Get Adobe Flash player

ในหลวง พระโพธิสัตว์ (๙) โดย พระเล็ก

Font Size:

เปิดตำนานศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ กับภาพพระบรมโกศ ที่ใครๆ มองว่าเหมือนพระพุทธรูปองค์นี้ พร้อมคาถาเด็ด ที่หลวงปู่ดู่ให้ไว้

พระเจ้าจักรพรรดิ ในตำนานทางพระพุทธศาสนานั้น มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ แทบทุกประการ และนอกจากนั้น ยังมีการสร้างพระพุทธรูปปางมหาจักรพรรดิ ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้กันในบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ว่า หลวงปู่มี

ความประทับและศรัทธาพระพุทธรูปปางมหาจักรพพรรดินี้มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังถือได้ว่าหลวงปู่ดู่ เป็นครูบาอาจารย์รูปสำคัญอีกท่านหนึ่งที่นำเอาตำนานเรื่องพระมหาจักรพรรดิ มาเผยแพร่จนรู้จักกันอย่างกว้างขวาง

ศิษย์สายหลวงปู่ดู่ ต่างเชื่อกันว่า ผู้ใดได้บูชาสักการะพระพุทธรูปปางนี้ จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต ส่วนที่มาของพระพุทธรูปปางจักรดิพรรดิ มาจากครั้งที่พระพุทธองค์ทรงปราบมิจฉาทิฐิของ พญาชมพูบดี โดยแปลงเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ (พระพุทธรูปปางนี้ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธรูปปางปราบพญาชมพูบดี โดยเนื้อเรื่อง มีอธิบายเอาไว้ดังนี้ว่า

พญาชมพูบดีผู้มีฤทธิ์เดชมาก มีความริษยาพระเจ้าพิมพิสาร เพราะทรงมีปราสาทงดงามกว่าปราสาทของพระองค์ จึงมารุกรานข่มเหง จนพระเจ้าพิมพิสารต้องหนีไปพึ่งพระบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงเนรมิตพระองค์เอง เป็นพระเจ้าราชาธิราชที่งดงามดุจท้าวมหาพรหม และรับสั่งให้ท้าวสักกเทวราชแปลงเป็นราชทูตไปทูลเชิญพญาชมพูบดีมา พญาชมพูบดีตกตะลึงในความงดงาม และความยิ่งใหญ่แห่งพระนครของพระราชาธิราช พระพุทธองค์ทรงให้โอกาสพญาชมพูบดีแสดงอิทธิฤทธิ์ แต่ก็พ่ายต่อพระพุทธองค์ จึงทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพเดิม และทรงแสดงธรรมโปรด จนพญาชมพูบดีเบื่อหน่ายในราชสมบัติอันไม่ยั่งยืน ทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่พญาชมพูบดี

คาถาบูชา พระมหาจักรพรรดิ เรียกว่า คาถามหาจักรพรรดิ

นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา  พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา 

อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย  อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

ผู้ที่รจนาพระคาถาบทนี้ขึ้นมาก็คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์แก้วที่แผ่กิ่งก้านใบบุญบารมีมอบความร่มเย็นเป็นสุข ให้แก่ลูกศิษย์ทั่วทุกชนชั้นอย่างไม่มีประมาณตามแนวทางแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย์โพธิสัตว์ และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งพระคาถานี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่เมตตาช่วยเหลือภพภูมิทั้งหลายทั่วสามแดนโลกธาตุ และใช้ในการอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน โดยท่านได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหลาย รวมทั้งพระคาถามหาจักรพรรดินี้ ไว้ให้แก่ลูกศิษย์ผู้เป็นหน่อโพธิ์แก้วต้นใหม่ที่จะทำหน้าที่สร้างความร่ม เย็นเป็นสุขให้แก่ลูกศิษย์ในรุ่นหลังต่อไปก็คือ พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า แห่งวัดถ้ำเมืองนะ นั่นเอง 

ชาวอุบลราชธานีทึ่ง!! ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง แต่พระบรมฉายาลักษณ์ พ่อหลวงกลับไม่ถูกไหม้

วันที่ ๒๓ พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ มีด่านบอกด้วย อุบลราชธานี ได้โพสต์ ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยมอเตอร์ไบด์ ตรงข้ามหมู่บ้านเจริญทรัพย์ ๕ พื้นที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่กลับพบว่าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ถูกไฟไหม้แม้แต่อย่างใด

ครูบาวงศ์ พูดถึง ในหลวง ร.๙

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงใช้บารมี ไม่ได้รบกับใคร นานาประเทศก็อยากจะเอาประเทศไทยให้ได้ เข้ามาก็เอาไม่ได้ ต้องออกไป เข้าก็ต้องออกๆ อย่างประเทศพม่า มึงยิงกู กูยิงมึง ฉิบหายไปหมด บังคับใครไม่ได้ อย่างในหลวงของเราเอาบารมีไปรบ ใช้ความเมตตากรุณา มุทิตา อุเบกขาไปรบ ทำให้บ้านเมืองพออยู่พอได้ นอกจากองค์นี้ไป บารมีจะมีอย่างชั้นนี้ยังมองหาไม่เห็น เป็นบุญพวกเราทั้งหลายได้อยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรต้นใหญ่ ใครทำปฏิวัติเสนอโทษมาพิจารณา ท่านก็ไกล่เกลี่ยว่าเป็นพี่เป็นน้อง ปล่อยเสีย ติดคุกก็ให้ออกจากคุก คนจะตายก็อย่าฆ่า มันก็รวดเร็วดีขึ้นมา มีข้าศึกมา ทหารยิงต่อสู้กันในป่า ในหลวงไป เขาก็ไม่กล้ายิงเพราะบารมีของท่าน น่ากลัวนะ

อีสานมีข้าศึก ท่านก็ไปนั่งอยู่ ภาคใต้มีข้าศึกท่านก็ไปนั่งใช้บารมี บ้านเมืองอื่นนอกนั้นฉิบหายไปหมด ทิศเหนือทิศใต้ฆ่ากันไม่หยุด ห้ามกันไม่ฟัง แต่จะมารบเมืองไทยไม่กล้า เมืองไทยมีเทวดาช่วย ศาสนาของไทยแผ่ไปยังนานาประเทศ มีวัดมีวาไปใช้บารมี พญาบารมี ๓๐ (ทัศน์) นี่ชนะหมด แต่พวกญาติโยมพุทธบริษัทต้องปฏิบัติตามท่านนะ ก็จะดีทั้งสองฝ่ายทั้งราษฎร์ทั้งจ้าว จ้าวดีคนเดียวไม่ไหว ราษฎร์ไม่ดี มีทั้งโลภ ทั้งโกรธ ทั้งหลง ดับความโลภ โกรธ หลง เสีย ไฟกองใหญ่จะดับไป ไม่เกิด ความอิจฉา จะพาให้เกิดโรคภัย ตัดอิจฉาเสีย ช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง ดูในสมัย ในหลวง ร.๙ บ้านเมืองเจริญยิ่งนัก เพราะบารมีของท่านบรรเทาทุกข์ ท่านเป็นหน่อพระพุทธเจ้าใหญ่มาเกิด

"พระนเรศวรมหาราช" กลับมาเกิดเป็นในหลวง รัชกาลที่ ๙ มีหน้าที่รบกับความยากจนให้คนทั้งประเทศ ตามคำบอกของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ที่ฟังจากเทวดาที่ดอนเจดีย์

เมื่อฟังไปแล้วก็คิดว่า เอ๊ะ…นี่เราได้ความรู้จากเทวดา เราคิดกันมานานแล้วว่า ถ้านักรบต้องตกนรก นี่ไม่ใช่เสียแล้ว เทวดาพูด เราต้องเชื่อ ถ้าใครจะไม่เชื่อ ก็เชิญไปซักเทวดาที่ศรีประจันต์ก็แล้วกัน ข้างๆ กับดอนเจดีย์ เลยถามไปนิดว่า ขอต่ออีกหน่อยได้ไหม ท่านถามว่า ต่ออะไร อยากจะถามว่า พระนเรศวรมหาราชทรงสวรรคตแล้ว ไปอยู่สวรรค์ชั้นไหน

ท่านตอบทันทีเลยว่า นักรบไปอยู่ชั้นจาตุมหาราช เป็นนายของพวกผม ถามว่า เวลานี้พระนเรศวรมหาราชอยู่ทิศไหน ท่านบอกว่า เวลานี้พระนเรศวรมหาราชเกิดเป็นคนแล้ว และอยู่ในประเทศด้านทิศตะวันออกของประเทศไทย จึงถามว่าท่านบอกว่า พระนเรศวรมหาราชเป็นคนไทย หรือเป็นคนแขก หรือเป็นคนลาว หรือเป็นฝรั่ง ท่านบอกว่า เป็นคนไทยที่เกิดในเมืองฝรั่ง และในกาลต่อไปข้างหน้าวาระเข้ามาถึง พระนเรศวรมหาราชจะเข้ามาครองประเทศไทยในฐานะเป็น พระมหากษัตริย์

บรรดาท่านพุทธบริษัทอ่านเรื่องนี้แล้ว ทิ้งไว้ก่อนนะอย่าเชื่อนะอย่าไปเชื่อ ถ้าจะเชื่อก็ถามท่านผู้รู้จริงๆ อันนี้เป็นการฟังจากภุมเทวดา ถามว่า เป็นกษัตริย์จะเป็นกษัตริย์นักรบไหม ท่านบอกว่า ขึ้นชื่อว่า พระนเรศวร เกิดชาติไหน รบชาตินั้น แต่การรบตอนหลัง พระนเรศวรจะไม่มีเวลาพักผ่อน

ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นกษัตริย์ก็จะรบเรื่อยไป จนกระทั่งยันวันตายเลย บอกว่า ถ้าอย่างนั้น คนไทยทั้งชาติไม่ต้องทำมาหากินกันละ ก็รบกันอย่างเดียว ภุมเทวดาท่านบอกว่า ไม่ใช่ คนไทยทั้งชาติ ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน แต่พระนเรศวรมหาราชจะตั้งหน้าตั้งตารบ ถามว่า รบองค์เดียวหรือ ท่านบอกว่า มีคู่หูรบ ถามว่า รบกับอะไร รบกับใคร รบอย่างไร ท่านบอกว่า รบกับความยากจนของคนทั้งชาติ นั่นคือ พระนเรศวรมหาราชมีพระเมตตากรุณากับคนไทยมามาก

ทีนี้สำหรับ พระนเรศวรมหาราชเป็นนักรบ เป็นนิสัย เกิดชาติไหน ก็ต้องรบชาตินั้น ในเมื่อเกิดชาติตอนหลังขึ้นมา โอกาสที่จะรบอย่างนั้นมันไม่มี เพราะว่า มีแม่ทัพ มีนายกอง มีรัฐบาลควบคุมงานการบริหาร รัฐบาลควบคุม พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องวางแผนรบกับความยากจนของบรรดาประชาชนชาวไทย ถามท่านว่า อีกกี่ปี จะถึงวาระที่พระนเรศวรมหาราชมาครองประเทศไทย ท่านบอกว่า หากว่าท่านอยู่ไปไม่ตาย ไม่นานนักท่านก็มาครองประเทศไทยแน่ เวลาที่ถาม เป็นสมัยของรัชกาลที่ ๘ (คัดลอกข้อความจาก  : หนังสือหลวงพ่อธุดงค์ ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)

อย่ามองข้าม ขุมทรัพย์ของพระราชา อ่านทุกครั้ง ก่อนแตกแบงค์พัน ทำตามคำสอนพระโพธิสัตว์ พบแต่ความเจริญ ไม่มีจน!

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ จากคติที่ว่าท่าน คือ สมมุติเทพ นั้น ไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะทรงนำความสงบสุข ความร่มเย็น มาให้ชาติบ้านเมืองด้วยบุญญาบาธิการ ทั้งด้านปัญญาบารมี และการบำเพ็ญพระราชกรณีกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับพสกนิกรชาวไทย จึงทำให้ทุกๆ พื้นที่ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน เหยียบย่างพระบาทจรดลงบนพื้นดินแห่งใด แห่งนั้นก็เจริญงอกงามไปสมบูรณ์ บนผืนแผ่นดินไทยนี้ จึงมีร่องรอยความเจริญจากโครงการในพระราชดำริ ให้เราได้ศึกษาอยู่ไม่รู้จบสิ้น  เหมือนดังพ่อหลวงได้อยู่กับปวงชนชาวไทยเราเสมอ ไม่เคยจากไปไหน …

นอกจากโครงการในพระราชดำริ อีกสิ่งหนึ่ง ที่แสดงถึงความใกล้ชิด ห่วงใยปวงชนชาวไทย คือพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ที่ได้เคยพระราชทานไว้ โดยเฉพาะความยากจนอันเป็นปัญหาสำคัญ ที่พระองค์ทรงต่อสู้มาโดยตลอด โดยทรงย้ำเสมอให้พสกนิกรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคำสอนของพ่อหลวงก็อยู่ไม่ไกลตัวเราเลย หากสังเกตให้ดี บนธนบัตร 1000 บาท พิมพ์พระราชดำรัสกล่าวไว้ว่า

“เศรษฐกิจพอเพียง แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง”

กระดาษหนึ่งใบนี้ ในกระเป๋าสตางค์ของท่าน ไม่ใช่เพียงแค่มูลค่า 1,000 บาท แต่ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาลไว้ หากเรารู้จักน้อมเอาพระราชดำรัสของพระองค์ มาปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง ย่อมพบกับความสุขความเจริญในชีวิตอย่างแน่นอน ก่อนจะแตกแบงค์พันจับจ่าย จงมีสติ ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า อ่านพระราชดำรัสเตือนกันเสียก่อน เพราะนี่คือคำสอนของพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีอยู่จริง!

อาตมาจะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่เมืองไทย ระหว่างวันที่ ๒๒ ม.ค.ถึง ๑๔ เม.ย. ๒๕๖๐ จึงใคร่ ขอเชิญเป็นเจ้าภาพผ้าป่าสามัคคี อเมริกา-ไทย สมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ วัดจันทราปราสาท อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ อันเป็นวัดบ้านเกิดของ พระอาจารย์โพธิ์ วัดพุทธจักรฯ เอสคอนดิโด ซึ่งต้องใช้งบประมาณขั้นต่ำ ๑๐ ล้านบาท โดยจะนำไปทอดในวันที่ ๑๑ ก.พ. ๒๕๖๐ สนใจติดต่อทำบุญได้โดยตรงที่วัดพุทธจักรฯ หรือเขียนเช็คสั่งจ่าย Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills CA.91709 โทร. (323) 736-6860 เขียนมุมซองว่า "ทำบุญผ้าป่าอเมริกา-ไทย" (ถ้าร่วมเป็นกรรมการ ๑๐๐ เหรียญ จะมีวัตถุมงคลส่วนตัวของอาตมาที่สะสมไว้ มอบเป็นที่ระลึกให้ครับ)