Get Adobe Flash player

หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี (๔) โดย พระเล็ก

Font Size:

เรื่องที่ ๖ ปลุกเสกวัตถุมงคลให้เคลื่อนไหวได้ เล่าโดย “ศิษย์หลวงพ่อมุ่ย” ท่านหนึ่ง

เรื่องราวของหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ยอดพระเถราจารย์แห่งเมืองสุพรรณบุรี ที่โด่งดังเจิดจรัสในยุคหลังกึ่งพุทธกาล หากกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ที่พลังอำนาจจิตอัศจรรย์ล้ำลึก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในเมืองสุพรรณช่วงเวลานั้นมีหลวงพ่อมุ่ยท่านนี้ละที่โด่งดังมาก สมัยนั้นหากใครอยากเห็นการเสกพระชนิดอัศจรรย์ เรียกว่าเสกจนขยับได้เคลื่อนไหวได้จริงต้องไปวัดดอนไร่ เรียกว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านทำได้เป็นเรื่องปกติเลย เรื่องราวของหลวงพ่อมุ่ยนี้ในอดีตข้าพเจ้าเคยได้พูดคุยกับ คุณกนก ขำสุวรรณ (หนุ่ม สุพรรณ) เพื่อนำข้อมูลหลายส่วนเผยแพร่ในหนังสือประวัติของหลวงพ่อมุ่ย สำหรับข้าพเจ้าหากกล่าวหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ขึ้นมาครั้งใด ต้องคิดถึงคุณหนุ่มสุพรรณสหายผู้มากไมตรีท่านนี้ทุกครั้ง ด้วยท่านผู้นี้เป็นผู้มีศรัทธาต่อหลวงพ่อมุ่ยอย่างแท้จริง

ข้าพเจ้าเคยได้ฟังข้อมูลจากคุณชูชีพ ท่านผู้นี้เดินทางไปกราบหลวงพ่อมุ่ย ตามคำแนะนำของหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ว่าหลวงพ่อมุ่ยนี้เก่งทางเหนียวคงอย่างยิ่ง คุณชูชีพเล่าว่าคราวที่ได้พบหลวงพ่อมุ่ย ได้เช่าบูชาวัตถุมงคลหลายอย่างแล้วคลานเขาไปคอย เพื่อรอขอให้ท่านปลุกเสกประสิทธิ์ให้อีกครั้ง ขณะต่อแถวคอยอยู่มีกรรมการวัดเดินประกาศว่า “ใครมีแหวนที่สร้อยพระหรือนาฬิกา ให้ถอดออกจากตัวฝากเพื่อไว้ก่อน” เมื่อแรกได้ยินคุณชูชีพยังนึกแปลกใจว่าทำไมต้องถอด ด้วยความที่ไม่รู้และอยากลองดูจึงไม่ถอดนาฬิกาข้อมือ

เมื่อคุณชูชีพเขาไปกราบหลวงพ่อมุ่ย ส่งพานใส่วัตถุมงคลถวายท่านปลุกเสก แล้วพนมมือนั่งมองอยู่ตรงหน้าท่าน คุณชูชีพเล่าว่า ได้ยินเสียงลานนาฬิกาข้อมือดังผิดปกติ เอียงข้อมือดูเห็นเข็มนาฬิกาหมุนตีได้เองอย่างอัศจรรย์ แล้วก็เป็นเสียงลานนาฬิกาขาดรู้สึกได้ ส่วนพระเครื่องที่ใส่ที่เหน็บอยู่กับตัวก็มีอาการสั่นเคลื่อนไหวเอง และมีกระแสพลังคล้ายไฟดูดตุบ ๆ เป็นช่วง ๆ น่าแปลกมาก คราวนี้เองคุณชูชีพจึงรู้ว่าทำไมเขาจึงประกาศให้นำเครื่องประดับต่าง ๆ ออกจากตัวก่อนเข้าไปกราบขอหลวงพ่อมุ่ยเสกพระ

เรื่องที่ ๗ เสกสิงห์งาแกะ ให้เคลื่อนไหวได้ดุจมีชีวิตจิตใจ

เรื่องประสบการณ์อภินิหารของสิงห์งาแกะนั้น มีตั้งแต่เริ่มปลุกเสกแล้ว ผู้ที่พบเห็นการปลุกเสกต้องตกตะลึงกับความเข้มขลัง และพลังจิตที่แก่กล้าของหลวงพ่อมุ่ยแทบทุกราย ศิษย์ทางบริษัทโพลาลิส จังหวัดนนทบุรี เล่าว่า “แค่หลวงพ่อเอามือปิดปากโถเคลือบที่ใส่สิงห์ไว้เท่านั้น ภายในจะมีเสียงกระทบกันระงมดังข้าวตอกแตก แม้แต่ตอนเลิกปลุกเสก ท่านหันมาทำธุระอย่างอื่น สิงห์ในโถนั้นก็ยังคงกระโดดเหมือนมีชีวิตชีวาอยู่อีกเป็นนานสองนาน” เล่าไปใครไม่เคยพบเห็นก็ย่อมไม่เชื่อถือ

สิงห์ไล่กวดจะกัดลิง

สิงห์งาแกะของหลวงพ่อมุ่ยนี้ท่านปลุกเสกจนคล้ายมีชีวิต นายจุน แพทองคำ ศิษย์หลวงพ่อมุ่ยเล่าว่า “ครั้งหนึ่งมีผู้นำลิงไม้แกะแบบเดียวกับลิงหลวงพ่อดิ่ง แต่เป็นของแกะใหม่ (พ.ศ. ๒๕๑๐ กว่า) นำมาให้หลวงพ่อมุ่ยปลุกเสก หลวงพ่อท่านเทลิงไม้ทั้งฝูงใส่ถาดนั่งปลุกเสก สักพักก็เกิดอัศจรรย์เมื่อลิงไม้แกะทั้งหมดเริ่มขยับ ดูไปคล้ายพวกมันมีชีวิตจิตใจ เริ่มกระโดดกันไปมาอยู่ในถาด ที่อัศจรรย์ไปกว่านั้นก็คือ สิงห์งาแกะที่วางอยู่ในพานใกล้ ๆ กันนั้น ได้กระโดดเข้ามาร่วมวงวิ่งไล่กวดลิง จนพวกลิงแตกฮือวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

พวกสิงห์ก็วิ่งไล่กวนวนไปวนมาให้วุ่นไปหมด คล้ายแมวไล่จับหนู จนเมื่อลิงตัวสุดท้ายกระโดดหนีออกจากถาดไปแล้ว พวกสิงห์จึงหยุดเคลื่อนไหว เสียงเกรียวกราวเงียบสงบลงทันที แสดงว่าสิงห์ของหลวงพ่อมุ่ยท่านเสกทั้งธาตุ และลงหัวใจสิงห์ครบถ้วนทุกตัว พวกสิงห์จึงมีความดุร้ายคล้ายสัญชาตญาณสัตว์จริง นับว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านปลุกเสกของได้เข้มขลังไม่ต่างกันพระเกจิยุคโบราณ ตัวอย่างเช่น หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย ที่เสกเสือจนเคลื่อนไหว สามารถกระโดดกัดชิ้นเนื้อหมูได้ เช่นนี้นับว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านมีพลังจิตแก่กล้ามากทีเดียว

เรื่องที่ ๘ ประสบการณ์จริง เมื่อสิงห์ช่วยคุ้มครอง

สมัยก่อนมีแม่ค้ารับส่งโพยหวยใต้ดิน เธอเคารพนับถือหลวงพ่อมุ่ยสุดหัวใจ ชื่อ นางชั้น เลี่ยมสมบัติ แกพกสิงห์งาแกะที่ได้รับจากมือหลวงพ่อมุ่ยติดตัวอยู่ประจำ สมัยนั้นเจ้ามือหวยอยู่กรุงเทพฯ เวลาใกล้วันหวยออกจึงต้องนำเอาโพยหวยมาส่งพร้อมเงินติดตัวจำนวนมาก สมัยนั้นรถยนต์ยังไม่มีมากเช่นปัจจุบัน มีแต่เรือเมล์แล่นตามแม่น้ำเพื่อรับส่ง ต้องนั่งเรือข้ามวันข้ามคืน โดยลงเรือที่ท่าเรือสามชุก วันหนึ่งเวลาราวตีสี่ขณะนางชั้นกำลังนอนอยู่ในเรือ โดยเก็บเงินค่าหวยเหน็บไว้ที่ชายผ้าถุงห่อใหญ่ เป็นที่ล่อตาล่อใจเด็กท้ายเรือและคนคุมเรืออย่างยิ่ง แต่ทั้งสองไม่สามารถเข้าไปหยิบเงินดังกล่าวได้ ด้วยมองเห็นเงาสัตว์ชนิดหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นตัวอะไร เงาสัตว์นี้มันยืนคร่อมร่างนางชั้นแลเห็นเป็นเงาทะมึนน่ากลัวยิ่งนัก

ด้วยความประหลาดใจ และอยากรู้มากกว่ากลัวความผิด ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องเงาประหลาดนี้ มาเล่าให้จ่าตำรวจในสามชุกฟัง ชื่อจ่านคร ภายหลังจ่านครได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับ นายล้วน มีศรีไชย หลายชายหลวงพ่อมุ่ย จึงได้ทราบความจริงว่านางชั้นมีเพียง “สิงห์งาแกะ” ติดตัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นับว่าสิงห์หลวงพ่อมุ่ยนี้มีคุณวิเศษครบทุกด้าน ทั้งป้องกันอันตรายทั้งหลาย และสามารถคุ้มครองรักษาได้อย่างอัศจรรย์

เรื่องที่ ๙ เรื่องเล่าประทับใจจากศิษย์อีกท่านหนึ่ง

หลายวันที่ผ่านมาลองอ่านข้อความที่กล่าวถึง วัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาวิชาอาคม ศิษย์ที่สืบทอดวิชาโดยตรงทั้งสองท่านรวมถึงท่าน อาจารย์มหาโพธิ์ วัดคลองมอญ แล้วน่าปลื้มใจที่แม้เวลาที่หลวงปู่ศุขยังดำรงเบญจขันธ์อยู่ จะห่างจากเราเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม ยังมีผู้ที่กล่าวถึงและระลึกนับถือท่านจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ผมจะกล่าวถึงต่อไปนี้จะกล่าวถึงลูกศิษย์ที่ไปเรียนวิชากับท่านโดยตรง และมีศิษย์ที่สืบทอดวิชาสายนี้เหมือนกันถือว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังเมื่อคิดได้อย่างนี้ก็สุขใจ วันหน้าหากมีเรื่องดี ๆ ที่น่าสนใจก็จะนำมาเล่าให้ฟังกันอีก ขอเริ่มเลยนะครับ

หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ อ.สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เรียนวิชากับหลวงปู่ศุข วัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่าโดยตรงซึ่งมี หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ฝากฝังไป พิจารณาแล้วจังหวัดสุพรรณฯ กับชัยนาทดูตามแผนที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ประกอบกับวิชาอาคมของหลวงปู่ศุขสมัยนั้นกระเดื่องดังไม่ธรรมดา ย่อมต้องมีผู้ไปขอเป็นศิษย์เพื่อขอเรียนวิชาจากท่านมากพอควรเลยทีเดียว และการที่หลวงพ่อมุ่ยไปฝากตัวเป็นศิษย์มีผู้ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง และรู้กันทั้งนั้นรวมทั้งในประวัติของท่านที่มีผู้เขียนถึงภายหลังก็มีผู้ยืนยันเรื่องนี้อยู่มาก มีการกล่าวกันว่าท่านไปเรียนวิชากับหลวงปู่ศุขโดยไปกับหลวงพ่ออิ่มอาจารย์ท่านโดยพูดกันว่า หลวงพ่อมุ่ยได้วิชามาเล่มครึ่ง ส่วนหลวงพ่ออิ่มได้มาครึ่งเล่ม เนื่องจากหลวงพ่ออิ่มอาวุโสความจำสู้พระหนุ่มไม่ได้

จากเรื่องราวดังกล่าวนี้ยืนยันว่า ท่านเรียนวิชามาจริง รวมทั้งมีผู้กล่าวกันว่า หลวงพ่อมุ่ยปลุกเสกพระและเครื่องรางของขลังต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้กระโดดได้นี้จริง มีผู้รับรองและเห็นด้วยตาตนเองและมีชีวิตอยู่เล่าเรื่องให้ฟังมากพอประมาณทั้งอำเภอสามชุก ลูกศิษย์ท่านที่เก่งและน่านับถือสร้างวัตถุมงคลได้เข้มขลังพระบางอย่างเช่น สมเด็จเนื้อผสมว่านฝังตะกรุดสามกษัตริย์ก็มี สร้างคล้ายกับของอาจารย์ของท่าน แต่รูปแบบและพิมพ์ทรงแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน รวมทั้งปลุกเสกพระและวัตถุมงคลได้ขึ้น และสามารถคัดออกมาได้ว่า วัตถุมงคลดังกล่าวเขียนยันต์ครบถ้วนหรือไม่ขณะท่านปลุกเสก ท่านจะหยิบออกทันทีท่านว่าอันนี้ปลุกไม่ขึ้น คำว่า “ขึ้น” ของท่าน ขอยกตัวอย่าง รูปหล่อเหมือนรุ่นแรก ที่เรียกว่า กระโดดบาตร เป็นตัวอย่างได้อย่างดี

จะขอกล่าวถึงลูกศิษย์ที่สืบสายวิชาของท่านโดยตรงท่านหนึ่ง มีศักดิ์เป็นหลานของท่าน ท่านที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ หลวงพ่อถม ฑีฆายุโก วัดเนินมหาเชษฐ์ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี วัตถุมงคลของท่านเชื่อได้ว่าดีทุกอย่าง เหรียญรุ่นแรก เนื้อทองแดงรมดำ ออกวัดทับกระดาษเขาวัง ซึ่งเป็นวัดแรกที่ท่านจำพรรษา มีประสบการณ์มากมายจนต้องสร้างเสริมเป็นเนื้อทองแดงกะไหล่ทองอีกครั้ง วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสก เช่น แหวนนิ้ว รูปหล่อเหมือนห้อยคอและขนาดบูชา พระสมเด็จเนื้อผงผสมว่าน ฝังตะกรุดสามกษัตริย์และไม่ฝังตะกรุด ท่านปลุกเสกอย่างตั้งใจและปลุกเสกเพียงลำพัง ไม่เคยนำไปเข้าพุทธาภิเษกที่ใด ท่านทำของท่านเอง เหรียญบางรุ่นท่านปลุกเสกทั้งเสาร์ห้าและห้าเสาร์หลายครั้ง บางรุ่นบางอย่างยังมีให้บูชาที่วัด (ไม่แน่ใจว่าปัจจุบัน ปี ๒๕๖๑ จะเหลืออยู่หรือไม่? เพราะข้อเขียนนี้เขียนมาหลายปีแล้วเช่นกัน)

ส่วนตัวของท่านนั้นได้มรณะภาพไปหลายปีแล้ว แต่ของที่มีอยู่ในตู้ที่วัดยืนยันว่าท่านปลุกเสกเองทั้งนั้น อีกทั้งค่าบูชาก็ไม่แพงมากเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เท่าที่พบเห็นว่ายังมีอยู่คือ พระสมเด็จฝังตะกรุด ๒ พิมพ์ ทำต่างปีกัน พระรูปเหมือนบูชา เหรียญบางรุ่น เชิญติดต่อที่วัดได้โดยตรงแต่ต้องเดินทางไปที่วัดเองนะครับ ที่นำมาแนะนำนี้เห็นว่าท่านเก่งมาก เรียนวิชามาจากหลวงน้า คือ หลวงพ่อมุ่ยโดยตรง และไม่เคยเรียนกับใครอีก จะนับว่าท่านเป็นศิษย์สายวัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่าก็ไม่ผิดนัก

ในการเสกพระของหลวงพ่อมุ่ยทุกครั้ง จะมีเหตุให้ตกตะลึงขณะท่านเสก โยมต้องถอดสร้อยแหวนนาฬิกาออกให้หมด ไม่งั้นจะเหมือนถูกไฟช็อต ของเล็กของใหญ่ขยับเคลื่อนไหวทั้งนั้น, ตอนไปเสกพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง ท่านตบเข่าตอนเสกเสร็จ พระกองใหญ่ทั้งกองกระโดด พระตรงหน้าท่านโดดสูงเป็นศอก พระที่ห่างออกไปก็โดดต่ำกว่าเหมือนวงคลื่นน้ำทั้งกอง

พระเกจิดังมาก ๆ ที่ไปร่วมงานเดินมาหยิบพระตรงหน้าหลวงพ่อมุ่ยกลับวัดกันท่านละกำทุกองค์, ถ้าเป็นของอาจารย์อื่นที่เสกมาดีแล้ว พอหลวงพ่อมุ่ยอัด ตัวท่านจะลอยขึ้นจากพื้นในท่านั่งตั้งแต่หนึ่งคืบขึ้นไป เรื่องของท่านพูดมากไม่ดี เหมือนภาพยนตร์ คนไม่เชื่อถือจะกลายเป็นบาปกรรมเปล่าๆ ลองจินตนาการ แบบผู้กำกับหนังเอาได้เลยว่า การเสกพระจะเกิดเหตุพิสดารปาฏิหาริย์อะไรบ้าง หลวงพ่อมุ่ยมีทั้งนั้น