Get Adobe Flash player

ในหลวง พระโพธิสัตว์ (๕) โดย พระเล็ก

Font Size:

เปิด "บันทึกส่วนพระองค์" ของสมเด็จพระญาณสังวรฯ!

เมื่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงถามถึง "ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่อง"?!

พระราชปุจฉาวิสัชนาธรรมระหว่าง "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช"กับ "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก"

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช : พระเครื่องคุ้มกันได้จริงไหม? ... คุ้มกันได้เพราะใจเชื่อมั่นว่ามีพระเครื่องอยู่กับตัวหรืออย่างไร?

สมเด็จพระญาณสังวรฯ :เป็นเครื่องทำให้ใจเชื่อมั่น

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช :ถ้าใจเชื่อมั่นแล้วก็ไม่จำเป็นหรือ?

สมเด็จพระญาณสังวรฯ :ไม่จำเป็น ... แต่ก็มีเชื่อกันว่า พระเครื่องให้อยู่คงจริงก็มี คือ ผู้ที่มีอยู่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม หรือมิได้คำนึงถึง แต่พระเครื่องก็คงคุ้มกันผู้ที่ไม่เชื่อ... ก็มี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช :ก็เชื่อ ... มีคนให้ รับมาไว้ที่พระองค์ เขาก็ยินดี  แต่วันนี้ไม่ได้ติดมา

ที่มา : บันทึกส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก บันทึกเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๕, หนังสือ "ธรรมหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว", รศ.สุเชาว์ พลอยชุม (บรรณาธิการ)

"ราษฎรมีโอกาสเห็นเราครั้งเดียว... ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องไม่ทำหน้าบึ้ง"!! ในหลวงทรงเปิดเผย "ความในพระทัย" กับสมเด็จพระญาณสังวรฯ ... ความในพระทัยที่ทำให้รู้ว่า ทรงห่วงใยความรู้สึกของคนไทยมากเพียงใด!!พระราชปุจฉาวิสัชนาธรรมของ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" กับ "สมเด็จพระญาณสังวรฯ"

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช :การปฏิบัติพระองค์ให้เหมาะเป็นการยาก  ต้องทำสองอย่างพร้อมๆ กัน  อย่างหนึ่งต้องให้มีภาคภูมิ  อีกอย่างต้องให้สุภาพ มิให้เป็นหยิ่ง หรือที่เรียกกันว่า "เบ่ง"  และในสมัยประชาธิปไตยก็ต้องให้เหมาะสม เข้ากันได้กับประชาชน

สมเด็จพระญาณสังวรฯ :ตามที่ได้ฟัง ได้ยินแต่เสียงชื่นชมในพระบารมี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช :ต้องคอยสังเกตเป็นบทเรียนและแก้ไขเรื่อยมา ...เมื่อคราวเสด็จภาคอีสาน วันหนึ่งเหนื่อยมาก หน้าบึ้ง  กลับที่พักแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ราษฎรได้มีโอกาสเห็นเราเพียงครั้งเดียว ให้เขาเห็นหน้าบึ้งไม่ดี  ต่อจากนั้น ถึงจะเหนื่อยมากก็ต้องพยายามไม่ทำหน้าบึ้ง ต้องทำชื่นบาน

ที่มา : หนังสือ "มหาบพิตร : ในหลวงทรงถาม พระอรหันต์ตอบ", วีระวัฒน์ ชลสวัสดิ์.

หนังสือสำคัญพระธรรมเทศนา ที่หลวงพ่อเกษม เขมโก ถวายแด่พ่อหลวง รัชกาลที่ ๙

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารและพระราชปุจฉาวิสัชนาธรรมกับหลวงพ่อเกษม เขมโก เมื่อสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงตัดลูกนิมิตที่วัดคะตึกเชียงมั่น อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑  ภายหลังการพบกันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับหลวงพ่อเกษม เขมโก แล้ว  หลวงพ่อเกษมก็ได้ถวายหนังสือสำคัญพระธรรมเทศนาที่ท่านเขียนขึ้นเองแด่ในหลวง ซึ่งหนังสือเล่มนี้มีสาระทั้งหมดดังต่อไปนี้ :

ขอถวายพระพร  คำภาษิตของอาตมภาพมีอยู่ดังนี้

๑. การเห็นเป็นเหตุแห่งการคิด การคิดเป็นเหตุแห่งการเห็น ถ้าคิดดีก็เป็นทางเย็น หากคิดไม่เป็นก็เย็นสบาย

๒. ตายเป็นเหม็นเน่า เราเขาเหมือนกัน อยู่ไปทุกวัน ใครได้ก็ดี ใครมีก็ได้

๓.  นี้เป็นภาษิตของพระวิปัสสนาแต่งไว้ ดังนี้

หทยัง-หัวใจ พระเจ้าท่านไขว่า ใจนานา ใจขึ้นใจโกรธ ใจโทษโทสา ใจมารแกล้วกล้า ฆ่าสัตว์ทั้งหลาย ใจมักเสียดส่อ ใจลวงใจล่อ ให้เขาลุ่มหลง ใจมืดใจมัว กอปรด้วยตัณหา ใจดำนั้นหนา เหมือนสัตว์เดรัจฉาน ใจร้ายใจพาล ไม่รู้ประมาณ ว่าจะจมอยู่นาน ในจตุรบาย

ใจมักทำบุญ ให้คิดถึงคุณ ศีลทานมากมาย ให้น้ำให้ข้าว เพื่อเป็นทานมากหลาย ให้เร่งขวนขวาย มุ่งหมายทุกวัน ไหว้พระสวดมนต์ จักได้กุศล ผลบุญที่ทำ นั้นใจประกอบ ด้วยบุญด้วยศรัทธา ใจนั้นสุภาพ ละอายแก่บาป ความหยาบไม่มี ซื่อสัตย์มั่นคง ถึงเจรจาสิ่งใด ก็ไพเราะนักหนา หาโทษโทษาก็ไม่มี ใจดั่งดวงแก้ว ส่องโลกโลกา ชั่วไกลจากตน

ผลกุศลนำมา เราท่านเกิดมา ไม่เป็นแก่นสาร ใจถือคันถี เมตตาปรานี ฝูงสัตว์ทุกวัน เหนี่ยวเอามรรคผล ให้พ้นกันดาร แม้นสิ้นอาสัญ ถึงชั้นใดๆ

ขอถวายพระพร  หมดเท่านี้

นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง  สุขอื่นๆ นอกจากความสงบ ไม่มี

ที่มา : หนังสือ “มหาบพิตร : ในหลวงทรงถาม พระอรหันต์ตอบ” โดย “วีระวัฒน์ ชลสวัสดิ์”

หลวงพ่อพุธ ไขปริศนา "ความฝันของในหลวงรัชกาลที่ ๙"!!

เพราะเหตุใดจึงทรงพระสุบินถึง "พระพุทธยอดฟ้ารัชกาลที่ ๑" อยู่บ่อยครั้ง?!

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ "หลวงพ่อพุธ ฐานิโย" ได้เข้าเฝ้า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" และ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในการเข้าเฝ้าครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้มีพระราชปุจฉาสนทนาธรรมกับหลวงพ่อพุธตอนหนึ่งว่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช :อยากเรียนถามพระคุณเจ้าว่า  เคยฝันถึงท่านพระพุทธยอดฟ้า เคยฝันถึงท่านหลายครั้ง ไม่ทราบว่าฝันถึงท่านเองหรือใจนึกถึง?

หลวงพ่อพุธ :พลังใจที่ได้เคารพบูชาที่มีความกตัญญูกตเวที ต่อบรรดาพระบรมมหากษัตราธิราชเจ้าทั้งหลายในอดีตนั้น ย่อมเป็นพลังอันหนึ่งซึ่งสามารถทำให้จิตใจของพระองค์ปฏิพัทธ์ถึงพระองค์ท่านทั้งหลายเหล่านั้นด้วยความแน่นอน  ซึ่งปกติแล้ว ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของความดี  ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้มีคุณธรรม เป็นพื้นฐานให้เกิดความดี

ดังนั้น  การที่ได้ฟังเกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิภาวนาที่คิดว่ายังไม่เป็น ยังไม่ชำนาญนั้น เพราะความกตัญญูกตเวทีอันนี้จะช่วยเกื้อกูลอุดหนุนน้ำใจของท่านให้ดำเนินไปสู่สมาธิที่ถูกต้อง

เท่าที่เคยได้ฟังที่วัดป่าสาลวันเมื่อครั้งนั้นว่า  เมื่อระลึกถึงพระคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตสงบสว่างลงไปแล้วหายหวาดกลัวในสิ่งต่างๆ  อันนี้คือจิตของท่านมีสมาธิและเข้าสมาธิได้ง่าย

แต่การทำสมาธิบางครั้งบางคราวนั้น เราอาจจะไม่สมประสงค์ในการกระทำ คือ จิตอาจไม่มีความสงบตลอดเวลา  แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นการสะสมกำลังไว้  เมื่อเวลาเหมาะสมเมื่อใด จิตจะสงบลงเป็นสมาธิ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อขณะใดที่เกิดความกลัว กลัวจะมีภัยอันตรายเกิดขึ้น จิตของผู้ปฏิบัติเป็นผู้อบรมอยู่เป็นประจำนั้นจะวิ่งเข้าสู่ความเป็นสมาธิโดยไม่ตั้งใจ

ในหลวง...ในดวงใจหลวงปู่แหวน!! หนึ่งความผูกพันระหว่าง "พระป่า-พระมหากษัตริย์" ที่บันดาล "ศรัทธาของมหาชน" ได้ไม่รู้จบ!!

นับแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ยังไม่มีครูบาอาจารย์รูปใดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" เท่ากับ "หลวงปู่แหวน สุจิณโณ" ในระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

นอกเหนือจากการเสด็จพระราชดำเนินถึงวัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนมัสการ และสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวนหลายครั้งหลายคราแล้ว ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จัดสร้างสิ่งมงคลโดยใช้รูปของหลวงปู่เพื่อนำมาแจกในพระราชพิธีสำคัญ

หลวงปู่แหวนจึงเป็นพระสงฆ์องค์แรกในประเทศไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงส่ง!!

และนอกจากล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์แล้ว (สมเด็จพระบรมราชินีนาถ) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ก็ได้ทรงพระกรุณาเสด็จเยี่ยมหลวงปู่แหวนอยู่เนืองๆ

ข้าราชบริพารผู้หนึ่งเปิดเผยถึงเรื่องราวของหลวงปู่แหวน กับในหลวง รัชกาลที่ ๙ ว่า  ภายหลังจากทราบข่าวพระองค์ทรงประชวร โดยมาประทับอยู่เชียงใหม่ แล้วก็เสด็จไปที่ดอยแม่ปั๋งนั้น หลวงปู่แหวนได้กราบบังคมทูลต่อพระองค์ดังความตอนหนึ่งว่า

"พระองค์นั้นมัวแต่ห่วงคนอื่น ... ไม่ห่วงพระองค์เองเลย!!"

เมื่อได้ฟังหลวงปู่แหวนกล่าวเช่นนั้น พระองค์ก็ทรงพระสรวลด้วยความพอพระทัย

มีข่าวอีกครั้งหนึ่งว่า  สมัยที่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงพระประชวร และประทับรักษาพระองค์ที่เชียงใหม่นั้น ข้าราชบริพารได้นำเฮลิคอปเตอร์มานิมนต์หลวงปู่แหวน ให้ไปที่พระตำหนักเพื่อแผ่พลังจิตช่วยรักษาอาการประชวรของพระองค์ท่าน  แต่หลวงปู่แหวนปฏิเสธการนิมนต์และได้บอกว่า

"อยู่ที่ไหนฮาก็ส่งใจไปถึงพระองค์ได้ ... ก็ส่งไปทุกวันอยู่แล้ว!"

และอีกครั้งหนึ่ง หลวงปู่แหวนท่านตั้งสัจจะอธิษฐานว่า แม้ท่านเจ็บป่วยก็จะไม่ยอมไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ในช่วงท้ายของชีวิต เมื่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงอาราธนา หลวงปู่แหวนจึงยอมทำตาม ... และบอกว่า ในฐานะประชาชน หลวงปู่จึงไม่อาจขัดพระราชประสงค์ได้!!

ที่มา : หนังสือ "ตามรอยพระอริยเจ้า : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระอริยสงฆ์แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง", ดำรงธรรม.