Get Adobe Flash player

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวงฯ ร.๙ (๔) โดย พระเล็ก

Font Size:

๖. พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน

ถือว่าเป็นพระพุทธรูปพิมพ์องค์เดียวที่สร้างในเมืองไทย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้าง แต่ไม่ได้มีพิธีพุทธาภิเษกเหมือนเช่น พระเครื่อง เหรียญ หรือวัตถุมงคลอื่นๆ ที่จะต้องผ่านพิธีพุทธภิเษกเสียก่อนเพื่อให้มีพุทธานุภาพ โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากวัดต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เข้ามาเป็นผู้แกะแม่พิมพ์พระพุทธรูปพิมพ์นี้ในพระราชฐาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และได้ทรงตรวจพระพุทธศิลป์ฯ ของพระพุทธรูปพิมพ์องค์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้พุทธศิลป์ที่สมบูรณ์จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย

พุทธลักษณะพระพุทธรูปพิมพ์ ปางสมาธิขัดราบ ประทับเหนือดอกบัวบาน ๙ กลีบ พุทธศิลป์คล้ายพระพุทธปฏิมาสมัยสุโขทัย โดยมีพระราชประสงค์สืบเนื่องมาจากที่พระองค์ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยดอกไม้สดจากประชาชน ในการเสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธปฏิมากรแก้วมรกต และได้ทรงแขวนไว้ ณ ที่บูชาองค์พระพุทธรูปปฏิมากรตลอดเทศกาล จนถึงคราวที่เสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงใหม่ ทรงเห็นเป็นสำคัญที่ควรเก็บดอกไม้แห้งเหล่านี้ไว้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อเป็นสิริมงคล ประโยชน์ที่จะใช้ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า สมควรใช้เป็นส่วนผสมสำหรับสร้างเป็นพระพุทธรูปพิมพ์ โดยมีพระราชประสงค์เป็นเบื้องต้น เพื่อจะบรรจุที่ฐานบัวหงายขององค์พระพุทธนวราชบพิตร และพระราชทานแก่ข้าราชบริพารฝ่ายในที่ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท รวมทั้งราชองค์รักษ์ประจำเท่านั้น

ขนาดพระพิมพ์ พระพิมพ์ใหญ่ขนาดกว้าง ๒ เซนติเมตร สูง ๓ เซนติเมตร ความหนาโดยประมาณ ๐.๕-๑.๐ เซนติเมตร ขอบองค์พระพิมพ์ทั้ง ๓ ด้าน จะป้านเฉียงออกสู่ด้านหลังองค์พระพิมพ์มากน้อยขึ้นอยู่กับความหนาขององค์พระพิมพ์ที่ทรงสร้าง พิมพ์เล็กขนาดกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ความหนาโดยประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร ขอบองค์พระพิมพ์ทั้ง ๓ ด้าน จะป้านเฉียงออกสู่ด้านหลังขององค์พระพิมพ์เล็กน้อย

พระพักตร์ ใบหน้าองค์พระพิมพ์ ดูลักษณะคล้ายผลมะตูมอิ่มเอิบ พระเกศ ขององค์พระพิมพ์ดูเด่นชัด พระกรรณ ใบหูทั้งสองข้างขององค์พระพิมพ์จะติดเด่นชัด และโค้งอ่อนช้อย ยกเว้นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘-๒๕๐๙ จะติดไม่เด่นชัด

พระนาสิก จมูกขององค์พระพิมพ์จะดูเป็นสันเด่นชัด ยกเว้นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปี ๒๕๐๘-๒๕๐๙ จะไม่ติดเป็นสันเด่นชัด ดอกบัวบาน กลีบดอกบัวบานจะอ่อนช้อยได้สัดส่วนเด่นชัด ส่วนมากมักมีการประทุของฟองอากาศเป็นรูปเล็กๆ

เกสรดอกบัว เกสรเหนือกลีบดอกบัวบาน จะติดเป็นเม็ดกลมเรียงกันเป็นแถวเด่นชัด ส่วนมากมักจะเกิดการประทุของฟองอากาศเป็นรูเล็กๆ ส่วนพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘-๒๕๐๙ มักจะไม่ติดเป็นเม็ดกลมๆ และเรียงกันเป็นแถว

มวลสาร มวลสารหลักที่ปรากฏให้เห็นในองค์พระพิมพ์ จะเป็นเศษชิ้นเล็กๆ ส่วนมากจะเป็นเศษของดอกไม้แห้ง เศษของผงธูป และก้านธูป เศษชิ้นส่วนของสีที่ขูดจากผ้าใบภาพฝีพระหัตถ์ และจากเรือใบพระที่นั่งที่ทรงต่อขึ้น จะเป็นเศษสีแดง สีเขียว สีเขียวอ่อน สีเขียวอ่อนอมฟ้า สีขาวนม เศษชิ้นเล็กๆ ของแกนเทียนชัย เนื้อเทียนชัยสีขาวนม เศษชิ้นเล็กๆ ของเม็ดกรวด เม็ดทราย เศษดิน เศษชิ้นส่วนของทองคำเปลว บางองค์จะปรากฏ เส้นพระเจ้า (เส้นผม) ส่วนมากจะฝังอยู่ด้านขอบข้างหรือด้านหลังขององค์พระพิมพ์ มวลสารศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ จะมีจำนวนมากน้อย แบบหยาบ แบบหยาบปนละเอียด หรือแบบละเอียด ขึ้นอยู่กับปีที่ทรงสร้างพระพิมพ์ ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน แล้วทรงนำมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ผสมรวมกับตัวประสานหลักที่ทรงในการสร้างพระพิมพ์ คงจะเป็นโพลีเอสเตอร์เรซิน (เป็นพลาสติกในรูปของเหลว) และใช้ ฮาร์ดเดนเนอร์(ตัวทำให้แข็ง) หรือที่เรียกกันว่า คะตะลิสต์ (ตัวเร่งปฏิกิริยา)

เมื่อใส่สารเร่งปฏิกิริยาบางชนิดลงไปในเนื้อของเรซิ่น จะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น โดยการเปลี่ยนสภาพจากพลาสติกเหลว เป็นพลาสติกแข็งใส หรืออมเหลืองอมแดงแล้วแต่ชนิดของวัตถุดิบที่ทรงใช้ โดยตามธรรมชาติของเรซิ่นแล้ว จะเกิดความมันใส และเมื่อถูกผสมกับตัวเร่งปฏิกิริยา จะก่อให้เกอดความร้อน จึงเป็นสาเหตุให้องค์พระพิมพ์ส่วนมาก ปรากฏการประทุของฟองอากาศเป็นรูเล็กๆ หรือไม่ก็เป็นฟองอากาศอยู่บนผิวขององค์พระพิมพ์ที่เข้าใจว่าทรงใช้โพลีเอสเตอร์เรซินเป็นตัวประสานหลัก อันเนื่องมาจากในช่วงนั้น พระองค์ทรงกำลังต่อเรือใบพระที่นั่งพอดี

ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้แกะแม่พิมพ์เพิ่มอีกภายหลังจากนั้นไม่มากนัก เพื่อพระราชประสงค์ในการพระราชทานให้แก่เด็กๆ พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองทั้งสิ้น ตั้งแต่การถอดแบบแม่พิมพ์ ทรงผสมมวลสาร ทรงเทลงแม่พิมพ์ ทรงตกแต่งองค์พระพิมพ์เพื่อให้ดูงดงาม ทั้งหมดนี้ โดยทรงใช้เวลาหลังจากพระอักษร และทรงงานอันเป็นพระราชภารกิจในตอนดึก

องค์พระประกอบด้วยผงมงคลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งส่วนในพระองค์และวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด ที่พุทธศาสนิกชนทั่วพระราชอาณาจักรปฏิบัติบูชาสืบเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านาน พระสมเด็จจิตรลดา ทุกองค์ จะได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะมี ใบพระราชทาน (ใบกำกับพระพิมพ์) ขนาดกว้างประมาณ ๑๒.๗ ซม. ยาว ๑๕.๘ ซม. พื้นสีขาว ด้านบนมีภาพพิมพ์องค์ พระสมเด็จจิตรลดา ประกอบอยู่ แต่ไม่ใช่องค์ที่พระราชทานให้ ขนาดจะใหญ่กว่าองค์พระจริงเล็กน้อย สีน้ำตาลเข้ม เป็นเอกสารส่วนพระองค์ มีการประมาณการว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระสมเด็จจิตรลดา พระพุทธรูปพิมพ์ไม่มากไปกว่า สามพันองค์ เนื่องจากแพทย์หลวงได้ทูลเกล้าฯ ถวายคำแนะนำว่า พระองค์ทรงแพ้สารเคมีและผงฝุ่นบางชนิดในส่วนผสมขององค์พระ ทำให้พระองค์ทรงพระประชวรด้วยพระโรคทางเดินหายใจบ่อยครั้ง ในช่วงหลังๆ

อีกทั้งพระองค์ท่านทรงไม่อยากเห็นพสกนิกร ผู้ปรารถนาในพระพุทธรูปพิมพ์ของพระองค์อีกจำนวนมาก จะต้องสิ้นทรัพย์มากเป็นหมื่นๆ อย่างขาดสติ เป็นเหยื่อของคนสิ้นคิด ซึ่งแอบทำพระพุทธรูปพิมพ์นี้ปลอมกันออกมามาก ในระยะนั้นดังนั้นในราวปลายปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ จึงไม่ได้ทรงสร้างพระพุทธรูปพิมพ์นี้ โดยพระหัตถ์ของพระองค์เองอีกเลย

พระสมเด็จจิตรลดา ๕๐๐ องค์ ที่ผ่านมือ...เสี่ยสมชาติ (ทองเพิ่ม อุปริมทิศ)

 ปัจจุบันพระสมเด็จจิตรลดาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในมือของผู้รับพระราชทาน ทั้งๆ ที่ผู้ได้รับพระราชทานส่วนใหญ่ไม่อยากขาย แต่ด้วยเหตุที่พระมีเพียงองค์เดียว แต่มีลูกมากกว่า ๑ คน การแบ่งครึ่งองค์พระป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ จึงนำพระมาขายแล้วเอาเงินไปแบ่งให้ลูกหลาน ทั้งนี้จะเก็บใบกำกับพระไว้ แต่ภายหลังก็เอาใบกำกับพระมาขาย เพราะเก็บไว้ไม่รู้ว่าจะแบ่งกันอย่างไรอีก ทั้งนี้ หากขายพระสมเด็จจิตรลดาพร้อมๆ ใบกำกับพระจะได้ราคาสูงกว่า

มีข้อมูลจากวงการพระเครื่องที่น่าสนใจ คือ ปัจจุบันนี้มีผู้ครอบครองพระสมเด็จจิตรลดาในระดับที่เรียกว่า “รังพระสมเด็จจิตรลดา” หลายคน เช่น นายทองเพิ่ม อุปริมทิศ หรือเสี่ยสมชาติ เจ้าของธุรกิจรังนก มีอยู่ในครอบครองประมาณ ๗๐-๘๐ องค์ ถือว่ามากที่สุดในวงการพระเครื่อง โดยไล่เก็บตั้งแต่ยังไม่ได้รับความนิยมและมีราคาไม่แพง ในขณะที่ นายไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ หรือ “โป๊ยเสี่ย” เจ้าของพระสมเด็จองค์ลุงพุฒิ มีพระสมเด็จจิตรลดาอยู่ในรังประมาณ ๓๐ องค์ เช่นเดียวกับ “เสี่ยเผด็จ หงษ์ฟ้า” มีพระสมเด็จจิตรลดา ประมาณ ๓๐ องค์

เสี่ยสมชาติ เล่าว่า เริ่มหาพระเครื่องมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมาตั้งแต่อายุ ๑๕-๑๖ ปี เริ่มจากพระหลวงปู่ทวดก่อน ตามประสาวัยรุ่นเพราะเชื่อปาฏิหาริย์ในองค์ของท่าน จากนั้นก็เริ่มสะสมพระสายอื่นๆ ทั้งพระชุดเบญจภาคี พระกรุ รวมทั้งพระคณาจารย์ต่างๆ ส่วนพระสมเด็จจิตรลดา เริ่มเช่าประมาณ พ.ศ.๒๕๒๐ โดยสมเด็จจิตรลดาองค์แรกเป็นพิมพ์ใหญ่ เช่ามาในราคา ๒ หมื่นบาท ทั้งนี้จะเช่าเพื่อมอบเป็นของที่ระลึกให้ผู้ใหญ่ที่นับถือ ในช่วงนั้นไม่ค่อยมีคนสนใจเช่ามากนัก ทำให้มีโอกาสได้เห็นและได้เลือกเช่าพระสมเด็จจิตรลดาจำนวนมาก เมื่อรวมแล้วน่าจะผ่านมือกว่า ๕๐๐ องค์

ทั้งนี้ หากศึกษาการจัดสร้างพระสมเด็จจิตรลดาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะมีข้อคิดและเป็นหลักในการดำเนินชีวิได้เป็นอย่างดียิ่ง คือ ทุกครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระราชทานพระพิมพ์นี้ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะมีพระราชกระแสรับสั่งให้ผู้รับพระราชทาน จงประพฤติปฏิบัติคุณงามความดี อยู่ในศีลธรรม และยึดมั่นในอำนาจแห่งพระพุทธคุณ ทรงกำชับให้เอาทองคำเปลวปิดที่ด้านหลังขององค์พระก่อนนำไปบูชา ขณะปิดทองให้ตั้งจิตเป็นสมาธิ อธิษฐาน ขอให้ความดีงามที่มีอยู่ในตัวจงดำรงอยู่ต่อไป และขอให้ยังความเป็นสิริมงคล จงบังเกิดแก่ตัวยิ่งขึ้น อีกทั้งให้ประสบแต่ความสุขความเจริญในทางที่ดีงาม

ประสบการณ์อภินิหารพระสมเด็จจิตรลดา จาก พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร ณ อยุธยา

รอดได้ด้วยพระบารมี เผยวินาที ฮ.ตก พล.ต.อ.วสิษฐ พึ่งพระสมเด็จจิตรลดา พระกำลังแผ่นดินที่ในหลวง ร.๙ ทรงกดลงพิมพ์ด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง

"... ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังร่วงลงไปนั้น ผม (พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร) มีความรู้สึกอย่างเดียวกับนักบิน คือนึกว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะเครื่องบินตก ผมได้ยินทุกคนในเครื่องบินต่างสวดมนต์เสียงดังไม่ได้ศัพท์

ตัวผมเองนั้น ทำสิ่งที่ผมเชื่อว่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ทำก่อนตายคือ เอามือกุมพระเครื่ององค์เดียวที่ห้อยคออยู่แล้วร้องเรียก พระห้าองค์ ที่ผมไหว้เป็นประจำคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จฯ (สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ)

พระเครื่ององค์นั้น เป็นพระเครื่องที่ผมได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่หัว ในคืนวันหนึ่งใน พ.ศ. ๒๕๑๐ หลังจากที่รับพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำในวังไกลกังวล คือ “พระสมเด็จจิตรลดา” หรือ “พระกำลังแผ่นดิน” ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเอง