Get Adobe Flash player

พระอรหันต์แปดทิศ (๑) โดย พระเล็ก

Font Size:

โบราณาจารย์ท่านได้จัดให้ชาวพุทธทั้งหลาย บูชาพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประจำวันเกิดของตน โดยแบ่งวันเกิดออกเป็น ๘ วัน คือ เพิ่มวันพุธกลางคืน ขึ้นมาอีกหนึ่งวัน ซึ่งเรื่องราวความเป็นมา คติความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดสร้าง และบูชาพระพุทธรูปประจำวันเกิดทั้ง ๘ วัน (๙ ปาง) นี้ ผู้เขียนได้เคยนำเสนอในหนังสือพิมพ์เสรีชัยมานานนับสิบปี จึงได้นำไปตีพิมพ์เผยแพร่อีกครั้งในหนังสือพิมพ์เอเซี่ยนแปซิฟิค หากท่านใดสนใจที่จะไปอ่านเพิ่มเติม ก็เข้าไปอ่านได้ โดยเพิ่งลงตอนแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

ชาวพุทธเราเริ่มมีการสร้างพระพุทธรูปครั้งแรก มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรคันธาราฐ ซึ่งเป็นแคว้นที่อยู่ทางตอนเหนือของอินเดียโบราณ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน) คือ ระหว่าง พ.ศ. ๕๐๐ ถึง ๕๕๐  แต่เดิมนั้นพุทธศาสนาไม่มีรูปเคารพแต่อย่างใด แต่แรกเริ่มที่สร้างนั้นมีแค่ ๘ ปาง เท่านั้น คือ ทำปางพระพุทธรูปตามสังเวชนียสถานทั้ง ๔ คือ ที่ประสูติ ทำเป็นรูปพระมหาโพธิสัตว์ (ปางสมาธิ), ที่ตรัสรู้ ทำเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย, ที่ปฐมเทศนา ทำเป็นรูปยกพระหัตถ์เป็นวงธรรมจักร (ปางปฐมเทศนา), ที่ปรินิพพาน ทำเป็นพระพุทธรูปไสยาสน์

ต่อมาเกิดปูชนียสถานขึ้นในมัชฌิมประเทศอีก ๔ แห่ง คือ อ้างเหตุพุทธปาฏิหาริย์ เช่น ที่เมืองสาวัตถี อ้าง ยมกปาฏิหาริย์  ทำพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิบนดอกบัว, เมืองสังกัส อ้างเทวาวตาร คือ ปางเมื่อพระพุทธองค์เสด็จจากดาวดึงส์ ทำพระพุทธรูปเดิน (ปางพุทธลีลา) , เมืองเวสาลี อ้างเมื่อพระพุทธองค์ทรงทรมานพระยาวานร ทำพระพุทธรูป ปางประทานพร, เมืองราชคฤห์ อ้างตอนทรงทรมานช้างนาฬาคีรี ทำพระพุทธรูป ปางประทานอภัย

ในกาลต่อมาได้มีการสร้างพระพุทธรูป ปางต่าง ๆ ตามเรื่องราวพุทธประวัติ ปัจจุบันเท่าที่กรมศิลปากรได้มีการรวบรวมเอาไว้ มีมากถึง ๗๒ ปาง แต่โบราณาจารย์ท่านนำมาเป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิด สำหรับผู้ที่เกิดวันต่าง ๆ เพียง ๑๐ ปาง เท่านั้น คือ วันอาทิตย์ ปางรำพึง, วันจันทร์ ปางห้ามญาติ หรือ ปางห้ามสมุทร (มีลักษณะเหมือนกัน คือ ประทับยืนตรง ยกพระหัตถ์ขวา และพระหัตถ์ซ้าย แบฝ่าพระหัตถ์ไปข้างหน้าในลักษณาการ “ทรงห้าม”) ปางห้ามพยาธิ ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นทรงห้าม ส่วนพระหัตถ์ซ้ายแนบพระวรกาย ซึ่งปางนี้คนมักเรียกผิด ๆ ว่าเป็น ปางห้ามญาติ แท้ที่จริงแล้วเป็น “ปางห้ามพยาธิ” หรือ ห้ามโรคภัยไข้เจ็บ

วันอังคาร ปางไสยาสน์ วันพุธ กลางวัน ปางอุ้มบาตร, วันพุธกลางคืน (วันราหู) ปางป่าเลไลยก์, วันพฤหัสบดี ปางสมาธิ, วันศุกร์ ปางรำพึง, วันเสาร์ ปางนาคปรก และผู้ที่ไม่รู้วันเกิด ปางมารวิชัย หรือ ปางพุทธลีลา (ตามทัศนะของผู้เขียน)

ในการบูชาพระประจำวันต่าง ๆ นั้น ท่านได้จัดพระคาถาบทสวดพุทธมนต์ในเจ็ดตำนาน หรือ สิบสองตำนาน บางบท โดยเฉพาะบทขัด ที่ไม่ยาวนัก เป็นบทสวดบูชา โดยมีคติความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์ และพระพุทธศาสนา ด้วยการจัดให้พระพุทธรูปประจำวันต่าง ๆ อยู่ประจำทิศต่าง ๆ ทั้ง ๘ ทิศ พร้อมกับมีพระอรหันต์ ประจำทิศต่าง ๆ โดยเราจะเห็นว่ามีบทสวด “พระอรหันต์แปดทิศ” ซึ่งก็จะเป็นที่มาของบทความชิ้นนี้

บทสวดนมัสการพระอรหันต์ ๘ ทิศ

คำนมัสการบูชาพระอรหันต์แปดทิศ  เรียกอีกอย่างว่า  “พุทธมงคลคาถา” นอกจากพระคาถาชินบัญชรอันลือชื่อของท่านแล้ว พุทธมงคลคาถาถือเป็นอีกหนึ่งบทคาถาของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ กทม.  ที่ถือว่ามีอิทธิฤทธิ์ด้านลาภผลและมงคลทั้งปวง  เพราะคำว่าพุทธมงคลคาถานี้ คือการนมัสการบูชาพระอรหันต์แปดทิศ ซึ่งล้วนแต่เป็นพระมหาเถระที่ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น

สัมพุทโธ  ทิปะทัง  เสฏโฐ              นิสินโน  เจวะ  มัชฌิเม

โกณฑัญโญ  ปุพพะภาเค จะ          อาคะเณยเย  จะ  กัสสะโป

สารีปุตโต  จะ  ทักขิเณ                  หะระติเย  อุปาลี  จะ

ปัจฉิเมปิ  จะ  อานันโท                   พายัพเพ  จะ  คะวัมปะติ

โมคคัลลาโน  จะ  อุตตะเร               อิสาเณปิ  จะ  ราหุโล

อิเม  โข  มังคะลา  พุทธา                สัพเพ  อิธะ  ปะติฏฐิตา

วันทิตา  เต  จะ  อัมเหหิ                  สักกาเรหิ  จะ  ปูชิตา

เอเตสัง  อานุภาเวนะ                      สัพพะโสตถี  ภะวันตุ  โน

                                    อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง

                                    นะมัสสะมาโน  ระตะนัตตะยัง  ยัง

                                    ปุญญาภิสันทัง  วิปุลัง  อะลัตถัง

                                    ตัสสานุภาเวนะ  หะตันตะราโย 

(คำแปล) สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าสัตว์สองเท้า ทรงประทับนั่งอยู่ท่ามกลาง มี

            ท่านอัญญาโกญฑัญญะ อยู่ทางทิศบูรพา (ตะวันออก)

            ท่านพระมหากัสสปะ อยู่ทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้)

            ท่านพระสารีบุตร อยู่ทางทิศทักษิณ (ใต้)

            ท่านพระอุบาลี อยู่ทางทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้)

            ท่านพระอานนท์ อยู่ทางทิศปัจฉิม (ตะวันตก)

            ท่านพระภควัมปติ อยู่ทางทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ)

            ท่านพระโมคคัลลานะ อยู่ทางทิศอุดร (เหนือ)

            ท่านพระราหุล อยู่ทางทิศอิสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)

ด้วยสรรพมงคลอันพระอริยเจ้าทั้งหลายผู้ประดิษฐานอยู่ ณ ทิศทั้งหลายเหล่านี้ ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำการกราบไหว้สักการบูชาซึ่งท่านผู้ประเสริฐทั้งหลาย เหล่านั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมนมัสการซึ่งพระรัตนตรัย และด้วยการนมัสการพระอริยสาวกเจ้าทั้งหลายนี้ ข้าพเจ้าได้รับแล้วซึ่งความหลั่งไหลของบุญอย่างไพบูลย์ (บุญอันเกิดจากการระลึกถึงพระอรหันต์ทั้งแปดทิศ) ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนั้น ขออันตรายทั้งหลายจงถึงความพินาศสิ้นไปเทอญ

ทีนี้จะได้นำเอาเรื่องราวของการจัดพระอรหันต์เข้าประจำทิศต่าง ๆ กันว่า ท่านมีวิธีการ และแนวคิดอย่างไร มีจุดประสงค์ใดในการจัด และสอดคล้องกับพระพุทธรูปปางต่าง ๆ อย่างไร มาให้ท่านพิจารณา ซึ่งแนวการจัดพระอรหันต์เข้าประจำทิศ ก็มีคติเดียวกันกับการจัดพระพุทธรูปปางต่าง ๆ น่ะแหละ คือ ใช้คติความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์เข้าจัดนั่นเอง

ในบทสวดพระอรหันต์แปดทิศนั้น จะเริ่มจาก ทิศบูรพา หรือ ทิศตะวันออก ก่อน เพราะโบราณท่านถือว่า ทิศนี้เป็นทิศมงคล ในขณะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้นั้น ทรงนั่งผินพระพักตร์ไปทางด้านทิศตะวันออก เมื่อเราหันหน้าไปทางทิศเหนือ แล้วต้องการที่จะทำทักษิณาวรรต หรือ เวียนขวาเพื่อแสดงความเคารพบุคคล หรือสถานที่นั้น ๆ เราต้องทำ “ขวาหัน” หรือ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก จากนั้นจึงจะเดินผ่านทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศใต้ ซึ่งคำว่า “ทักษิณา” ก็แปลว่า “ทิศใต้” นั่นเอง

ในการจัดพระอรหันต์เข้าประจำทิศต่าง ๆ แม้กระทั่งกล่าวคำบูชาในบทสวดมนต์ จึงเริ่มต้นที่ “ทิศตะวันออก” ด้วยเหตุฉะนี้

ทิศบูรพา (ตะวันออก) พระอรหันต์ประจำทิศ ได้แก่ พระอัญญาโกณทัญญะ ซึ่งเป็นพระสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นพระสงฆ์ผู้สำเร็จพระอรหันต์องค์แรก เป็นเอตทัคคะด้านผู้รู้ราตรีนาน (มีประสบการณ์มาก สำเร็จเป็นองค์แรก) การสำเร็จของท่านนั้นด้วยการรับฟัง พระธรรมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งนอกจากกล่าวถึงทางที่ไม่ควรข้อง และทางสายกลางแล้ว ใจความสำคัญก็คืออริยสัจ ๔ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ซึ่งสรุปลงแล้วเป็นเรื่องราวที่เราได้ศึกษาในพระอภิธรรมนั่นเอง

โบราณาจารย์ ท่านจัดให้พระพุทธรูปประจำวันจันทร์ อยู่ทางทิศตะวันออก เพราะในคืนตรัสรู้นั้น พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ในคืนเดือนเพ็ญ พระจันทร์เต็มดวง สุกสกาวอยู่บนท้องฟ้า เหนือน่านน้ำริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ในทางโหราศาสตร์ ท่านได้จัดให้ พระอาทิตย์ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามด้วย พระจันทร์ อยู่ทิศตะวันออก พระอังคาร อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ เรื่อยไป ซึ่งท่านเรียกการจัดเช่นนี้ว่า “มหาทักษา” เป็นหลักวิชาการพยากรณ์ของโหรไทยที่แม่นยำมาก โหรหลายท่านได้ศึกษาและนำมาใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตาชีวิตของคนมาจนทุกวันนี้

ดังนั้น โบราณาจารย์ ท่านจึงจัดให้พระอัญญาโกณทัญญะ อยู่ในทิศเดียวกับพระพุทธรูประจำวันจันทร์ หรือ อยู่ในทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศแรกที่เราต้องหันเพื่อทำความเคารพ ก่อนทิศอื่น ๆ

ถ้าท่านใดอยากเป็นผู้ชนะก่อนใคร โบราณถือว่า ต้องบูชาพระจันทร์ก่อน เพื่อเสริมส่งให้มีเมตตามหานิยม (ดาวจันทร์เป็นดาวเมตตามหานิยม) ให้มีความสำเร็จก่อนผู้ใด ตามคติของพระพุทธศาสนาจัดให้ “พระพุทธรูปปางห้ามญาติ” เป็นพระประจำวันจันทร์ (พระพุทธรูปยืน ปางห้ามญาติ ยกพระหัตถ์ขวาแบอยู่ระดับหน้าอก พระหัตถ์ซ้ายห้อยอยู่ข้างตัว หรือ “พระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร” ยกพระหัตถ์ทั้งสองแบอยู่ระดับอก) แล้วได้จัดให้ พระปริตบทยันทุนนิมิตตัง เป็นคาถาสวดสำหรับวันจันทร์ โดยสวด ๑๕ จบ เพื่อช่วยให้เกิดโชคลาภ คุ้มภัยอันตรายได้ และจะมีความเจริญปราศจากโรคาพยาธิทั้งปวง และยังจัดให้คาถาพระอิติปิโส ๘ ทิศ บทกระทู้ ๗ แบก สำหรับสวดภาวนาประจำวันจันทร์ คือ คาถา “อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา” ซึ่งเป็นคาถาเสกเป่าแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยอีกด้วย