Get Adobe Flash player

จากศูนย์สู่ดับสูญ โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

พวกเราโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ที่ได้เกิดมาในพุทธศาสนา ที่ได้พบกับพระธรรมคำสั่งสอนของพระตถาคต ระลึกกันบ้างหรือเปล่า? เลิกตายทิ้งตายขว้างกันได้แล้ว อย่าให้ลมหายใจ 0 เปล่า พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ดีที่สุด เป็นเลิศในทุกทาง หลายๆ คนยอมรับและนับถือ แต่คนเหล่านี้เคยได้สัมผัสกับพระธรรมกันจริงๆ หรือเปล่า หรือเพียงแต่ “สักแต่ พูดกับยอมรับไปตามเขาเท่านั้น ในเรื่องของเราเองตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยพบว่าตนเองมีคุณค่า มีความดี มีความสุข หรือมีเป้าหมายในชีวิตมาก่อน ตราบจนกระทั่งได้เปิดใจ ไล่กิเลสออกจากใจ โดยมีพระธรรมเป็นเครื่องมือ ท่านสอนอย่างไร ทำอย่างนั้น ทำการรื้อถอนกิเลส โดยโจมตีกองทัพใหญ่ของกิเลสที่ชื่อ สมุทัยแตกกระเจิงเป็นด่านแรก  แม้ยังไม่ขาดสะบั้น เพราะตัวแม่ทัพใหญ่ที่ชื่อราคะยังหนีไปได้ ก็ยังตามซ้ำไม่ยอมให้มันรวมตัวกันติด ซ้ำมันทุกวี่ทุกวันขอตามรังควาญหรอกหลอนมันบ้างให้สมกับที่มันเอาลงนรกมาไม่รู้กี่ที มันเป็นหนี้เดียวกับแค้นเดียวที่จะต้องชำระสะสางให้สิ้นซากจนวันที่จะสิ้นใจ เอากันยังงั้นเลย นอกจากนั้นแล้ว…ความตายเท่านั้นที่จะพรากเราจากกันได้  แต่ไม่นานพอเกิดมามันตามมาอีก ...จำต้องรู้ดำรู้แดงกันในชาตินี้

                ธรรมเหล่าใดที่เกิดในสถานที่แร้นแค้นไกลปืนเที่ยงในป่าในเขาแดนขาดแคลนกันดาร เพื่อให้สัตว์โลกตื่นตัวไม่ประมาทต่อชีวิต มุ่งหาแต่ความเพียร เป็นของแท้ของดีมีคุณค่าก้าวหน้าเร็ว  ธรรมเหล่าใดที่เกิดกลางใจแดนแสนศิวิไลซ์ เป็นธรรมจอมปลอมที่ทำลายพระศาสนา งานในทางโลกมนุษย์เราทำกันจนวันตายก็ไม่มีทางสิ้นสุดหรือได้พัก กับยังเป็นเหตุให้เกิดภพเกิดชาติ งานในทางธรรม ยอมใช้ความอดทน ด้วยทุกข์จาก ความเพียรอย่างหนัก ผ่านไปไม่กี่ปี ดีกว่าทุกข์จากตกนรกเป็นกัปล์กันย์แล้วเวียนว่ายตายเกิด  จบทุกอย่างในชาตินี้ และในชาตินี้ก็ได้พัก จบตั้งแต่บรรลุมรรคผลในชาตินี้ และจบไม่มีชาติหน้า ไม่มีเหตุมีผลให้ต่อภพภูมิหน้า ได้หยุดได้พัก

        เมื่อธรรมเข้าไปยึดครองพื้นที่ในจิตได้แทนกิเลสได้แล้ว เรายังค้นพบว่าใจเป็นเครื่องรองรับทุกอย่าง (สันทิฏฐิโก) ใจเป็นจุดห้องเครื่องใหญ่ในทุกกิจการ เป็นฐานรองทุกอย่าง ทั้งธรรมและกิเลส ใจเป็นที่เกิดของพระโสดาบัน พระสกิทานามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ แก้ปัญหาทุกอย่าง แก้ที่ใจ (เมื่อรับธรรม จะเกิดปัญญา..และสุข) เมื่อรับกิเลสเกิดแต่ความโง่เขลา ตามืดมัวกับทุกข์ร้อน กิเลสปิดหูปิดตาให้เห็นผิดเป็นชอบ

        จิตอย่างไรใจอย่างนั้น  อันเดียวกัน เป็นใหญ่กว่าทั้งปวง ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ แพ้ชนะวัดกันที่ใจ เป็นคำกล่าวที่แท้จริงแล้ว สิ้นสงสัย จิตเมื่ออิ่มอารมณ์จากรสพระธรรม จิตจะกลับคืนสู่จิตเริ่มแรกที่เป็นประภัสสร  เพิ่งจะได้สัมผัส ได้รับธรรม รู้รสชาติของธรรม  ก็เพิ่งจะครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงธรรมข้อเล็กๆที่เพิ่งได้รับ  เมื่อสมุทัยถูกตีแตกกระจัดกระจาย จึงรู้ว่าพุทธศาสนาดีตรงนี้เอง มันเกิด มันรู้ มันรับ มันดับ มันสัมผัสที่ห้องเครื่องเลย คือจิตใจ มันจึงเลิศตรงนี้เอง ชาวโลกเขาได้แต่พูดกัน แต่เขาไม่รู้ เขาไม่เห็น เขาไม่เป็น เพราะได้แต่พูด ไม่เคยได้สัมผัส พระธรรมเมื่อเข้าสู่จิตใจของผู้ใดแล้ว จิตอยู่ไหน ธรรมอยู่นั่น แนบเป็นเชือกเส้นเดียวเกลียวเดียวกัน จะสุขตลอดเวลา  ทุกอิริยาบถ แม้นั่งกลางแดดเปรี้ยง ร้อนเพียงไร ถ้ามีธรรมอยู่ในใจ มันดับร้อนได้ แต่ร้อนจากกิเลสแม้ในห้องแอร์ยังดับร้อนไม่อยู่ ข้อความนี้เขียนตอน 3.00 AM.

        พระธรรมถ้าเข้าสู่จิตใจของใครแล้ว แม้ไม่เต็มพื้นที่ก็ดี ยังจะได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ทางจิตหลายๆ อย่างอันเกิดจากอำนาจของกุศลกรรมที่มาประชุมพร้อมๆกันของ ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา จะว่าเป็นลูกฟลุ๊กหรืออะไรก็ตามแต่ หลักการที่เราปฏิบัติมาทั้งหมดมันตรงกับหลวงปู่หลวงตา ที่เคยประสบมาเช่นเดียวกัน อาการปฏิเวธที่เกิดคือ ขั้นตอนที่เกิดขึ้นกับใจที่ก้าวข้ามไปแต่ละขั้นตอน เป็นอย่างไรเป็นเหมือนกันหมด มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษจริงๆ มนุษย์เราจะพ้นทุกข์ได้เพราะความเพียร       

ที่บ้านบุญรักษา ช่วงจำศีล(ร้อนมาก 38-39 C. แทบทุกวัน มีนา-เมษา.) บางวันปฏิบัติทั้งวัน เข้านอนตี 4 ตื่น 7 โมงเช้า พอทานอาหารมื้อเดียวเสร็จ ต่ออีกทั้งวัน ภาวนาบ้างเดินจงกรมบ้าง พอได้เวลาก็สวดมนต์ ทั้งเช้า กลางวัน เย็น พอ 5 โมงเย็น ไปออกกำลังกายที่สนามกีฬา 700 ปีที่อยู่ใกล้บ้าน 3 กิโล ทุกวัน กลับมาอาบน้ำเย็น...เสร็จ..ปฏิบัติไปจน 1:30 AM. เข้านอน ตื่น 4:00 A.M. ปฏิบัติยาวไปจน 7 โมงเช้า อาบน้ำสวดมนต์ทานข้าว ก็ปฏิบัติยาวไปจนเย็นไปออกกำลังกลับมาอาบน้ำ แล้วปฏิบัติยาวไปจน 2:30 AM. นอน แล้วตื่น 5:00 AM. เดินจงกลมไปจนเช้า ทำอยู่สองอาทิตย์เพราะทานมื้อเดียวจึงทุ่มให้ธรรมได้เต็มที่ การนอนน้อย กินน้อย จะช่วยกระตุ้นตัวความเพียรให้เพิ่มขึ้น ช่วยประคองให้มีสติตลอดเวลา กับยังเป็นการตัดกำลังของขันธ์ 5 ไม่ให้ตกไปเป็นเครื่องมือของกิเลส กับไม่ประมาท เพราะถ้าอ้วนท้วนสมบูรณ์เกินไป หลับนอนได้เต็มที่ กิเลสจะทำให้เกลียดคร้าน ลากไปก่อกรรมทำเข็ญได้อีก การตัดกำลังนี้ยังเป็นการคอยกระตุ้นเตือนให้เราตื่นตัวตื่นใจใฝ่หาธรรมเสมอ  ขอให้รู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีงานใดๆ จะยากรากเลือดเท่างานรื้อถอนกิเลสที่ทุกชีวิตจะต้องทำเพื่อหลุดพ้นวัฏสงสาร เพราะมันยากชีวิตต้องทวนกระแส จึงไม่มีใครทำแม้จะอยู่ในผ้าขาวผ้าเหลืองแล้วก็ตาม  พระที่เป็นข่าวนั้นก็ยังตัดตัวราคะกันไม่ได้ จึงถูกมารคาบไปก่อน  ดังนั้นคนที่จะสอบผ่านไปได้มีน้อยมาก ความเพียรของเราเอาชนิด ภาคกลางวันจะไม่ยอมให้หลังแตะพื้นเลย ให้มันล้าสุดจะล้า อากาศเป็นใจเพราะร้อน จนนอนไม่ได้ด้วย เลยลงกับธรรมเต็มที่ ไม่ยอมเปิดแอร์ด้วย ทรมาณ สังขารให้สุดๆ ให้มันรู้รสชาติ  ลากซากมันเดินต่อ ทีละ 2 ชั่วโมง สลับนั่งอีก 2 ชั่วโมง จากการเดินมั่งนั่งมั่ง ให้มันเอนกายแค่ 2-3 ช.ม.ช่วงใกล้เช้า  แล้วบังคับมันขึ้นมาทำอีก ด่ามันไปด้วยว่า เอาร่างนี้ไปทำระยำทำบาปจากกิเลส พาไปหลายชาติภพแล้ว  จากนี้จะขอเอาร่างนี้ขันธ์นี้ไปปฏิบัติธรรมให้เข็ด มันอย่าได้บ่นถ้าบ่นจะไม่ให้มันนอนเลย หนักกว่าเดิม พอผ่านมาได้ 2 อาทิตย์

ยางหนังสติ๊กขาดผึง หงายหลังผึ่งต้อง off 1 วัน จำชื่อตัวเองไม่ได้ แพ้มันจริงๆ สู้มันไม่ได้ แต่แพ้มันที่กาย  จิตยังไม่ยอมแพ้ ขันธ์มันไม่ไหว (หลวงตามหาบัวเคยเป็นมาก่อนหลวงปู่มั่นเรียกว่า แพ้สังขาร) จิตมันไม่ยอมเพราะเป็นทาสมันมาหลายกัปกัลป์แล้ว ถูกกิเลสลากไป ขันธ์ลากไป พอเรี่ยวแรงกลับมา ลุกขึ้นมาสู้กันใหม่ เพราะได้ปักใจแล้วว่า จิตดวงนี้จะเอาธรรมอย่างเดียว กิเลสไม่เอา จะอยู่ร่วมกันก็ไม่ได้ ลุกมาสู้กับมันใหม่ จัดชั่วโมงต่อสู้ใหม่ เป็นนอนตอน 3 ทุ่มครึ่ง ตื่นตี 1 ปฏิบัติยาวไปจนเช้าและทั้งวัน ทีนี้ได้ผลทางกาย ขันธ์ กายมันยอมรับ มันไม่เพลีย แต่จิตไม่ยอม...พระเจ้าช่วย มันเกิดอะไรขึ้น เพราะพอจิตไม่ยอม กายขันธ์เลยประชดไม่ยอมนอนไปด้วย เพราะจิตทำตาแข็งค้างนอนไม่หลับ เฮ้ย Gee!!!! ...อะไรกันนักกันหนา ไอ้เราก็คิดว่าที่นอนไม่หลับ เพราะไปทานอาหารใส่ชูรส จึงจัดอาหารแต่ผักผลไม้ ถั่วแทน ก็ยังไม่หลับ ไม่เท่านั้นปัญญามันพยศหนักขึ้นมาเกินพิกัด คือมีแต่ความคิดแตกพรั่งพรูทั้งเข้าทั้งออก มาจากทุกสารทิศ ไปทุกสารทิศ มาชนที่กะโหลกของข้าใบเดียว ไม่เคยเป็นเช่นนี้ ...มันนรกชัดๆ out of control ไปหมด แต่ก่อนนั่งสมาธิ จิตนิ่ง ตอนนี้มันนั่งไม่ได้เลย .....อเมซิ่งจริงๆๆ...นี่ละมหัศจรรย์...ทางจิตของแท้ๆ  เอ็งไปปลุกมันขึ้นมา เอ็งแน่จริงเอ็งปิดมันให้ได้นะอ้ายจุก....ไม่งั้นเอ็ง....ตายเล่นกะรัยไม่เล่น...เล่นกะจิต (อาการนี้หลวงตามหาบัว หลวงปู่เสาร์ ก็ผ่านมาหมด)กับงานนี้ได้เห็นมหัศจรรย์ทางจิต  ที่เปลี่ยนแปลง จากอย่าง ไปอีกอย่าง ในระยะเวลาเพียง 2 อาทิตย์ แสดงว่าจิตเรานี้ เรา เทรน มันได้จริงๆ  คือทุ่มด้วยความเพียรกับหักโหมกันสุดกำลังหมดหน้าตัก

        ขอให้นักปฏิบัติรุ่นลูกๆ หลานๆ หรือน้องนุ่งพากันจดจำ ว่าถ้าใครมีอาการเช่นนี้เกิดขึ้น หมายถึงมาถูกทางแล้ว สาเหตุเป็นเพราะ พลังของสติปัญญาได้ถูกปลุกขึ้นมาเต็มที่ ด้วยการที่เราปฏิบัติอย่างลืมตาย (เพ่งอสุภะ อสุภัง)อย่าพากันตกใจ สติเมื่อถูกปลุกขึ้นเต็มที่มันก็ตาค้าง  เปิดแล้วปิดไม่เป็นจึงนอนไม่หลับ  ปัญญาพอถูกปลุกเต็มที่ ก็ทำงานเต็มพิกัด เปิดแล้วปิดไม่เป็น ความคิดจึงพรั่งพรูกันออกมา ถ้าใครไม่รู้เท่าทัน จะตกใจมาก แต่ถ้ารู้ จงดีใจกับแก้ไขดังต่อไปนี้

        เราต้องหาทางสงบมันลงให้ได้ เพราะปัญญาที่พรั่งพรูออกมาสามารถกลายพันธุ์เป็นตัวสมุทัย กลับเข้าเกาะกุมจิตใจเราได้แล้วกลายเป็นตัวกิเลสที่อยากสงบอยากดับทุกอย่างลง  ต้องหาทางกันกันไว้สุดชีวิต ด้วยการกลับมาท่องบริกรรมพุทโธกันใหม่ พุทโธตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อไล่ตัวความคิดที่มาเกาะเกี่ยวกับจิตออกไปให้หมด กับขออาศัยพระบารมีของพระพุทธองค์ กันไว้เลย ด้วยพุทโธ ไม่ให้จิตมันคิด จนจิตกลับมาเคยชิน มาติดกับพุทโธได้ดั่งเดิม จิตกับความคิดจึงสงบลงได้ ดูแล้วเหมือนเริ่มจากศูนย์ใหม่ ก็ยังดีกว่าต้องกลับมาเกิดใหม่ พุทโธ คือหนทางเดียวที่จะสงบทุกอย่างลงไปได้ แม้พุทโธกลับมาติดอยู่กับจิตได้แล้วก็ตาม ทุกอย่างสงบแล้วก็ตาม แต่ปัญญาได้ถูกปลุกขึ้นมาแล้วเต็มกำลัง พร้อมที่จะขึ้นเวที ทำการต่อสู้กับแม่ทัพของกิเลสที่ชื่อราคะได้   ยามนี้เรานั่งสมาธิได้ตามปกติ จิตสงบดั่งเดิม เพื่อพักปัญญา เพื่อเติมพลัง พอพักอิ่มก็เดินปัญญาใหม่ ด้วยการเพ่งอสุภะ อสุพัง กลับไปกลับมาอีกแม้จะทำมาแล้วกว่า 10 ปี  การที่กลับมาท่องพุทโธใหม่นี้ เราจะทำได้เร็วกว่าเดิม เพราะมีฐานเก่าอยู่แล้ว เพราะการเพ่งอสุภะตามหลักไตรลักษณ์ เป็นการเดินปัญญาให้แหลมคม รู้เท่าทันกิเลส ปัญญาที่รู้แจ้งจากการนี้เป็นโลกุตระ ถ้าเดินให้สูงสุดกับทำกันเป็น จะกลายเป็นมหาสติ มหาปัญญา หรือปัญญาอัตโนมัตแล้วกลายเป็น ความเป็นเองแห่งปัญญา ขึ้นมา ปัญญาตัวนี้จะกลายเป็นธรรมจักร์หมุนเข้าประหารตัวกิเลสที่เป็นวัตรจักร โดยตัวของมันเอง  คือเขาจะรู้เองเป็นเอง จ้องฆ่ากิเลสที่หลงเหลืออยู่ในจิต ปัญญาชนิดนี้จัดว่าสูงสุดแล้ว แม้กิเลสที่ละเอียดอ่อนสุด ที่จัดเป็นราชา ราชินีของกิเลสทั้งหมด ที่แอบซุกซ่อนหลงเหลือในรูปของนามธรรมที่เรียกกันว่า อวิชชา ก็มีหน้าที่ต้องแพ้ต่อปัญญา อัตโนมัติ ที่ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว โดยไม่มีข้อต่อรอง จิตของผู้ที่ปฏิบัติที่ได้ขั้นนี้ จิตของเขาจะเหมือนละอองเบาบางของสำลีที่มีแต่ขึ้นลูกเดียว ไม่มีการลง กับเป็นอารมณ์ของพระอนาคามี ถ้าใครผ่านอาการที่เราเขียนมานี้ได้ จิตในยามนี้จะละเอียดมาก มีแต่คอยจ้างฆ่ากิเลส  จะมีตัวสติคุมตลอดเวลา เต็มไปด้วยหิหริโอตัปปะ คือเกรงกลัวต่อความผิดทุกชนิด กลัวบาปสุดขั้วหัวใจ เกลียดสังคมเกลียดโลกมายา  แต่ก่อนกิเลสมันครอบงำจิต จ้องฆ่าธรรม ตอนนี้ธรรมครอบงำจิต จ้องฆ่ากิเลส พอเราแก้อาการทั้งหมดได้...เออ!...การนอนการกินเข้าที่เข้าทาง ทั้งกาย+จิต ให้มันนอนตอนไหนเมื่อไหร่ ว่าง่ายไปหมด

        เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ให้มนุษย์ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด จะเกิดสูงต่ำอย่างไรก็ตามกำลังกรรมเป็นผู้กำหนด เขาได้ให้โอกาสพวกเราหลายครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ให้กลับมาเป็นมนุษย์ เพื่อให้ได้พบธรรม เครื่องมือพาให้หลุดพ้น มนุษย์ผู้โชคดีจริงๆ เท่านั้นที่จะได้เกิดในพุทธศาสนา กับโชคดีเป็น 3 เด้ง ถ้ามนุษย์ผู้นั้นพบ “ธรรม” แล้วคว้าเอาไว้ได้ ด้วยความกระหายหิว ด้วยเห็นคุณค่า ใครจะคว้าเอาไว้หรือไม่เอาก็ตามใจเถิด  จะมีธรรมหรือไม่มีธรรม มันก็ต้องตายกันทั้งนั้น จะตายทั้งที ขอตายอย่างสมเกียรติในสนามรบมิดีกว่าหรือ ให้สมกับคำว่าชาวพุทธที่แท้จริง

ที่อ.ป๋องทักเราว่า เราได้นิพพานดิบแล้วนั้น เมื่อเรียนถามพ่อพราหมณ์จีรภาคดูว่าหมายถึงอะไร ท่านบอก รู้หนทาง วิธีการเข้าสู่พระนิพพานเรียบร้อยแล้วเหลืออยู่ว่าจะทำหรือไม่ เท่านั้น

        ดังนั้น จิตจะเป็นผู้รับรู้อาการเปลี่ยนแปลงของมันเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากนั้นจะมีรายการธรรมจัดสรร ธรรมรักษา ธรรมโอสถ ปาฏิหาริย์ต่างๆ เข้ามาในชีวิตเกือบทุกวัน อำนาจแห่งพระธรรม อัศจรรย์แท้ๆ อำนาจของกิเลสไม่เคยนำสิ่งดีๆ อะไรเข้ามาในชีวิตของมนุษย์เลย เมื่อเราเกิด เรามาตัวเปล่ากันทุกคน เมื่อเราตายก็ตายอย่างสูญเปล่ากันทุกคน เมื่อเราตายขอนำอริยทรัพย์ติดตัวไป ตายอย่างมีคุณค่า ให้คุ้มค่าที่ได้เกิดมาเป็นคนจะดีกว่า เพราะสัตว์เขามาเขาก็มาตัวเปล่า ไปก็ไปตัวเปล่า งั้นเราก็ไม่ต่างจากสัตว์กันเท่าไหร่เลย สัตว์ไม่มีทางเอาธรรมไปด้วยได้ ลองพิจารณาดูกัน

ป.ล. จากนี้ไปทุกวันพระอย่าโทรมา เรา ปิดวาจา ไม่รับสาย ไม่พูดทั้งวัน

ติดต่อเราได้ที่ 0856602475 053-110-417 This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. www.ajanva.net

        อมิตาภพุทธ