Get Adobe Flash player

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวงฯ ร.๙ (๑) โดย พระเล็ก

Font Size:

นับจากวันนี้ไปอีกไม่นานนัก ก็จะถึงหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.๙ ระหว่างวันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๙ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ยิ่งใกล้วันสำคัญอันเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยมากเพียงไร พสกนิกรชาวไทยต่างก็เสาะแสวงหาเหรียญที่ระลึก และ วัตถุมงคลของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ กันอย่างจ้าละหวั่น

ในขณะเดียวกันพวกที่ไร้จิตสำนึก คือ ทำทุกอย่างเพื่อเงินอย่างเดียว ก็จะพากันเอาของเก๊ ของทำเทียมเลียนแบบ รวมทั้งของที่ไม่มีระบบ ออกมาจำหน่ายแข่งกับของจริง และดั้งเดิมที่มีมา โดยเริ่มออกมาจำหน่ายหลังจากที่พระองค์ทรงเสด็จสวรรคตใหม่ ๆ เลยทีเดียว ดังนั้น การนำเสนอบทความชิ้นนี้ จึงมุ่งไปที่จะให้ความรู้แก่ท่านผู้อ่าน ที่สนใจใคร่จะเก็บสะสมเหรียญที่ระลึก และวัตถุมงคลของในหลวง ร.๙ เอาไว้เพื่อเป็นสิริมงคล เพื่อเป็นแนวทางในการเก็บสะสมต่อไป

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวง ร.๙ ที่จัดสร้างขึ้นในขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น ทุกรุ่น ทุกแบบ ไม่ว่าจะออกโดยทางราชการ วัดวาอาราม องค์กรกุศล และหน่วยงานเอกชนใด ๆ ก็ตาม จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาติจากพระองค์ท่านก่อน ซึ่งเราสามารถจำแนกลักษณะเหรียญที่ระลึก และวัตถุมงคล ที่ออกในวาระต่าง ๆ ออกเป็น ๒ ชนิด คือ

๑.ชนิดที่ไม่มีพิธีปลุกเสก หรือพุทธาภิเษก

๒.ชนิดที่มีพิธีปลุกเสก หรือพุทธาภิเษก โดยพระเกจิอาจารย์

มาถึงตรงนี้แล้ว ท่านอย่าได้คิดนะครับว่า เหรียญที่ระลึก หรือวัตถุมงคลที่ไม่ได้รับการปลุกเสกนั้น จะไม่ได้รับความนิยม หรือมีค่านิยมน้อยกว่า นั่นเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ อย่างเช่น พระสมเด็จจิตรลดา ที่พระองค์ทรงสร้างด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอน และพระราชทานแก่ข้าราชบริพารนั้น แม้จะไม่ได้ปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ใด ๆ แต่ก็มีอำนาจพุทธคุณ และความศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยเลยทีเดียว ปัจจุบันเป็นที่เสาะแสวงหาอย่างมาก ราคาน่ะหรือ ถ้าเป็นของแท้ แน่นอนล่ะก็ หลักแสน หลายแสนบาทเลยล่ะครับ

๑.เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปี พ.ศ. ๒๔๙๓

พิธีราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ไทยเรียกว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปรากฏหลักฐานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คือ ศิลาจารึกวัดศรีชุมของพญาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย กล่าวคือ พ่อขุนผาเมือง อภิเษกพระสหาย คือ พ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ครองกรุงสุโขทัย แต่ก็ไม่มีรายละเอียดการประกอบพระราชพิธีว่ามีขั้นตอนอย่างใด

กระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงประกอบพระราชพิธีนี้อย่างสังเขป เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ ครั้งหนึ่งก่อน แล้วทรงตั้งคณะกรรมการ โดยมีเจ้าพระยาเพชรพิชัย ซึ่งเป็นข้าราชการในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นประธาน สอบสวนแบบแผนโดยถี่ถ้วน ตั้งขึ้นเป็นตำรา แล้วทรงทำบรมราชาภิเษกเต็มตำราอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘ และได้ใช้เป็นแบบแผนในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเครื่องบรมราชาภิเษกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ ๔-๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓

การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ทางราชสำนักได้ยึดการบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เป็นหลัก แต่ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพบ้านเมืองที่ยังไม่อุดมสมบูรณ์ เพราะเพิ่งผ่านพ้นสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเพื่อให้เหมาะสมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย แบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระปฐมบรมราชโองการ พระราชทานอารักขาแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

สำหรับเหรียญที่ระลึกในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๙๓ นับเป็นเหรียญที่สำคัญและหายากมากที่สุดในบรรดาเหรียญในหลวง รัชกาลที่ ๙ หากใครพอจะทราบ ถึงพระราชพิธีดังกล่าว ย่อมตระหนักดีว่า ของทุกอย่างทุกชิ้นที่จะใช้หรือพระราชทานในพิธีนั้น ต้องทำพิธีพุทธาภิเษกให้มงคลก่อนนำมาใช้ทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่า ๓ วัน ๓ คืน ก่อนงานพระราชพิธีจะเริ่ม ตามประวัติ การสร้างไม่มีระบุชัดเจนว่าสร้างมาจำนวนเท่าไหร่ แต่ทราบกันว่า เหรียญนี้จะพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และทหาร ข้าราชบริพาร ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธีในวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓

ลักษณะ เป็นรูปเสมา ขอบเรียบ ด้านบนมีห่วง ตามบันทึก สร้างด้วยโลหะเงิน และเงินกะไหล่ทอง ขนาดกว้าง ๒๗ มิลลิเมตร ยาว ๓๕ มิลลิเมตร ด้านหน้าของเหรียญเป็นพระบรมรูปในหลวง พระพักตร์ตรง ทรงเครื่องเต็มยศพลเรือน ด้านหลังเป็นอักษรพระปรมาภิไธย "ภปร" อยู่เหนือข้อความ "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๔๙๓" ปกติมักพบ ชนิด เนื้อเงินกะไหล่ทอง

๒.เหรียญเสด็จนิวัติกลับพระนคร ปี พ.ศ. ๒๕๐๔

หนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ระหว่างการเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ วาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำรัสต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าใคร่ทราบว่า ในประเทศนี้ ประชาชนหลายล้านคนซึ่งมีชาติพันธุ์ ประเพณีและความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกันนั้นสามารถอยู่ร่วมกันอย่างเสรีและมีความปรองดองอย่างผาสุกได้อย่างไร” 

พระองค์ได้มีพระราชดำรัส ชื่นชมนโยบายการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ว่าตรงกับค่านิยมไทย ว่าด้วยหน้าที่ของคนในครอบครัวเดียวกัน ทั้งนี้ นิวยอร์กไทม์ได้ยกพระราชดำรัสของพระองค์มาเผยแพร่ตอนหนึ่งว่า..

“ชาติต่าง ๆ กำลังได้รับบทเรียนว่า พวกเขามิใช่อื่นใดแต่เป็นสมาชิกของครอบครัวขนาดใหญ่อันเดียวกัน…บทเรียนนี้อาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ แต่หากเมื่อใดที่โลกได้เรียนรู้ อนาคตแห่งสันติภาพโลกจะต้องสดใส”

รายงานของนิวยอร์กไทม์ฉบับเดียวกัน ระบุว่า นับตั้งแต่ปี ๑๙๕๑ ถึงปี ๑๙๖๐ ไทยได้รับการช่วยเหลือทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่ากว่า ๕๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงชื่นชมความรุ่งเรืองในด้านการศึกษาและวัฒนธรรมของสหรัฐฯ ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้ามีความปรารถนาตามธรรมชาติของมนุษย์ ที่จะได้เห็นสถานที่เกิดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคาดว่า พวกท่านบางคนที่อยู่ ณ ที่นี้ คงจะเกิดที่บอสตันเหมือนกัน หรือไม่ก็คงได้ศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เช่นเดียวกับสมเด็จพระราชบิดาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารีบขอแสดงความยินดีแด่ผู้ที่มีโชคดีเช่นนั้นด้วย ข้าพเจ้าเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวคงจะมีจิตใจเหมือนข้าพเจ้า เพราะเราต่างก็มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในความสำเร็จด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ของนครที่น่าพิศวงนั้นเช่นเดียวกันกับสมัยโบราณ ถนนทุกสายต่างมุ่งไปกรุงโรม ฉันใดก็ฉันนั้น ในปัจจุบันนี้ถนนทุกสายต่างก็มุ่งไปยังวอชิงตัน

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ระหว่างการเสด็จเยือนอเมริกาและยุโรปเหล่านี้ ถูกถ่ายทอดย้อนรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้อย่างดีจากเหรียญที่ระลึกเสด็จนิวัติพระนคร ๒๕๐๔

เหรียญที่ระลึกเสด็จนิวัติพระนคร (พ.ศ. ๒๕๐๔) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเหรียญแรก ที่ผลิตขึ้นในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จนิวัติพระนคร หลังจากที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรป

ส่วนผสม ทองแดง 75 : นิเกิล 25  สีขาว ขอบมีเฟือง ชนิดราคา 1 บาท นำหนัก 9 กรัม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 27 จำนวนผลิต 4,430,000 เหรียญ

ส่วน เหรียญพระราชทานที่ระลึก จัดสร้างขึ้น ๑๖ มกราคม ๒๕๐๔ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนประเทศสหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป เป็นเหรียญเนื้อเงิน ขนาดใหญ่ มีที่ประดับแพรแถบ 

เหรียญนี้ แม้จะไม่ได้รับการปลุกเสก แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหรียญที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ อยู่ในเหรียญเดียวกัน เป็นเหรียญแรกของไทย นับเป็นความภาคภูมิใจของคนที่ครอบครอง ปัจจุบัน สวย ๆ สภาพเดิม ๆ เก่าเก็บ ไม่ผ่านการใช้งาน หายาก และมีค่านิยมสูงอยู่ในหลักพันต้น ๆ เลยทีเดียวครับ

สำหรับเหรียญที่ระลึก และวัตถุมงคลของในหลวง ร.๙ ที่ผ่านพิธีพุทธาภิเษกนั้น อาตมาได้เก็บสะสมไว้เป็นบางรุ่น เช่น เหรียญนั่งบัลลังก์ ปี ๒๕๓๙ ที่ได้นำมาเปิดให้ บูชาเหรียญละ $ 29 USD และได้หมดไปแล้ว ตอนนี้ที่มีอยู่และเปิดให้บูชาคือ เหรียญทรงผนวชพลังแผ่นดิน ปี ๒๕๕๔ (๘ รอบ ในหลวง ร.๙) ซึ่งเป็นเหรียญที่พระองค์ทรงโปรดให้จัดสร้าง และทรงออกแบบเหรียญด้วยพระองค์เอง เพื่อเปิดจำหน่ายหาทุนให้กับ ร.พ.สงฆ์ โดยเหรียญดังกล่าวเมื่อเปิดให้บูชา ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว หากท่านสนใจที่จะบูชา ก็ติดต่อขอบูชาจากอาตมาได้ ที่เบอร์โทร. (909) 437-2837 ในราคาเหรียญละ $69 USD (รวมค่าจัดส่ง) เหรียญอยู่ในแพคเก็จเดิม เลี่ยมพลาสติกกันน้ำอย่างสวยงาม มีจำนวน ๒๐ เหรียญเท่านั้น