Get Adobe Flash player

ในหลวง พระโพธิสัตว์ (๑๑) โดย พระเล็ก

Font Size:

แล้วหนังสือพิมพ์ก็เสนอข่าวต่อไปว่า เมื่อคณะแพทย์ไปถึงและท่านเจ้าคุณได้รับทราบ ว่ามีกระแสรับสั่งมาถวาย ก็ได้พยายามลุกนั่งสมาธิบนเตียงพยาบาล เมื่อได้ทราบคำอาราธนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ท่านเจ้าคุณนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่ แล้วกล่าวว่า อาตมารับอาราธนา แต่จะอยู่ไปเท่าที่สังขารจะทนไหวเท่านั้น

ในชั่วคืนวันนั้น เหตุการณ์มหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น เพราะอาการหัวใจวาย และเส้นเลือดหัวใจตีบได้ทุเลาลง น้ำท่วมปอดได้ลดลง ความดันได้ลดลงเกือบปกติ พระซึ่งใกล้ชิดท่านเจ้าคุณได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากรับอาราธนาแล้ว ท่านเจ้าคุณได้ปฏิบัติสมาธิและอยู่ในอาณาปานสติวิหารตลอดทั้งคืน

ความนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะมีข่าวต่อมาว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศฉบับหนึ่ง ได้ลงข่าวในเชิงตั้งข้อสงสัยนี้ว่า พระสงฆ์ไทยนี้แปลก ที่สามารถผัดผ่อนความตายได้แต่คนไทยจำนวนหนึ่งมิได้สงสัย เพราะมีความในมหาปรินิพพานสูตร แสดงไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใดได้เจริญอิทธิบาทสี่ให้มากแล้ว ทำให้เป็นประหนึ่งยานแล้ว ทำให้เหมือนกับเป็นพื้นแผ่นแล้ว มีใจตั้งมั่นบริสุทธิ์ หากปรารถนาจะมีอายุชั่วกัลป์หนึ่งหรือกว่านั้นก็ได้

ท่านเจ้าคุณพุทธทาส คนทั่วไปรู้แต่เพียงว่าท่านทรงปริยัติเสมอด้วยพระพุฒโฆษาจารย์ของลังกาในอดีต แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้ดีว่าท่านบรรลุภูมิธรรมถึงวิชชา ๘ ประการ ใพระพุทธศาสนา มีทิพยอำนาจอยู่ในตัว และเจริญอิทธิบาทอยู่เนืองๆ อาการป่วยขั้นวิกฤตที่ทุเลาเบาบางลง ก็ด้วยทิพยอำนาจนั้น ดังที่ปรากฏความในมหาปรินิพพานสูตรนั่นเอง

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่า ท่านเจ้าคุณมีภูมิธรรมเช่นนี้ อยู่ในวิหารธรรมเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะรู้ได้ หากต้องมีภูมิธรรม และอยู่ในวิหารธรรมที่ใกล้เคียงกัน ท่านเจ้าคุณพุทธทาสบรรลุภูมิธรรมขั้นไหน ก็เห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีภูมิธรรม ที่ใกล้เคียงกันนั้นเอง ดังนั้นจะกราบพระบรมฉายาลักษณ์ครั้งใด ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือกำลังกราบพระอริยบุคคลนั่นเอง

เรื่องที่๓ เป็นเรื่องราวของพลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนลงไว้ใหนังสือพิมพ์สยามรัฐด้วยตัวท่านเองว่า สมัยหนึ่งจะเดินทางไปผ่าตัดหัวใจที่ต่างประเทศ ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ท้ายที่สุดได้ทรงรับสั่งว่าไปผ่าตัดครั้งนี้จะไม่ตาย ให้รีบกลับ

พลตรีหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนไว้ว่า มีความเชื่อมั่นในขณะนั้น บังเกิดเป็นปิติอันเปี่ยมล้นว่า ครั้งนี้เห็นจะไม่ตายแน่ มีอาการขนลุกซู่ซ่า  คำรับสั่งที่เสมอด้วยสามารถตกลงกับพญามัจจุราชได้ดังนี้ ใช่ว่าผู้ที่มีภูมิธรรมธรรมดาจะกระทำได้ นี่เป็นวิชชาหนึ่งในพระพุทธศาสนา ที่มีแต่ผู้มีภูมิธรรมอันสูงส่งเท่านั้นที่จะกระทำ

เรื่องที่ ๔   เป็นเรื่องของครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือ สุนทราภรณ์ ผู้มีสมญาว่านักร้องชั้นบรมครูผู้อมตะ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษคนหนึ่งในวงการศิลปินไทย โปรดให้เข้าร่วมวง อส. ซึ่งเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์ ครั้งที่ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ ก็ทรงพระราชทานให้กับวงสุนทราภรณ์ นำไปแสดง ครั้งที่เสด็จนิวัติกลับพระนคร หลังจากเสร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และครูแก้ว อัจฉริยะกุล ก็ได้ร่วมกันรังสรรค์บทเพลงเพื่อถวายการต้อนรับ คือ "เพลงราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น" อันเป็นอมตะ

ทรงมีพระเมตตาต่อครูเอื้อ สุนทรสนาน มาก ถึงกับพระราชนิพนธ์เพลงไตเติ้ล ให้กับวงดนตรีสุนทราภรณ์ ชื่อว่าเพลง "พระมหามงคล" และพระราชทานธง ภปร. สำหรับวงด้วย ในเดือนธันวาคมปีก่อนที่ ครูเอื้อ สุนทรสนาน จะถึงแก่กรรม ได้โปรดเกล้าฯ ให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน ขึ้นไปร้องเพลงถวายที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ในบทเพลง "พรานทะเล" ซึ่งขณะนั้นครูเอื้อ สุนทรสนาน ป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาล ไปร้องเพลงถวาย แต่ร้องได้เพียงครึ่งเพลง ก็ต้องทรุดลง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพฯ เข้าไปประคอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน เข้ามานั่งใกล้พระเก้าอี้ แล้วรับสั่งถามอาการ

ครู่หนึ่งเหมือนกับจะทรงรู้ว่าครูเอื้อ สุนทรสนาน ป่วยคราวนี้คงตายแน่ จึงมิได้ตรัสประการใดเหมือนกับที่เคยตรัสกับ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแต่ทรงถอดสร้อยซึ่งห้อยพระสมเด็จจิตรลดา ออกจากพระศอคล้องคอครูเอื้อ สุนทรสนาน พร้อมกับตบศีรษะด้วยพระเมตตาแล้วทรงตรัสว่า ให้เร่งรักษานะ

ครูเอื้อ สุนทรสนาน กลับจากงานครั้งนั้น ก็รู้ตัวว่าถึงเวลาใกล้จะตายแล้ว จึงได้ทำเพลงสุดท้าย สั่งลาแฟนเพลง ชื่อว่าเพลง "พระเจ้าทั้งห้า" ซึ่งสรรเสริญและรำลึกพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ พร้อมกับฝากบทเพลง สุนทราภรณ์ไว้อยู่คู่ฟ้าเมืองไทย

นี่ก็เป็นวิชชาอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา เพราะแสดงให้เห็นถึง "อนาคตังสญาณ" ที่มีอยู่ในพระองค์ ทั้งนี้ยังไม่ต้องพูดถึงการที่เสด็จไปแห่งหนตำบลใด ถ้าหากฝนแล้งก็จะบังเกิดฝนตก หรือถ้าฝนตกหนักก็บังเกิดฝนหยุด อันเป็นพระบารมีที่มีแต่ภูมิธรรมอันสูง และถือเป็นทิพยอำนาจในพระองค์ ที่คนไทยทั้งประเทศได้รู้ได้เห็นกันตลอดมาแล้ว

และด้วยภูมิธรรมระดับนี้ ย่อมเชื่อและหวังได้ว่า องค์พระประมุขของเรานั้น ทรงสามารถเจริญอิทธิบาทสี่ บรรลุถึงมรรคและผลแห่งวิหารธรรมข้อนี้ในระดับที่สูง ก่อเป็นทิพยอำนาจในพระองค์ สมแก่ฐานะขององค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ซึ่งพสกนิกรทั้งประเทศสามารถกราบไหว้ และได้อานิสงส์อย่างเดียวกันกับการกราบไหว้พระอริยบุคคลนั้นแล

ขออำนาจสัตยาธิษฐาน ความมีอยู่จริง ความมีผลจริง ในวิชชาและวิมุติในพระพุทธศาสนาและคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดจนอำนาจแห่งพระปริตรได้น้อมนำส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย 

สมเด็จฯพระราชินีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ให้ฝรั่งฟัง เรื่องการทรงสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงทรง "นั่งสมาธิได้ลึกอย่างจริงจัง"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงสนพระทัย และทรงปฏิบัติสมาธิอย่างจริงจังมาก ดังที่สมเด็จฯ พระราชินี ทรงพระราชทานสัมภาษณ์ไว้กับในสารคดีชุด “Soul of a Nation” ซึ่งจัดทำโดยทีมข่าว BBC ว่า

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ : พระสวามีของข้าพเจ้าและข้าพเจ้าไม่ได้แค่อยากที่จะเข้าไปเยี่ยมเยือนเท่านั้น เราต้องพยายามทำให้ได้ดีกว่านั้น เราต้องพยายามช่วยรัฐบาลในการสนับสนุนและพัฒนาความเป็นสุขของประชาชน เพราะว่าเราเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา ดังนั้นภาระหน้าที่ของเราในการเยี่ยมเยือนประชาชนในฐานะประมุขของประเทศจึงไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเราไม่สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนได้ ก็ถือว่าเราล้มเหลวในฐานะเป็นประมุขของประเทศ

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ : ปกติพระสวามีของข้าพเจ้าจะเสด็จมาก่อนข้าพเจ้าและนั่งสมาธิได้ลึกอย่างจริงจัง ข้าพเจ้ายังไม่สามารถนั่งสมาธิได้เช่นนั้น ข้าพเจ้าจึงได้แต่เพียงสวดมนต์ แต่พระสวามีของข้าพเจ้าได้ตรัสว่า การสวดมนต์นั้นก็ใช้ได้ เพราะนั่นก็คือการทำสมาธิเช่นเดียวกัน

ผู้สัมภาษณ์ BBC : ในฐานะทรงเป็นจอมทัพไทย พระองค์ทรงปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธศาสนาที่ห้ามการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอย่างไร?

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว : นี่คือปัญหาแต่ เวลาที่ทหารถือปืน ปืนกระบอกนี้มีไว้เพื่อเจตนาสำหรับยิง และยิงอะไร? ยิงศัตรู นั่นคือความเป็นไป แต่ถ้าเขาถือปืนโดยมีเจตนาเพื่อป้องกันและรักษาประเทศด้วยเจตนาเช่นนี้ เขาไม่ได้ทำบาป แต่แม้กระทั่งมีศัตรูบางคนเข้ามา เขาต้องยิง ทำไม? เพราะว่าเขามีเจตนาที่จะต้องป้องกันประเทศ รักษาประเทศชาติและเพื่อรักษาศาสนา และถ้าศัตรูเข้ามาแล้วประเทศถูกทำลายและไม่มีศาสนา ก็จะไม่มีความดีเหลืออยู่

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ : ความรักและความเมตตากรุณาเป็นสิ่งที่ควรให้แก่ผู้อื่น เพื่อให้แต่เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เพื่อรับด้วยความรัก นั่นคือเหตุผลที่พระสวามีของข้าพเจ้าและข้าพเจ้าจึงสามารถทำงานได้ปีแล้วปีเล่า วันแล้ววันเล่าโดยไม่เจ็บป่วย แต่เราทราบดีว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องตาย ไม่มีใครหนีความตายได้ จะเห็นได้ว่า ในหลวง ร.๙ ทรงสนพระราชหฤทัย อีกทั้งมีพระราชศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนาอย่างมาก

จากหนังสือ สองธรรมราชาในบทเรื่อง "ใครคือพระราชอุปัชฌาย์ และพระพี่เลี้ยงของพระภิกษุสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ซึ่งมีการบรรยายไว้เพิ่มเติมว่าเหตุใดที่ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงออกผนวช และมีสมเด็จพระสังฆราช พระญาณสังวรทรงรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชในยุคนั้นมาเป็นพระพี่เลี้ยงในครั้งนั้น ซึ่งได้กล่าวถึงจารียวัตรที่งดงาม และพระหทัยตั้งมั่นที่จะทรงผนวชในครั้งนั้นว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระผนวชที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๙ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์ แล้วเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติสมณวัตรในสำนักสมเด็จพระราชอุปัชฌาย์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ จึงทรงลาผนวช อยู่ ๑๕ วัน

สมเด็จพระสังฆราชเจ้าได้ทรงมอบหมายให้เป็นพระพี่เลี้ยงก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งได้มอบหมายให้สนองพระเดชพระคุณ จากการที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้มีความรู้สึกว่า  พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงผนวชตามราชประเพณีอย่างเดียวเท่านั้นก็หามิได้  แต่ทรงพระผนวชด้วยพระราชศรัทธาที่ตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  มิได้ทรงเป็นบุคคลจำพวกที่เรียกว่า หัวใหม่ ไม่เห็นศาสนาเป็นสำคัญ  แต่ได้ทรงเห็นคุณค่าของพระศาสนา ฉะนั้น  ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาสามัญก็กล่าวได้ว่า บวชด้วยศรัทธา เพราะทรงพระผนวชด้วยพระราชศรัทธา ประกอบด้วยพระปัญญา และได้ทรงปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

ขออนุโมทนา ผู้บริจาคทรัพย์ทอดผ้าป่าสามัคคี ไทย-อเมริกา สร้างศาลาการเปรียญ คุณพันธุ์บุปผา,ต่อพงษ์,พรีชา ภาวะเวส $ 10, คุณ Orrawan  Chantharachote $ 100, คุณวรรณวิมล  คีน $ 50, คุณสุดา แตงศิริลักษณ์ $ 100, คุณ Anchalee Howard $ 50, คุณสุจินต์  กาญจนวัฒนกิจ $ 20 ไว้ ณ ที่นี้

ขออานิสงส์แห่งการบริจาคทรัพย์สร้าง "วิหารทาน" ศาลาการเปรียญครั้งนี้ จงส่งผลให้ท่านมีชีวิตที่ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากทุกข์โศก โรคภัย อันตรายทั้งปวง ในทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ เทอญฯ