Get Adobe Flash player

ในหลวง พระโพธิสัตว์ (๗) โดย พระเล็ก

Font Size:

พระโพธิสัตว์มีจริง! เรื่องอัศจรรย์ในพระบารมี ฝูงโลมาว่ายน้ำตามถวายอารักขา และคำยืนยันจากแพทย์ที่ตามเสด็จฯ ท่านคือพระโพธิสัตว์ลงมาบำเพ็ญบารมี

เล่าจากเรื่องจริง...เปิดบันทึก จ่าเอก กาย โพธิ์งาม เล่าเหตุอัศจรรย์ขณะในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเรือใบเมื่อ ๕๐ ปีก่อน

“เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๙ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงแล่นเรือใบ โอ.เค. จากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ข้ามอ่าวไทยด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว ใช้เวลา ๑๗ ชั่วโมงเต็ม กว่าจะแล่นเรือมาถึงหาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันนั้นหลังจากที่ทรงแล่นใบห่างจากฝั่งมาได้ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง ผู้ที่อยู่ในเรือยางถวายอารักขา ซึ่งติดตามเรือใบพระที่นั่งอย่างใกล้ชิด รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ที่นอกจากมีเรือใบพระที่นั่งแล่นฝ่าคลื่นลมตัดอ่าวมาอย่างโดดเดียวลำเดียวแล้ว ปรากฏว่า มีฝูงปลาโลมาอีกประมาณเกือบ ๑๐ตัวว่ายน้ำตามเสด็จมาห่างๆ และเริ่มกระโดดขึ้นเหนือน้ำ พร้อมกับส่งเสียงร้องเมื่อเรือพระที่นั่งออกมาไกลจนผู้ติดตามมองไม่เห็นฝั่ง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้พวกเรารับทราบว่า พระองค์ท่านทรงอยู่จุดไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก

“หลังจากนั้นอีกไม่นานก็เริ่มมีฝูงปลาโลมาว่ายมาสมทบมากขึ้น สร้างความประหลาดใจให้กับชุดนักทำลายใต้น้ำที่ถวายอารักขาเป็นอย่างยิ่ง ร.ท.อนุวัต บุญธรรม ร.น. และ พ.จ.อ.ฉลองศักดิ์ ไตรสนธิ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดและรองหัวหน้าชุด ต่างช่วยกันนับได้ ประมาณร้อยกว่าตัว ยิ่งเรือพระที่นั่งใกล้เข้ามาทางฝั่งสัตหีบ ก็ยิ่งมีฝูงปลาว่ายมาสมทบมากขึ้นทุกที ขณะนั้นเป็นช่วงบ่าย อากาศแจ่มใส ทะเลเรียบไม่มีคลื่นลม จึงสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฝูงปลาโลมาเป็นร้อยๆ ตัว เหมือนนัดหมายกันมารับเสด็จ หรือไม่ก็มาคอยถวายความปลอดภัยคุ้มกันอันตรายใต้น้ำ”

จ่าเอก กาย โพธิ์งาม เล่าต่ออีกว่า “ปลาที่อยู่ใกล้เรือพระที่นั่งว่ายน้ำเคียงคู่อยู่ข้างเรืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ห่างไม่ชิดเกินไป แต่ว่ายล้อมรอบเรือพระที่นั่ง พวกเราเฝ้าสังเกตฝูงปลาโลมาเหล่านี้อย่างเงียบๆ จากเรือยางที่แล่นถวายอารักขา จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นตะวันลับฟ้า พวกเราก็ยังรู้สึกว่า ฝูงปลาโลมายังถวายงานว่ายเคียงคู่ไปกับเรือพระที่นั่ง จวบจนเรือพระที่นั่งแล่นใบเข้ามาใกล้จุดหมายที่อ่าวเตยงาม เมื่อเวลาประมาณสองทุ่ม

“สิ่งที่ชุดนักทำลายใต้น้ำถวายอารักขาเห็นกันในวันนั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง และเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากไม่ได้เห็นด้วยตนเองแล้วคงยากที่จะเชื่อ จึงได้แต่พูดคุยกันเฉพาะแต่กับพวกเราที่ไปด้วยกันในครั้งนั้น บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยผ่านพ้นมา ๕๐ ปีแล้ว จึงได้นำเรื่องที่ประสบพบเห็นด้วยตนเองมาเปิดเผยให้แก่ประชาชนชาวไทยได้รับทราบ เพื่อน้อมระลึกถึงพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้”

ที่มาจาก : ชมรมคนรักในหลวง

การที่เกิดเหตุอัศจรรย์ อยู่บ่อยครั้งนั้น พสกนิกรชาวไทยล้วนมีความเห็นตรงกันว่าเพราะในหลวงท่านเป็นผู้มีบุญญาธิการ และเป็นพระโพธิสัตว์ ลงมาบำเพ็ญบารมี เกี่ยวกับในหลวงสืบเนื่องจาก นอกจากนี้ ในรายการ ต่างคนต่างคิด ทางอมรินทร์ ทีวี ดำเนินรายการโดย คุณพุทธ อภิวรรณ ยังมีบางถ้อยคำที่ พล.อ.นพ.ชูฉัตร กำภู ณ อยุธยา คุณหมอที่ตามเสด็จในหลวงตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ถ่ายทอดเล่าประสบการณ์ที่รับใช้ ในหลวงมากว่า ๔๐ ปี ให้ฟัง ด้วยน้ำตาคลอว่า

“...ในหลวงเวลาไปไหน จะต้องมีหมอตามเสด็จ เพราะเอาไปตรวจประชาชนตามป่าเขา มีครั้งหนึ่ง ท่านเสร็จภาระกิจแล้ว แต่ผมยังตรวจคนไข้ไม่เสร็จ ท่านเดินมาบอกว่า หมอตรวจไปอย่ารีบ ฉันจะรอ จนกว่า จะตรวจประชาชนเสร็จ !!!!

ในหลวงท่านทรงรอเป็นชั่วโมง ไม่ยอมกลับ เพราะต้องการให้หมอตรวจประชาชนให้ดีที่สุด ในหลวงท่านเป็นอย่างนี้ตลอดเลย...”

“....พระเจ้าอยู่หัวเกิดมา เพื่อทำทาน ทรงศีล ใจท่านบริสุทธิ์มาก พุทธ รู้ไหม   ในหลวงไม่เคยว่าใคร ไม่โกรธใคร ไม่เคยพูดผรุสวาท (คำด่า) ชีวิตท่านมีแต่ให้ แล้วก็ให้ เราสูญเสียครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เสียพระมหากษัตริย์ที่ดีเลิศไปเท่านั้น แต่เราเสีย พระโพธิสัตว์...และท่านทำให้ผมรู้ว่า พระโพธิสัตว์มีอยู่จริง ในโลกใบนี้...”

คุณพุทธ อภิวรรณ ได้กล่าวว่า

วันนี้ได้พบพูดคุยกับคุณหมอทั้งยังได้เห็น “พระสมเด็จจิตรลดา” ของจริงก็วันนี้เองพระที่เป็นที่สุด ของแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙ เพราะในหลวงสร้าง ผสมมวลสารและทำเอง คุณหมอเมตตานำมาให้ดูเพราะเคยแอบถามคุณหมอว่า พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน องค์จริงเป็นอย่างไร ปรากฎว่าคุณหมอและภริยาท่านเอามาให้ชมจริงๆ       

ช่วงหนึ่งของรายการ คุณหมอเล่าถึง ผู้ป่วยโรคเรื้อน และตาบอดว่า

“....เขาตาบอดด้วย เป็นโรคเรื้อนด้วยใครๆ ก็กลัว ตอนผมตรวจเขา ขณะตามเสด็จเขาบอกว่า อยากสัมผัสมือพระราชินีเกิดมาไม่เคยเห็น ขอจับมือก็ยังดีในหลวงได้ยิน พระราชินีก็ได้ยินในหลวงตรัสบอกราชินีว่า...ให้เขาจับเชื่อไหม พระราชินี ท่านยื่นพระหัตถ์ ไปให้คนโรคเรื้อนจับ!!!!พร้อมถามอาการอย่างเป็นห่วงมากๆ ...(คุณหมอน้ำตาคลอทันที)

คุณเชื่อไหม พระเมตตาท่านมากขนาดนี้ พระองค์ไม่รังเกียจประชาชนของพระองค์เลย...

แค่รูปพระเจ้าแผ่นดิน ก็ศักดิ์สิทธิ์จนคาดไม่ถึง หลวงปู่ตื้อบอกกับลูกศิษย์เสมอ

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอรหันต์ที่เป็นแม่ทัพธรรม มีลูกศิษย์มากมายที่ไปปฏิบัติธรรมจากท่าน หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดป่าอรัญญวิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ก็เป็นอีกท่านหนึ่ง เช่นเดียวกับหลวงปู่ขาว อนาลโย แต่หลวงปู่ตื้อจะดุหน่อย เรามาฟังลูกศิษย์หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม เล่าให้ฟัง วันนั้นมีคุณนายและบริวารมากราบเยี่ยมหลวงปู่ตี้อ แล้วเรียนถามถึงบ้านที่จะขาย ยังขายไม่ได้สักที ได้เที่ยวบนเจ้าบนวัดไปทั่ว ก็ยังขายไม่ได้ มีแต่คนต่อรองราคา หลังๆ มาต่ออีกก็บอกตกลงไป พอให้ราคาที่ต่อ กลับไม่มาซื้อ หนูอยากขายเหลือเกิน รอมาเป็นปีแล้วเจ้าค่ะ

หลวงปู่มองหน้าคุณนายเจ้าทุกข์ แล้วตอบว่า "ที่ดินนั่นไม่ใช่ของเอ็งสักหน่อย ของแฟนเอ็งไม่ใช่เหรอ?"

"เจ้าค่ะ ของสามีข้าน้อยเจ้าค่ะ"

"เออ มันต้องให้เจ้าของเขาบนเอง ของใครของมัน แต่มันเป็นฝรั่ง มันจะเชื่อหรือ?"

ถึงตอนนี้ คุณนายและพวกที่มาด้วย ต่างงงและตื่นเต้น อุทานออกมาว่า หลวงปู่รู้ได้ไงคะว่าแฟนหนูเป็นฝรั่ง

"อ้าว...แค่นี้ไม่รู้ แล้วจะเป็นพระให้เขากราบไหว้ได้รึ ไป...ไปบอกแฟนเองให้เขาไปทำพิธีเอาเอง ทำแทนกันไม่ได้!?"

คุณนายฝรั่งจึงกลับไปอย่างมีความหวัง อีกหนึ่งเดือนต่อมา เข้ามารายงานหลวงปู่อีก เล่าว่า "หนูทำตามหลวงปู่แล้ว คือ ให้ฝรั่งไปไหว้ไปทำบุญที่พระธาตุ แล้วบนด้วยแต่ยังไม่มีคนมาซื้อเลยค่ะ ยังเงียบอยู่เลยค่ะ"

หลวงปู่มองหน้า แล้วเอ็ดเสียงค่อนข้างดังว่า "เป็นคนต่างชาติ แล้วมาหากินที่เมืองไทย ก็ต้องให้ความเคารพเจ้าของแผ่นดินเขา บ้านออกใหญ่โต ติดรูปก็เยอะ แต่มีรูปผู้หญิงแก้ผ้าทั้งนั้น แล้วมันจะไม่ซวยได้ไง!! เจ้าที่เจ้าทางเขาเห็นก็หนีแล้ว!? ไม่รู้จักเอารูปเจ้าของแผ่นดินมาติด มากราบไหว้ แล้วแบบนี้มันจะเจริญได้อย่างไร อยู่ไปก็มีแต่ฉิบหายหมด!! เพราะเงินทองที่ได้กำไรมา ไม่เคยเสียภาษีเข้าหลวงเลย ไป...กลับไป แก้ไขใหม่" คราวนี้หลวงปู่เทศน์ยาวเลย

"แล้วรูปเจ้าของแผ่นดินคือใครคะ?"
"อ้าว...ไอ้โง่ ก็ ในหลวง ไง ยังไม่รู้อีกเรอะ ผัวเองไม่รู้ไม่เป็นไร เพราะเป็นฝรั่งหัวแดง แต่เอ็งน่าจะรู้นะว่าใครคือ เจ้าของแผ่นดินนี้ นังนี่ โง่จริงโว้ย..."

แล้วคุณนายก็กราบลาไป แต่ยังไม่ทันได้ลงจากศาลา ก็คลานมาถามหลวงปู่อีก ถามว่า "แล้วต้องนำรูปในหลวงไปทำพิธีตรงที่ดินที่จะขายหรือเปล่าเจ้าคะ"

"เออ ต้องนำไปด้วย ไปบอกกล่าวที่นั่น เจ้าที่เจ้าทางเขาจะได้เปิดทางให้ เอาอย่างงี้ ไปตามโยมผัน ให้เขาไปเป็นผู้ทำพิธี แล้วจะดี...ไป"

อีก ๑๐ กว่าวัน คุณนายฝรั่งมาหาหลวงปู่อีก คราวนี้พาแฟนฝรั่งหัวแดงมาด้วย สีหน้ายิ้มแย้มกันทั้งคู่ พวกบริวารหอบข้าวของมาเพียบเลย มาถึงฝรั่งก็กราบหลวงปู่ตามเมียเขา กราบแค่นั้นยังไม่พอ เจ้าฝรั่งเอามือจับเท้าหลวงปู่มาไว้ที่หัวตัวเอง!?

"เออ...เอาจริงโว้ย ไอ้ฝรั่งคนนี้ ถ้าจะได้เงินทองมาแล้วสิ ใช่ไหม?"

ฝ่ายเมียฝรั่งตอบแทนว่า "ได้มาแล้วเจ้าค่ะ ได้มาเมื่อวาน ฝรั่งเขาดีใจมาก เขานับถือหลวงปู่มาก ทำตามทุกอย่าง วันนี้เขานำเงินมาถวายหลวงปู่ ๑ แสนบาท ทำบุญกับหลวงปู่ แล้วให้หลวงปู่ไปซื้อรูปในหลวงแจกชาวบ้านด้วยเจ้าค่ะ!?"

นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของรูปในหลวง ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน

(ที่มา เวปไซด์ธรรมจักร)