Get Adobe Flash player

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวงฯ ร.๙ (๒) โดย พระเล็ก

Font Size:

๓. เหรียญอนุสรณ์มหาราช ๒๕๐๖

เหรียญอนุสรณ์มหาราช ๓ รอบ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งผลิตขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ ๓๖ พรรษา หรือ ๓ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๖ โดยเหรียญนี้ผลิตด้วยกัน ๓ เนื้อ คือ เนื้ออัลปาก้า เนื้อเงิน และ เนื้อทองคำ (น้ำหนักเหรียญอยู่ที่ ๑๖-๑๗ กรัม) รูปทรงเหรียญเป็นรูปเสมา หรือที่คุ้นหูกันชื่อ เหรียญอาร์ม มีด้วยกัน ๓ บล๊อค คือ ๑.บล๊อคแว่นแตก (เป็นบล๊อคที่หายาก) ๒.บล๊อค ช. ๒ เส้น และอีกบล๊อคก็จะเป็นบล๊อคปกติทั่วไป จัดสร้างโดย “มูลนิธิมหาราช” มีอัตราการจองและบูชา ดังนี้

            ๑. ผู้สมทบทุน  ๑  บาท  ได้รับเหรียญเสมา เนื้ออัลปาก้า ๑ เหรียญ

            ๒. ผู้สมทบทุน  ๕  บาท  ได้รับเหรียญเสมา เนื้อเงิน ๑ เหรียญ

            ๓. ผู้สมทบทุน ๑,๐๐๐ บาท  ได้รับเหรียญเสมา เนื้อทองคำ ๑ เหรียญ

            ๔. ผู้สมทบทุนถึง ๑๐,๐๐๐ บาท  นอกจากจะได้รับเหรียญเสมาทองคำ ๑๐ เหรียญแล้ว มูลนิธิฯ จะได้ทำการจารึกชื่อผู้บริจาคไว้ ณ สถานอุปการะเยาวชนของมูลนิธิมหาราช

เป็นเหรียญที่ได้ผ่านพิธีการปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ ถึง ๒ วาระด้วยกัน โดยพระคณาจารย์ที่โด่งดังในยุคนั้น

            ครั้งแรก  วันที่ ๒๙-๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ มีรายนามพระคณาจารย์ที่มาปลุกเสก ๙ รูป ดังนี้       

๑. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา

                        ๒. หลวงพ่อ พระครูโพธิสารประสาธน์ วัดโพธิสัมพันธ์ บางละมุง ชลบุรี

                        ๓. หลวงพ่อ พระวรพจรน์ปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี

                        ๔. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง

                        ๕. หลวงพ่อ พระราชประสิทธิคุณ วัดราชธานี สุโขทัย

                        ๖. หลวงพ่อเงิน (พระราชธรรมาภรณ์) วัดดอนยายหอม นครปฐม

                        ๗. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม

                        ๘. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน ฉวาง นครศรีธรรมราช

                        ๙. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี

            ครั้งที่สอง ระหว่างวันที่ ๕-๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ มีรายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกในแต่ละวัน ดังนี้

            วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๐๖

                        ๑. พระสุเมธมุนี วัดบางหลวง ปทุมธานี

                        ๒. พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง ธนบุรี

                        ๓. พระครูปลัดบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช

                        ๔. หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดน เพชรบูรณ์

                        ๕. พระครูนนทกิจวิมล (หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี

                        ๖. หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี

                        ๗. พระครูพุทธมนต์วราจารย์ (พระปลัดสุพจน์) วัดสุทัศน์ พระนคร

                        ๘. พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์เชียงราก ปทุมธานี

                        ๙. หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ระยอง –

วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๐๗

                        ๑. พระครูพิทักษ์วิการกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา พระนคร

                        ๒. พระครูสถาพรพุทธมนต์ (หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม บางเลน นครปฐม

                        ๓. พระครูธรรมิตรนุรักษ์ วัดเขาหลัก ท่าศาลา นครศรีธรรมราช

                        ๔. พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถิร) วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี

                        ๕. พระเทพสังวรวิมล (หลวงพ่อเจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม

                        ๖. หลวงพ่อสำเภา วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี

                        ๗. พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก

                        ๘. พระมุจรินทร์โมลี (หลวงปู่ดำ) วัดมุจรินทร์ หนองจิก ปัตตานี

            วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๐๗

                        ๑. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บางไทร อยุธยา

                        ๒. พระครูโพธิสารประสาธน์ (อาจารย์บุญมี) วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี

                        ๓. พระวรพจน์ปัญญาจารย์ (หลวงพ่อวัดป่า) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี

                        ๔. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง

                        ๕. พระราชประสิทธิคุณ (หลวงพ่อทิม) วัดราชธานี สุโขทัย

                        ๖. พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม

                        ๗. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม

                        ๘. พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดพระเชตุพน พระนคร

                        ๙. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ โคกโพธิ์ ปัตตานี

            การเริ่มพิธีนั้น พระพิธีธรรมเจริญพระคาถาภารวาณจะ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น. ของแต่ละวัน พระคณาจารย์ทุกรูปจะผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกบริกรรมกันตลอดเวลา จนตลอดรุ่งของทุกวัน จนถึงเช้าตรู่วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๐๗ เวลา ๐๖.๐๐ น. พระอาจารย์ที่นั่งปรกวันที่สามทั้งหมดทุกรูป ประชุมพร้อมกันปลุกเสกเงียบเป็นเวลา ๓๐ นาที พอครบเวลาตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ลั่นฆ้องชัย พราหมณ์ เป่าสังข์ แกว่งบัณเฑาะว์ ปี่พาทย์ทำเพลง ๓ ลา พระคณาจารย์ทุกรูปประพรมน้ำพุทธมนต์เหรียญเสมาทั้งหมดที่เข้าพิธี เสร็จแล้วเจิม พระพิธีธรรมเจริญคาถาดับเทียนชัย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ดับเทียนชัย พราหมณ์เริ่มพิธีเบิกแว่นเทียนสมโภชเป็นเสร็จการพิธี

            นอกจากนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ยังได้นำเหรียญมหาราชนี้ส่วนหนึ่งพระราชทานแก่ ตำรวจตระเวนชายแดนและคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ใน พอ.สว. (แพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์) โดยด้านหลังเหรียญจะตอกอักษรพระปรมาภิไธยย่อว่า "สว" ไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะอยู่ทางขวามือด้านหลัง

            เหรียญที่สมเด็จย่านำไปพระราชทานนี้ ได้ผ่านการอธิษฐานจิตจาก พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร แห่งวัดอุดมสมพร อีกครั้งหนึ่ง ทำให้การเล่นหาแพงกว่าเหรียญที่ไม่มีคำว่า "สว"

            เหรียญอนุสรณ์มหาราชนี้ เป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง เพราะได้รับการปลุกเสกอย่างดีจากพระเกจิอาจารย์ในยุคนั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ แต่ละท่านได้ละสังขารไปหมดแล้ว ทำให้ได้รับความนิยมจากข้าราชการทหาร ตำรวจ อส. ข้าราชการปกครองทุกระดับ มักจะนำไปประดับเป็นเหรียญตราหน้าอก เพราะปรากฏอภินิหารด้านแคล้วคลาด ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ เป็นเลิศ ทั้งด้านความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ มหาอุด คงกระพันกันลูกปืนและอาวุธมีคม จนเป็นที่กล่าวขวัญทั่วไป

            ปัจจุบัน เหรียญนี้มี “ของปลอม” ระบาดมาก ดังนั้น หากท่านใดต้องการหาไว้สักการบูชา ขอให้คิด และพิจารณาให้ดีเสียก่อน ยิ่งเจอของถูกราคาหลักพันกว่าๆ อย่านึกว่า “ฟลุ๊ค” จะกลายเป็น “ฟุบ” เอาได้ เพราะเหรียญจริงที่สภาพสมบูรณ์ แบบไม่ตอกโค๊ด “สว” นั้น เขาเล่นหากันในราคา ๒-๓ พัน ถ้าตอกโค๊ด “สว” ก็อยู่ในหลักพันกลาง ในช่วงที่ในหลวง ร.๙ เสด็จสวรรคตไม่นานนัก แต่ปัจจุบันนี้ ไม่ทราบราคา เพราะว่า ไม่มีใครเอาออกมาปล่อยให้บูชามาหลายเดือนแล้วครับ

               สำหรับเหรียญที่ระลึก และวัตถุมงคลของในหลวง ร.๙ ที่ผ่านพิธีพุทธาภิเษกนั้น อาตมาได้เก็บสะสมไว้เป็นบางรุ่น เช่น เหรียญนั่งบัลลังก์ ปี ๒๕๓๙ ที่ได้นำมาเปิดให้ บูชาเหรียญละ $ 29 USD และได้หมดไปแล้ว ตอนนี้ที่มีอยู่และเปิดให้บูชาคือ เหรียญทรงผนวชพลังแผ่นดิน ปี ๒๕๕๔ (๘ รอบ ในหลวง ร.๙) ซึ่งเป็นเหรียญที่พระองค์ทรงโปรดให้จัดสร้าง และทรงออกแบบเหรียญด้วยพระองค์เอง เพื่อเปิดจำหน่ายหาทุนให้กับ ร.พ.สงฆ์ โดยเหรียญดังกล่าวเมื่อเปิดให้บูชา ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ในราคาเหรียญละ $69 USD (รวมค่าจัดส่ง) เหรียญอยู่ในแพคเก็จเดิม เลี่ยมพลาสติกกันน้ำอย่างสวยงาม มีจำนวน ๒๐ เหรียญเท่านั้น

            เหรียญคุ้มเกล้าฯ สร้างเพื่อหาทุนสร้างอาคารคุ้มเกล้าฯ เนื่องในโอกาสที่ ร.พ.ภูมิพลฯ มีอายุครบ ๓๐ ปี ในปี ๒๕๒๒ ในหลวง ร.๙ ทรงเททองหล่อชนวน และเสด็จในพิธีปลุกเสกที่ท้องสนามหลวง มีการโยงสายสิญจน์จากวัดพระแก้วมายังปะรำพิธี มีพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ ๔ วัน ๔ คืน มากถึง ๑,๒๐๐ กว่าองค์ ปัจจุบันจัดเป็นเหรียญ ๑ ใน ๓ ของในหลวง ร.๙ ที่ได้รับความนิยมมาก รองมาจาก เหรียญทรงผนวช และเหรียญพระมหาชนก รายละเอียดต้องติดตามอ่าน ในอัตราเหรียญละ $ 160 USD (รวมตลับและค่าจัดส่ง)

หากท่านสนใจที่จะบูชา ก็ติดต่อขอบูชาสั่งจองจากอาตมาได้ ที่เบอร์โทร. (909) 437-0837 จากนั้นจึงค่อยส่งเช็คสั่งจ่าย Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., CA. 91709 วัตถุมงคลที่บูชาจากอาตมาไปนั้น รับประกันความแท้ และความพึงพอใจทุกองค์ครับ