Get Adobe Flash player

ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า โดย พระเล็ก

Font Size:

เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๒๐ ปี แห่งชาตกาล พระสุพรหมยานเถร หรือ ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน คณะศิษยานุศิษย์ โดยการริเริ่มของ คุณสุพัฒน์ สมลิคุณ ได้ขออนุญาตนำข้อเขียนของอาตมาที่ได้รวบรวมเรียบเรียง และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เสรีชัย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา รายสัปดาห์ ที่มีสมาชิกมากที่สุดในหลายมลรัฐ ในช่วงระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม  ถึงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ติดต่อกัน ๑๘ สัปดาห์ นำมาตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้มาร่วมงานทักษิณานุปทานชาตกาล ในวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐  ที่ผ่านมา

ในการนี้อาตมาได้รับหนังสือจากคณะกรรมการจัดงาน จำนวน ๕๐ เล่ม เพื่อนำมาแจกจ่ายแก่แฟนคอลัมน์พระเครื่องปริทรรศน์ หากท่านใดสนใจ กรุณาส่งเช็ค จำนวน $ 10 USD เพื่อเป็นค่าจัดส่งลงทะเบียน ไปที่ Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709 จำกัดท่านละ ๑ เล่ม เท่านั้น หากหนังสือหมดก่อน อาตมาจะไม่นำเงินของท่านไปขึ้น และจะแจ้งให้ท่านทราบในคอลัมน์

ครูบาพรหมจักร หรือ ครูบาพรหมา ได้ชื่อว่า เป็นพระสุปฏิปันโน ที่มีวัตรปฏิบัติงดงามยิ่งนัก และมีผลงานในด้านการเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ที่วัดท่านถือเป็นสำนักปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ที่ขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยท่านยังไม่ละสังขาร จวบจนกระทั่งปัจจุบัน วัตถุมงคลของท่านที่ท่านได้เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกนั้น แม้จะมีมากมายหลายรุ่น ทั้งที่เป็นเหรียญ และเนื้อผง ล้วนมีอำนาจแห่งพระพุทธคุณด้านเมตตา โชคลาภ และปกป้องคุ้มครองภัยทุกรูปแบบ ปัจจุบันหาได้ยากยิ่ง เพราะแต่ละรุ่นสร้างจำนวนน้อย หลักร้อย หรือหลักพันเท่านั้นเอง

พระสุพรหมยานเถร หรือ ครูบาพรหมจักร พฺรหฺมจกฺโก เดิมชื่อ พรหมา พิมสาร เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ณ บ้านป่าแพ่ง อำเภอ ป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นบุตรของ พ่อเป็ง และ แม่บัวถา มีพี่น้องทั้งหมด ๑๓ คน บิดามารดาของท่านเป็นผู้มีฐานะ มีอาชีพทำนา ทำสวน ประกอบสัมมาอาชีวะ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีความขยันขันแข็ง มีจิตใจหนักแน่นในกุศลธรรม รักษาอุโบสถศีลทุกวันพระ ในบั้นปลายชีวิตบิดาของท่านได้ออกบวช เป็นที่รู้จักกันในนามของ ครูบาพ่อเป็ง โพธิโก มารดาของท่านได้นุ่งขาวรักษาอุโบสถศีลจนถึงแก่กรรม

สำหรับพี่น้องของท่านที่ได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา จนมีชื่อเสียงได้แก่ พระสุธรรมยานเถร (อินถา อินฺทจกฺโก) วัดน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพี่ชาย และ พระครูสุนทรคัมภีรญาณ (คำ คมฺภีโร) วัดดอยน้อย จังหวัดเชียงใหม่) ซึ่งเป็นน้องชาย

ในขณะเยาว์วัยครูบาพรหมจักร ได้รับการศึกษาอักษรล้านนาและไทยกลางที่บ้าน จากพี่ชายที่ได้บวชเรียนแล้วสึกออกไป เมื่อท่านได้บรรพชาแล้วจึงได้ท่องจำบทสวดมนต์ และเข้าโรงเรียนประชาบาลจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เมื่ออุปสมบทแล้วจึงได้ศึกษานักธรรมด้วยตนเอง ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ทางการคณะสงฆ์ได้จัดสอบนักธรรมสนามหลวงขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระมหานายกเป็นผู้นำข้อสอบมาสอบยังวัดพระเชตุพน ในครั้งนั้นมีพระภิกษุเข้าสอบจำนวน ๑๐๐ รูป ผลการสอบปรากฏว่ามีพระภิกษุที่สอบผ่านจำนวน๒2 รูป คือ ครูบาพรหมา และพระทองคำ วัดเชตุพน จังหวัดเชียงใหม่ นับว่า ครูบาพรหมจักรเป็นพระรูปแรกของจังหวัดลำพูนที่สอบนักธรรมได้

ภายหลังจากสอบนักธรรมได้แล้ว ท่านได้พยายามหาความรู้ด้านการปฏิบัติธรรมจากครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ พระครูพิทักษ์พลธรรม (ครูบาหวัน มหาวโน) พระสุธรรมยานเถร (ครูบาอินทรจักรรักษา) ผู้เป็นพระพี่ชาย ครูบาแสน ญาณวุฑฒิ วัดหนองเงือก ครูบาบุญมา ปารมี วัดกอม่วง เป็นต้น

ครูบาพรหมจักร ได้บรรพชาเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๕ ขณะอายุได้ ๑๕ ปี ณ วัดป่าเหียง ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โดยมีครูบาแก้ว ขัตติโย (ครูบาขัตติยะ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาในวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๑ ท่านได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดป่าเหียง โดยมีครูบาขัตติยะเป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อครูบาพรหมจักรอายุได้ ๒๔ ปี บวชได้ ๔ พรรษา ท่านได้ออกธุดงค์ โดยครั้งแรกไปจำพรรษา ณ ดอยน้อย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นท่านได้ธุดงค์ไปในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือ และประเทศพม่า และได้จำพรรษาในเขตพม่าเป็นเวาถึง ๕ ปี ท่านได้จาริกธุดงค์ถึง ๒๐ พรรษา โดยถือธุดงควัตร อยู่ป่าเป็นวัตร ออกบิณฑบาตเป็นกิจวัตร ฉันภัตตาหารมื้อเดียว นุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ท่านเพียรพยายามอดทนด้วยวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดที่สุด

ภายหลังจากธุดงค์เป็นเวลานาน ท่านจึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดหนองเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นเวลา ๔ พรรษา หลังจากนั้นได้มาจำพรรษา ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ๑ พรรษา อยู่วัดม่อนมะหิน ๒ พรรษา ก่อนจะย้ายกลับไปจำพรรษาอยู่วัดป่าหนองเจดีย์อีก ๒ พรรษา ถึงแม้ว่าในช่วงปัจฉิมวัยครูบาพรหมจักรจะได้จำพรรษาเป็นประจำ ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้าแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่ทิ้งธุดงควัตร หากโอกาสเหมาะท่านก็จะพาพระเณรออกธุดงค์เป็นประจำ

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ครูบาพรหมจักรได้กลับมาจำพรรษา ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า และได้จำพรรษาอยู่วัดนี้เรื่อยมาจนมรณภาพ ท่านได้เป็นประธานอำนวยการบูรณะวัดพระพุทธบาทตากผ้า เช่น ต่อเติมยอดมณฑปวิหารครอบรอยพระพุทธบาทที่ครูบาศรีวิชัยได้มาบูรณะไว้ สร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาพระปริยัติธรรม นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม “พรหมจักรสังวรกิตติขจรประชาสรรค์” และเป็นประธานในการบูรณะวัดพระนอนม่อนช้าง วัดป่าหนองเจดีย์ วัดม่อนมะหิน วัดบ้านหวาย และวัดช้างค้ำ เป็นต้น

ครูบาพรหมจักรได้เผยแพร่ธรรมะ แสดงพระธรรมเทศนา และเขียนหนังสือธรรม และสุภาษิตคำสอนหลายเล่ม อาทิ หนังสือคำถามคำตอบ เรื่องหนานตั๋นกับหนานปัญญา หนังสือสุภาษิตคำสอน หนังสือทน ศีล ภาวนา หนังสือคำถามคำตอบ เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา หนังสืออภิณหปัจเวกขณ์ หนังสือเขมสรณาคมน์ เป็นต้น

เนื่องจากครูบาพรหมจักร ได้ประกบคุณงามความดีแก่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเผยแพร่ธรรมะแก่ศรัทธาสาธุชน เป็นผู้มีวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัด มีปฏิปทาอันงดงาม จนเป็นที่เลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ท่านจึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นลำดับ ดังนี้

พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ “พระครูพรหมจักรสังวร” ฝ่ายอรัญวาสี

พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกพิเศษ ในราชทินนามเดิม

พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระสุพรหมยานเถร วิ.” ฝ่ายวิปัสสนาธุระ

ตำแหน่งทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า (วัดราษฎร์)

พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๕๒๒ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ

พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง และเจ้าสำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานวัดพระพุทธบาทตากผ้า

ครูบาพรหมจักร ได้บำเพ็ญสมณธรรมจนย่างเข้าสู่วัยชรา และได้เกิดอาการอาพาธ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก่อนที่ท่านจะละสังขาร ท่านได้ตื่นจากการจำวัดแต่เช้า และปฏิบัติธรรมตามกิจวัตร เมื่อถึงเวลาท่านลุกนั่งสมาธิ และได้ดับขันธ์ (มรณภาพ) ในท่านั่งสมาธิภาวนาในวันที่ ๑๗สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะศิษยานุศิษย์ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา ๓ ปี ก่อนจะได้รับพระราชทานเพลิงศพในวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ภายหลังจากพระราชทานเพลิงศพแล้ว อัฐิของท่านได้แปรเป็นพระธาตุ มีวรรณะสีต่าง ๆ ซึ่งสร้างความปีติโสมนัสแก่บรรดาศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง

เป็นไงครับ อ่านประวัติของท่านโดยย่อแล้ว หากยังไม่จุใจ อยากทราบเรื่องราวของท่านอีกมากมาย ที่เคยได้ตีพิมพ์ไว้ถึง  ๑๘ ตอน ก็ติดต่อขอรับหนังสือชีวประวัติฉบับสมบูรณ์ได้ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่วนวัตถุมงคลของท่านนั้น บอกตรง ๆ ว่า อาตมามีเก็บสะสมไว้บ้างเล็กน้อย ไม่อาจที่จะนำมาแบ่งปันให้ได้ ก็ต้องขออภัยแฟนคอลัมน์ทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ใช่ว่า นำเสนอประวัติพระเกจิอาจารย์องค์ใดแล้ว จะต้องมีวัตถุมงคลมาแบ่งให้บูชาทุกองค์นะครับ

หากท่านจะมารับหนังสือด้วยตนเอง ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ยูเอสเอ. เมืองชิโนฮิลส์ กรุณาโทร. นัดล่วงหน้า  ที่ พระอาจารย์เล็ก พลูโต (909) 437-0837 หรือจะโทร.มาถาม หรือสั่งจองก่อน เพื่อให้แน่ใจว่า “หนังสือยังมีอยู่” ครับ