Get Adobe Flash player

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวงฯ ร.๙ (ุูุุุุุูู๗) โดย พระเล็ก

Font Size:

๘. วัตถุมงคล รุ่น “คุ้มเกล้าฯ” ปี ๒๕๒๗

พุทธศักราช ๒๕๒๒ ในวาระที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เปิดให้บริการมาครบ ๓๐ ปี กองทัพอากาศได้ดำเนินโครงการจัดสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ขนาดความสูง ๑๒ ชั้น พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และมีชั้นดาดฟ้าเป็นลาดจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศในกรณีเร่งด่วน ถวายเป็นพระราชกุศลและเสริมสร้างบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมบรรดาผู้ป่วยทั้งหลายไปชั่วกาลนาน โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามอาคารนี้ว่า คุ้มเกล้าฯ และให้ชื่อมูลนิธิว่า คุ้มเกล้าฯ ทั้งนี้ทรงรับมูลนิธิคุ้มเกล้าฯ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยแรงพลังแห่งศรัทธาที่ก่อเป็นพลังแห่งความสามัคคีในการร่วมแรงร่วมใจ เสียสละทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ที่มีส่วนร่วมในการจัดสร้างอาคารแห่งนี้ ทำให้อาคารที่มีมูลค่ากว่า ๖๐๐ ล้านบาท สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ย้อนหลังไปปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ได้ทรงพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อใช้เป็นทุนในการก่อสร้างสถานที่ตรวจรักษาพยาบาลและการแพทย์ของกองทัพอากาศ ซึ่งทางกองทัพอากาศได้จัดซื้อที่ดินเป็นเนื้อที่ ๒๘๐ ไร่ ๓ งาน ๕๖ ตารางวา เป็นจำนวนเงินทั้งสิน ๑๒,๘๐๓.๓๓ บาท และยังคงเหลือพระราชทรัพย์อีก ๑๗,๑๙๓.๖๗ บาท เป็นค่าก่อสร้างอาคารสถานที่ทำการ นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรก แต่ยังไม่ทันลงมือก่อสร้าง สงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็อุบัติขึ้นในปลายปีนั้น

จนเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๘ สงครามจึงยุติลง โครงการก่อสร้างอาคารดังกล่าวจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีการสร้างอาคารหลังแรก ในชื่อ โรงพยาบาลทหารอากาศ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้ใช้ชื่อโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดช

ในการจัดหาทุนดำเนินการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุแห่งใหม่นี้ นอกจากจะได้วิธีการออกสลาก “คุ้มเกล้าฯ” ที่นับได้ว่าแปลกใหม่สร้างความสนใจให้กับประชาชนได้มากในขณะนั้น กองทัพอากาศยังได้ทำการจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น เพื่อเป็นการสมนาคุณแก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนในการครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย

๑ .พระพุทธศิรมงคล พระพุทธรูปบูชาขนาดหน้าตักกว้าง ๕ นิ้ว และ ๙ นิ้ว

.พระกริ่งศิรากาศ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อนวะโลหะ

.เหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ อัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” พร้อมสัญญลักษณ์มหามงกุฎ ประดิษฐานด้านหน้าที่ผ้าทิพย์ของพระพุทธรูปบูชาและพระกริ่ง ด้านหลังปรากฏสัญลักษณ์ “งูพันคฑาติดปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยแพทย์ทหารอากาศ

สำหรับเหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างในพระองค์เป็นผู้ออกแบบเหรียญพระบรมรูป  ซึ่งปรากฏด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ด้านหลังเป็นพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” พร้อมสัญลักษณ์มหามงกุฎ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์

การดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการตรงตามขั้นตอนแต่โบราณเพื่อให้สุขสมบูรณ์เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณ สอดคล้องกับความหมายของคำว่า “คุ้มเกล้าฯ” จึงได้มีการจัดพิธีอย่างปราณีตตรงตามขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

พิธีลงอักขระแผ่นทอง เงิน นาค สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วยสมเด็จพระราชาคณะและพระเถระผู้ใหญ่รวม ๖๐ รูป ณ อุโบสถวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม ทำพิธีลงอักขระทอง เงิน นาค เป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖ หลังจากนั้นได้นำแผ่นทอง เงิน นาค ทั้งหมดให้พระเถราจารย์ ผู้ทรงคุณทั่วประเทศ จารึกอักขระครบ ๑,๒๕๐ รูป โดยมีตัวอย่างรายนาม ดังนี้

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ลงอักขระเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖,หลวงปู่ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน, พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์) วัดบูรพาจารย์ จ.สุรินทร์, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรีหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี, พระครูพิศาลพัฒนกิจ (หลวงพ่อรอด) วัดประดู่พัฒนาราม จ.นครศรีธรรมราช ฯลฯ

พิธีเททอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน เททองหล่อพระพุทธรูป ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๗ ซึ่งตรงกับวันที่หลวงปู่แหวนสุจิณโณ มีอายุครบ ๙๗ พรรษา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช พร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณอีก ๙ รูปเจริญชัยมงคลคาถา

พิธีพุทธาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดไฟพระฤกษ์ ณ พระราชอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๗ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการอัญเชิญไฟพระฤกษ์เข้าขบวนแห่มายังปะรำพิธี ณ มณฑลท้องสนามหลวง จากนั้นในเวลา ๑๙.๑๙ น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลสังฆปรินายก ได้เสด็จมาจุดเทียนจากไฟพระฤกษ์ (เป็นการเริ่มต้น) พิธีพุทธาภิเษก ทั้งนี้ได้โยงสายสิญจน์จากอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และได้ทำการนิมนต์พระเถราจารย์ ๑๐๘ รูปจากทั่วประเทศ ผลัดเปลี่ยนนั่งปรกอธิษฐานจิตตลอด ๔ วัน ๔ คืน อาทิ เช่น

หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่ , หลวงพ่อบุญมี วัดท่าสะต๋อย เชียงใหม่ , ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน , หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ นครสวรรค์ , หลวงพ่อเปรื่อง วัดบางคลาน พิจิตร, หลวงพ่อหลุย วัดเจติยาคีรีวิหาร หนองคาย , หลวงพ่อพวง วัดศรีธรรมาราม ยโสธร , หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ นครราชสีมา , หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา, หลวงปู่สาม วัดป่าไตรวิเวก สุรินทร์ ,

หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี , หลวงพ่อโอด วัดจันเสน นครสวรรค์ , หลวงพ่อพุฒ วัดมณีสถิตย์ อุทัยธานี , หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี, หลวงพ่อไพฑูรย์ วัดโพธินิมิต กทม., หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า ระยอง, หลวงปู่เริ่ม วัดจุกกระเฌอ ชลบุรี, ฯลฯ  อีกมากมายนับได้ ๑,๑๒๑ องค์

จนถึงรุ่งอรุณของวันที่ ๑๐ เมษายน จึงได้เชิญเสด็จสมเด็จพระญาณสังวร ดับเทียนชัยเป็นอันเสร็จพิธีพุทธาภิเษก ทั้งนี้นับว่าในการจัดสร้างวัตถุมงคลในคราวนี้ ได้มีการประกอบพิธีการจัดสร้างที่สมบูรณ์ยิ่งใหญ่และยาวนานเป็นประวัติการณ์ที่สุดที่เคยปรากฏมาในขณะนั้น

เหรียญคุ้มเกล้าฯ เป็นเหรียญหลักยอดนิยม ๑ ใน ๓ เหรียญ ของในหลวง ร.๙ ที่บรรดาพสกนิกรทั้งหลาย ต่างใฝ่หากันอย่างมากมาย หลังจากที่พระองค์ทรงเสด็จสวรรคต อันได้แก่ เหรียญทรงผนวช, เหรียญพระมหาชนก และ เหรียญคุ้มเกล้าฯ โดยเฉพาะเหรียญคุ้มเกล้าฯ นั้น เป็นเหรียญที่มีพุทธาภิเษกโดยพระคณาจารย์มากที่สุดของประเทศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นอกเหนือไปจาก “ชนวน” แผ่นยันต์ที่ลงอักขระโดยพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศถึง ๑,๒๕๐ รูป เรียกว่า “ดีทั้งนอก ดีทั้งใน” มีประสบการณ์จากผู้นำไปบูชาติดตัวมากมาย ยิ่งเป็นข่าวล่าสุดในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ (หลังการเสด็จสวรรคต) เมื่อหนุ่มธนาคารในจังหวัดตรังควบเก๋งแหกโค้งพลิกคว่ำ รถพังยับ แต่เจ้าตัวรอดมาได้ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า

ช่วงเวลานั้น รู้สึกเหมือนกับพวงมาลัยรถเกิดอาการล็อกไม่สามารถควบคุมรถได้ จนพุ่งลงข้างทางพลิกคว่ำหลายตลบ จอดแน่นิ่งแต่เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ จึงพยายามตั้งสติตะเกียกตะกายพาตัวเองออกจากรถ พร้อมกับนำเอกสารและทรัพย์สินมีค่าออกมาด้วย ก่อนโทรศัพท์แจ้งครอบครัวว่าประสบอุบัติเหตุ ไม่นานมีรถของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมารับ และส่งตัวมายัง รพ.นาโยง จากนั้นครอบครัวเดินทางมาถึง และย้ายไปรักษาต่อที่ รพ.วัฒนแพทย์ เนื่องจากมีอุปกรณ์พร้อมกว่า แพทย์เอกซเรย์ศีรษะและลำคอ พบว่าถูกกระแทกอย่างรุนแรง และแขนขวาถูกกระจกบาด แต่ผลการตรวจไม่มีอาการบาดเจ็บสาหัส หรือแผลฉกรรจ์แต่อย่างใด และต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้

“ผมรู้สึกเหมือนว่าตายแล้วเกิดใหม่ ดูจากสภาพรถแล้วไม่น่าจะมีบาดแผลเจ็บเพียงเล็กน้อยแค่นี้ บางคนเห็นซากรถพูดกันว่า ไม่น่ารอด เพราะจุดกระแทกเกิดขึ้นทางฝั่งที่นั่งคนขับพอดี ผมเชื่อว่าเกิดจากพระบารมีของในหลวง ร.๙ ที่ปกป้องคุ้มครองจนรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์ ผมคล้องเหรียญในหลวง รุ่นคุ้มเกล้าฯ ที่คล้องติดตัวเสมอ และก่อนหน้านี้ประมาณ ๒ สัปดาห์ ผมเคยฝันถึงเหตุการณ์นี้ จึงค่อนข้างระมัดระวังตัวเองโดยตลอด แต่ก็มาเกิดขึ้นจนได้”

อาตมาได้ขอแบ่งเหรียญคุ้มเกล้าฯ เนื้อนวโลหะ จากคุณหนึ่ง ธนพรหมสรรค์ จำนวน ๑๐ เหรียญ ซึ่งคุณหนึ่งได้ไปบูชามาจาก ร.พ.ภูมิพล เมื่อปี ๒๕๔๙ แล้วนำไปให้ “หลวงพ่อตัด วัดชายนา เพชรบุรี” ปลุกเสกเพิ่มเติม เพื่อถวายแด่หลวงพ่อแจกจ่ายแก่สานุศิษย์ที่ร่วมทำบุญกับท่านในโอกาสต่างๆ โดยหลวงพ่อตัด ได้ลงเหล็กจาร และตอกโค๊ดเพื่อเป็นสัญลักษณ์เอาไว้ทุกเหรียญ

หากท่านสนใจอยากได้เหรียญคุ้มเกล้าฯ ไว้บูชา ก็ติดต่อขอบูชาได้โดยตรง ที่ พระอาจารย์เล็ก พลูโต กรุณา โทร.สั่งจอง (909) 437-0437 เพื่อให้แน่ใจว่ายังมีเหรียญเหลืออยู่ เปิดให้บูชาในอัตรา เหรียญละ $ 160 USD (รวมค่าตลับแสตนเลส และค่าส่งลงทะเบียนรับประกัน) จากนั้นก็เขียนเช็คสั่งจ่าย Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709 ของดีมีน้อย ต่อไปจะหาไม่ได้ และราคาอาจพุ่งถึงหลักหมื่น เหมือนกับเหรียญทรงผนวช และพระสมเด็จอุณาโลม ข้อสำคัญ เหรียญนี้มีปลอมมากเสียด้วย จึงขอรับประกันความแท้ทุกเหรียญครับ