Get Adobe Flash player

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวงฯ ร.๙ (๑๖) โดย พระเล็ก

Font Size:

๑๗. เหรียญพระมหาชนก

ถ้าหากพูดถึงเหรียญพระมหาชนกแล้ว เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จัก แต่ก็มีอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่รู้จักเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนรู้จักกับเหรียญพระมหาชนกมากขึ้น เพราะเป็นเหรียญที่มีความสำคัญกับพระพุทธเจ้า เพราะเป็นเหรียญที่แสดงถึงหนึ่งในสิบชาติก่อนที่พระองค์จะเกิดเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นอย่างมาก เราจึงนำความรู้เกี่ยวกับเหรียญมาแบ่งปันให้ทุก ๆ คนได้รู้  ซึ่งเหรียญพระมหาชนกนั้น มีทั้งแบบพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก เราก็จะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญทั้งสองชนิด และเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหรียญ ซึ่งมีดังนี้

ทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าเหรียญพระมหาชนกคืออะไร

หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า พระมหาชนก คือใคร ซึ่งพระมหาชนก คือ พระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบของชาติสุดท้าย ก่อนที่จะเกิดมาตรัสรู้ในชาติสุดท้ายเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนพระมหาชนกนั้น ตามความเชื่อในพุทธศาสนา เรื่องที่เกี่ยวการบำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ (บารมีสิบทัศ) ซึ่งในชาตินี้แสดงถึงในด้านของ “พระวิริยะบารมี”  ดังนั้นเหรียญพระมหาชนนกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความวิริยะ มุ่งมั่นอดทน และมีทั้งแบบพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ซึ่งเป็นเหรียญที่ระลึกที่คนส่วนใหญ่นิยมสะสมบูชาไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวของตนเอง เพื่อตั้งมั่นในความวิริยะ เหมือนดั่งพระมหาชนก

ทำไมต้องมีเหรียญพระมหาชนกไว้บูชา

ความจริงแล้ว เหรียญพระมหาชนกนั้นไม่ต้องมีก็ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกสิ่งอย่างจะเห็นผลก็ต่อเมื่อคุณเป็นผู้กระทำ แต่ว่าสาเหตุที่ต้องมีเหรียญพระมหาชนกนั้น ได้กล่าวในหัวข้อข้างต้นไปแล้วว่า  “เป็นเหรียญที่เป็นสัญลักษณ์ของความวิริยะ ความมุ่งมั่น เหมือนกับพระมหาชนก” เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นเหรียญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ใช้เป็นเหรียญที่ระลึกประจำพระองค์อีกด้วย ทั้งแบบพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ซึ่งแต่ละแบบนั้น ถึงแม้จะมีขนาดที่ต่างกัน แต่ว่าความหมายและความสำคัญของเหรียญก็ยังคงเดิมอยู่เสมอ จึงทำให้เป็นที่นิยมสะสมไว้เพื่อเป็นสิริมงคล

จุดเด่นความดีงามของเหรียญพระมหาชนก

จุดเด่น และความดีงามอันทรงคุณค่าของเหรียญพระมหาชนก ไม่ว่าจะเป็นแบบพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็กนั้น อยู่ที่ความหมายของเหรียญนั่นเอง เพราะอย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า เหรียญพระมหาชนก มีที่มาจากพระมหาชนก ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบชาติสุดท้ายก่อนที่จะมาเป็นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า จุดเด่นของเหรียญของพระมหาชนกจึงเป็นเหรียญที่แสดงความวิริยะ อุตสาหะ ขยันและมุ่งมั่น ทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของเหรียญมีกำลังใจในการทำสิ่งต่างๆ ไม่รู้สึกท้อแท้ มีความตั้งใจ มุ่งมั่นในสิ่งที่จะทำ ไม่ว่าจะเป็นการงาน หรือธุรกิจ ก็สามารถทำจนสำเร็จไปด้วยดี นอกจากนี้มีความเชื่อว่าช่วยเสริมโชคลาภ

เหรียญที่ทรงคุณค่า และอุดมไปด้วยธรรม

หากกล่าวถึงเหรียญพระมหาชนกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหรียญพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็กก็ตาม เรามักจะทราบในนามของ “เหรียญอุดมไปด้วยธรรมวิเศษ” ซึ่งสาเหตุที่เรียกว่าเหรียญอุดมไปด้วยธรรมวิเศษนั้น เป็นเพราะเหรียญพระมหาชนกนั้น เป็นเหรียญที่เป็นตัวแทนของพระมหาชนก ภพชาติการบำเพ็ญของพระพุทธเจ้า และเป็นเหรียญที่แสดงถึงความวิริยะอุตสาหะ การปกครองโดยธรรมของพระมหากษัตริย์ของเราอีกด้วย ซึ่งหากใครได้เป็นเจ้าของเหรียญพระมหาชนกแล้ว หากนำคำสอน หลักธรรม ตามพระมหาชนก แล้วมีความเชื่อว่าจะยิ่งส่งผลให้ผู้นั้นมีความเจริญรุ่งเรือง

การจัดทำเหรียญคู่กับหนังสือพระมหาชนก

หากต้องการซื้อเหรียญพระมหาชนกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็กก็ตาม  ต่างก็จัดทำขึ้นคู่กับหนังสือพระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์ โดยการเปิดให้ผู้สนใจได้สั่งจองเหรียญพระมหาชนก ซึ่งมีอยู่ ๒ ราคา คือ แบบแรกราคา ๕๐,๐๐๐ บาท และแบบที่สองราคา ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งทั้งสองแบบนั้นจะต่างกันที่จำนวนและแบบของเหรียญเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ เหรียญทั้งสองแบบนั้น ก็ต่างเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก มีมูลค่าสูงมากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก เพราะใครๆ ก็ต่างอยากมีไว้ครอบครองเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตของตนเอง และครอบครัวให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

เหรียญแทนพระราชกรณียกิจของในหลวง

เหรียญพระมหาชนก ถูกจัดให้เป็นเหรียญประจำรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเป็นเหรียญที่จัดทำขึ้นโดยมีรูปทั้งสองด้านของเหรียญ เป็นรูปพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ และพระองค์ยังทรงดำเนินชีวิตตามพระมหาชนก คือ การมีความวิริยะ การมีความเพียรพยายาม ในการประกอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ นั่นเอง พระองค์ทรงครองราช ด้วยทศพิธราชธรรม ตามหลักธรรมคำสอนต่าง ๆ ตามแบบอย่างพระมหาชนก จึงได้มีการจัดทำเหรียญเพื่อแสดงถึงความเพียร ความอุสาหะ ความตั้งมั่นของพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงเมตตา ทรงงานหนักเพื่อประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

ศิลปินผู้ออกแบบเหรียญ

เหรียญพระมหาชนกนั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบพิมพ์เล็กหรือพิมพ์ใหญ่ ถูกออกแบบโดย อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร “ศาสตราจารย์นนทิวรรธ์ จันทนะผลิน” ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะประติมากรรม ภาพพิมพ์และภาพไทย (ที่มา : หนังสือมหามงคลแห่งแผ่นดิน โดย นายอดุลย์นันท์ทัต กิจไชยพร พฤศจิกายน ๒๕๕๑)  ซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่มีความหมายลึกซึ้งมาก ท่านได้ออกแบบมาจากความตั้งใจ ที่จะออกแบบเหรียญนี้มาเพื่อเป็นมิ่งขวัญกับชาวไทย และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้กระทำแต่ความดี มีความขยัน หมั่นเพียร และตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี

ทำความรู้จักกับวัสดุในการสร้างเหรียญพระมหาชนก

เหรียญพระมหาชนก เป็นเหรียญที่มีคุณค่า และมูลค่าที่สูง โดยวัสดุที่ใช้ในการผลิตเหรียญพระมหาชนกนั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็กก็ตาม คือโลหะทรงคุณค่า ๓ ชนิด ประกอบด้วย เนื้อทองคำที่มีความบริสุทธิ์  เนื้อนากที่ผสมทองคำ และเนื้อเงินบริสุทธิ์ (ที่มา : หนังสือมหามงคลแห่งแผ่นดิน โดย นายอดุลย์นันท์ทัต กิจไชยพร พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ซึ่งแม้แต่โลหะที่นำมาประกอบการหล่อพระ ยังคงพิถีพิถันในการเลือกวัสดุ ทุกๆ อย่างมาเป็นอย่างดี เพื่อให้คงทน และมีคุณภาพสูง กับผู้ที่ได้บูชาพระองค์ไปไว้ครอบครอง เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต

ทำความเข้าใจรายละเอียดของเหรียญ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักเหรียญพระมหาชนก  แต่ถ้าหากกล่าวถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของเหรียญแล้ว หลายคนอาจจะรู้จักก็เป็นได้ ซึ่งเหรียญพระมหาชนกนั้นจะมีอยู่ของแบบคือ แบบพิมพ์ใหญ่และแบบพิมพ์เล็ก โดยด้านหน้าเหรียญจะมีพระปรมาภิไธยย่อ คำว่า “ภ.ป.ร”  มีรัศมีเป็นเรือนยอด ตกแต่งผิวแบบด้าน ซึ่งมีความประณีตเป็นอย่างมาก ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ของเหรียญให้เป็นอย่างดี เพื่อที่จะไม่ถูกหลอกขายจากพวกมิจฉาชีพ เพราะเมื่อเหรียญเป็นที่ต้องการมาก และมีความนิยมสูง ก็จะมีกลุ่มคนที่อาศัยแรงศรัทราของผู้อื่นมากระทำผิด เพื่อหวังผลกำไรโดยมิชอบ

เหตุการณ์เมื่อต้องเจิมเหรียญ

เหรียญพระมหาชนกนั้นถูกเจิมเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙  ซึ่งเหตุการณ์ในวันเจิมเหรียญนั้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่เป็นมงคล เพราะมีสายฝนโปรยปรายลงมา เปรียบเหมือนกับน้ำมนต์จากสวรรค์  ทำให้เหรียญพระมหาชนกทั้งแบบพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กนั้น กลายเป็นเหรียญที่ระลึกที่มีคุณค่าสูงที่สุดอีกเหรียญหนึ่ง สร้างความอัศจรรย์ใจกับผู้ที่ร่วมงาน จึงทำให้เป็นที่กล่าวถึงความเป็นสิริมงคลนี้กันอย่างแพร่หลาย

หน้าที่ตามความเชื่อของเหรียญพระมหาชนก

หน้าที่ของเหรียญพระมหาชนกนั้น ไม่ได้มีไว้ใช้เพื่อเป็นของขลังแต่อย่างใด แต่มีไว้เพื่อเตือนใจผู้ที่ครอบครองเหรียญ ให้ระลึกถึงพร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ของเรา ที่พระองค์ทรงเคยกล่าวไว้ว่า “เราควรจะมีความเพียรพยายาม มุ่งมั่น ไม่ท้อแท้ แม้ว่าจุดหมายปลายทางมันจะดูเลือนรางก็ตาม เพราะสักวันเราจะประสบผลสำเร็จเอง” จึงทำให้ผู้คนนิยม บูชาไว้เป็นเครื่องเตือนใจในยามท้อถอยนั่นเอง

เหรียญรุ่นแรก ๒๕๓๙

เหรียญพระมหาชนกรุ่นแรกนั้น คือรุ่นปี ๒๕๓๙ โดยถูกประกอบพระราชพิธีชัยมังคลาภิเษกเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๓๙ โดยพระสังฆราช ร่วมกับคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๙ รูป ซึ่งในวันที่เจิมเหรียญนั้น เหมือนกับว่าท้องฟ้า และอากาศเป็นใจมาก เพราะมีสายฝนโปรยปราย เป็นสายน้ำมนต์ที่หล่นลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อมาร่วมพิธีด้วยนั่นเอง เป็นรุ่นที่มีความนิยมสูงมากที่สุด

เหรียญรุ่นที่สอง ๒๕๔๒

สำหรับเหรียญพระมหาชนกรุ่นที่สองนั้น ถูกจัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ และยังเป็นเหรียญเพียงชนิดเดียว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าให้จัดทำคู่กับหนังสือพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก และเป็นเหรียญที่พระองค์ให้เป็นที่ระลึกถึงความเพียรพยายาม ตั้งใจทำความดี เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ ได้โดยง่าย โดยเร็ว สามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้ง่ายๆ นั่นเอง

เหรียญพระมหาชนกนั้น ถือเป็นเหรียญที่ระลึกที่มีคุณค่าทางวัตถุ และคุณค่าทางจิตใจที่สูงมาก เพราะเป็นเหรียญที่เกี่ยวกับองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังเป็นเหรียญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นพร้อมกับหนังสือพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก เป็นเหรียญที่มีหน้าที่คอยสร้างกำลังใจ และเป็นแรงบันดาลที่ดีกับตัวเราได้เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นแล้ว ใครที่ได้ครอบครองเหรียญพระมหาชนก ไม่ว่าจะเป็นแบบพิมพ์ใหญ่ หรือพิมพ์เล็กก็ตาม ก็ย่อมถือว่าเป็นผู้ที่มีความโชคดีเป็นอย่างมาก และเหรียญทั้งสองแบบยังคงเป็นที่นิยมของคนในปัจจุบันด้วย