากลนี้ ทั่วทั้งอินเดีย และประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีการจัดสร้างเทวรูปพระพิฆเนศขนาดใหญ่โตมโหฬาร เพื่อเข้าพิธีบูชา จากนั้นก็จะแห่องค์เทวรูปไปทั่วเมือง และมุ่งหน้าไปสู่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สายต่างๆ ถนนหนทางทั่วทุกแห่งหน จะมีผู้คนออกมาชมการแห่องค์เทวรูปนับร้อยนับพันองค์ ผู้ศรัทธาทุกคน จะแต่งชุดสาหรีสีสันสวยงาม ขบวนแห่จะสิ้นสุดที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เช่น แม่น้ำคงคา แม่น้ำสรัสวดี ฯลฯ แล้วทำพิธีลอยเทวรูปลงสู่แม่น้ำ หรือทะเล

     ในประเทศไทย จะเห็นได้ว่ามีการบูชาองค์เทพมากมาย ในศาสนา(ฮินดู)พราหมณ์ รวมทั้งองค์พระพิฆเนศ ซึ่งอยู่คู่คนไทยมาช้านาน ตั้งแต่สมัยโบราณ ปรากฏเป็นรูปปฎิมากรรมพระพิฆเนศ ณ โบราณสถานหลายแห่ง เช่น ที่เมืองนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ลพบุรี นครราชศรีมา ฯลฯ  คนไทยถือว่า องค์พระพิฆเนศเป็นที่เคารพ สักการะในฐานะองค์บรมครูแห่งศิลปวิทยาการ 18 ประการ โดยคนไทยยอมรับในองค์พระพิฆเนศ เป็นเทพองค์สำคัญพระองค์แรก และนับถือให้ท่านเป็นประธานในการประกอบพิธีกรรม ที่ต้องบูชาก่อนเริ่มพิธีกรรมต่างๆ ในฐานะบรมครูผู้ประสาทปัญญา และความสำเร็จ สามารถขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้หมดสิ้นไป กิจการทุกอย่างสำเร็จด้วยดี หน่วยราชการกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลปะ และ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมทั้งพิธีเปิดกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ พิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ โขน ละคร พิธีไหว้ครูของควาญช้าง พิธีครอบครูเรียนสรรพวิชาต่างๆ ฯลฯ ก็ต้องกล่าวบูชาพระพิฆเนศเสียก่อน เพื่อความเป็นศิริมงคล  จึงได้ถือเอาพระพิฆเนศ เป็นเทพแห่งการทำกิจการ หรือเล่าเรียน ให้ประสพความสำเร็จก้าวหน้า

     ดังนั้น การอธิษฐานขอพรใดๆ ที่ไม่เกินวาสนาบารมี ย่อมสำเร็จได้ทุกสิ่ง พระองค์ย่อมประทานพรให้สมปรารถนาเสมอ เช่น การขอพรด้านการศึกษาเล่าเรียน ขอปัญญาความรู้ ขอตำแหน่งหน้าที่การงาน ขอด้านการเงิน และความรัก ขจัดทุกข์ภัย และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ประสพผลสำเร็จ แต่ก็ขึ้นอยู่กับบุญกับกรรมของแต่ละคน ที่แตกต่างกัน

 

     พระพิฆเนศวร เป็นโอรสของพระศิวะ และพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี (พระแม่อุมา) มีรูปกายเป็นมนุษย์ มีเศียรเป็นช้าง อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า คชานนท์ มีงาข้างเดียว อ้วนเตี้ย ท้องพลุ้ย หูยาน พระวรกายสีแดง สีขาว สีเหลือง ฯลฯ นุ่งห่มภูษาแดง มี 4 กร ถือบ่วงบาศ ขอสับช้าง และมีเทพศัสตราวุธ อีกหลายชนิด ซึ่งได้รับประทานจากพระศิวะ มีพาหนะบริวาร คือ หนู นามว่า มุสิกะ

     เครื่องสังเวยพระพิฆเนศ ห้ามใช้เนื้อสัตว์ทุกชนิด ของที่ถวาย คือ ขนมโมทกะ ขนมลาตูบ(ชาวอินเดียนิยมถวาย) ขนมหวานต่างๆ ขนมต้ม ต้มแดง ต้มขาว กล้วยที่สุกแล้ว หรือผลไม้อื่นๆ ที่สุกแล้ว มะพร้าว อ้อย หญ้าแพรก นมสด น้ำหวานสีแดง ดอกไม้สีสด ตลอดจนข้าวสารเกลือ พืช ผัก งา สมุนไพร ธัญพืช และเครื่องเทศทุกชนิด ก็สามารถใช้ถวายได้ฯลฯ

     คาถาในการบูชา มีมากมายหลายบท แต่บทที่สั้นๆ และนิยมกันมาก คือ “โอม ศรีคเณศายะ นะมะ ฮา”

     ขั้นตอนในการบูชา

1.จุดเทียนไข หรือตะเกียงน้ำมัน ธูป กำยาน

2. กล่าวคำบูชาพระพิฆเนศ แล้วจึงตามด้วยการสวดบูชาเทพองค์อื่นๆ

3. ถวายเครื่องบูชาสักการะ กล่าวคำถวาย และอัญเชิญมารับเครื่องถวาย (กล่าวเป็นภาษาไทยก็ได้)

4.สวดมนต์ ท่องพระนาม ภาวนา ทำสมาธิ

5.ถวายไฟ โดยใช้เทียน หรือสำลีชุบน้ำมันเนย ไว้บนถาด แล้วยกถาดนั้นวนเป็นวงกลม (ตามเข็มนาฬิกา) 3 รอบ แล้วใช้ฝ่ามืออังไฟที่วนนั้นมาแตะที่หน้าผาก เพื่อให้เกิดความสว่างแก่ดวงปัญญา และชีวิต หรือแตะบริเวณอื่นๆ ที่มีอาการปวดเจ็บก็ได้ จากนั้นก็แผ่เมตตา แก่สรรพสัตว์ เพื่อนมนุษย์ฯลฯ เป็นอันเสร็จพิธี

     การประดิษฐานพระพิฆเนศ และเทวรูปองค์อื่นๆ เน้นที่ความสวยงาม ความสะดวก และเหมาะสมเป็นหลัก เรื่องทิศทางถือว่าเป็นรอง ส่วนใหญ่จะเน้นทางทิศตะวันออก หรือทิศอื่นๆก็ได้ ยกเว้นทิศตะวันตก แต่ที่สำคัญควรแยกที่บูชาเป็นเอกเทศต่างหาก ไม่ปะปนกับหิ้งพระ หรือโต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูป หรือเกจิอาจารย์

     ความรู้เกี่ยวกับตัวท่านมีอีกมากมาย ขอให้ผู้ศรัทธาทุกท่าน ได้โปรดศึกษาเรื่องราวและวิธีการบูชา เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง สาธุ