Get Adobe Flash player

“กอส เดส ตูร์เนล” ไวน์ชั้น 2 คุณภาพเกินคุ้ม โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

ชาโต กอส เดส ตูร์เนล (Château Cos d'Estournel) อยู่ในตำบลแซงเตสเตฟ (Saint-Estèphe appellation) อำเภอเมด็อก (Medoc) เมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ผลิตไวน์แดงเป็นหลัก โดยอยู่ในชั้น 2 (Deuxièmes Crus / Second Growths) ตามบัญชี Bordeaux Wine Official Classification of 1855

          คำว่า Cos (ซึ่งต้องออกเสียง S ด้วย)หมายถึง “เนินเขาแห่งก้อนกรวด” (hill of pebbles)ขณะที่ชื่อCos d'Estournel ได้รับการตั้งชื่อในปี 1810 โดย Louis-Gaspard d'Estournel จากนั้นก็มีหลายตระกูลผลัดกันเข้ามาครอบครอง แต่เริ่มโด่งดังในปี 1970 เป็นต้นมาจากฝีมือของ Bruno Prats ที่มาเมืองไทยบ่อย ก่อนจะขายไปในปี 1998 ปัจจุบันเจ้าของคือ มิเชล รีย์บิเอร์ (Michel Reybier) ที่ซื้อมาปี 2000

เมื่อเร็ว  ๆ นี้ผมได้ชิมไวน์ Château Cos d’Estournel หลายวินเทจ เผื่อท่านใดไปเจอลองหามาชิมกัน

กอส เดสตูร์เนล บลัง 2011 (Château Cos d’Estournel Blanc 2011) : เป็น Rare White wine ของ ไวน์ขาว Château Cos D’Estournel ที่เบลนด์จากโซวีญยอง บลัง (Sauvignon Blanc) 67 % เซมิลยอง (Semillon) 33% สีเหลืองทองอ่อน ๆ ดมครั้งแรกได้กลิ่นหอมเขียว ๆ ของต้นไม้ใบหญ้าสด ๆ ตามด้วยผลไม้เช่น แพร์ กูสเบอร์รี พีช แอปเปิ้ลเขียว เกรฟฟรุต สับปะรดกรุ่น ๆ เลมอนนิด ๆ ดอกไม้ น้ำผึ้ง มิเนอรัล ครีมมีนิด ๆ แป้งเด็ก และมีแอซสิดที่ดีช่วยให้ดื่มแล้วสดชื่น จบยาวด้วยผลไม้และมิเนอรัล

กูเล บาย กอส เดสตูร์เนล 2013 (Goulée by Cos d’Estournel 2013) : เป็นไวน์ในเครือ Cos d’Estournel ทำจากแมร์โลต์ (Merlot) 61% กาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 32% และกาแบร์เนต์ ฟรัง (Cabernet Franc) 7% เป็นไวน์สไตล์ Ripe and juicy บอดี้หนักแน่นแต่เฟรชและฟรุตตี้ สีแดงค่อนข้างเข้มมีขอบบราวน์นิด ๆ หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น พลัม พรุน แบล็คเคอร์แรนท์ ราสพ์เบอร์รี ควันไฟ สไปซี แอซสิดกำลังพอดี จบค่อนข้างยาวด้วยราสพ์เบอร์รีและซีทรัส กำลังสุกพร้อมดื่ม เก็บได้อีกสัก 2-3 ปี

ชาโต กอส เดสตูร์เนล “เลส์ ปากอด เดอ กอส” แซงเตสเตฟ 2010 (Chateau Cos d'estournel “Les Pagodes de Cos” St-Estèphe 2010) : ไวนฺฉลากสองของ Chateau Cos d'estournel ซึ่งวินเทจนี้ว่ากันว่ายอดเยี่ยมตั้งแต่ผลิตมา ไม่นับ  2009 ทำจาก Cabernet Sauvignon 62% และ Merlot 38% เป็นไวน์สไตล์หนักแน่น แต่พลิ้วไหวด้วยแทนนินและผลไม้ สีแดงเข้ม อบอวลด้วยมวลผลไม้สุก เช่นแบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี มัลเบอร์รี และพลัม แถมมีกลิ่นดอกไวโอเลตกรุ่น ๆ ซีดาร์ ชอกโกแลต สไปซี่ ชะเอมเทศ แทนนินนุ่มเนียนหอมหวาน แอซสิดยอดเยี่ยม จบยาวด้วยผลไม้และถ่านไม้ สามารถเก็บได้อีก 10 -15 ปี

ชาโต กอส เดสตูร์เนล,แซงเตสเตฟ 2000 (Chateau Cos d'estournel,St.-Estèphe 2000) : ถือเป็นหนึ่งในวินเทจคลาสสิคของ Chateau Cos d'estournel ทำจาก Cabernet Sauvignon 65%, Merlot 33% และ Cabernet Franc 2% สีแดงเข้มขอบบราวน์นิด ๆ ดมครั้งแรกได้กลิ่นผลไม้สุกตลบอบอวล โดยเฉพาะแบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ ลูกเกด แบล็คเชอร์รี และพลัม ตามด้วยดอกไวโอเลต กาแฟคั่วหอมกรุ่น ขณะเดียวกันสไปซี่เฮิร์บก็โดดเด่นมีทั้ง จันทร์เทศ กระวานและอบเชย เป็นไวน์ที่ผสานสอดคล้องกันอย่างลงตัวระหว่างแทนนินที่นุ่มเนียน แอซสิด และผลไม้ จบยาวด้วยผลไม้สุก เฮิร์บชุ่มคอ

ชาโต กอส เดสตูร์เนล,แซง-เตสเตฟ 2005 (Chateau Cos d'estournel,St.-Estèphe 2005) : เป็นวินเทจที่กูรูไวน์ระดับโลกเรียกว่าซูเปอร์ สตาร์ของ St.-Estèphe...สีแดงเข้ม ยังสัมผัสได้ถึงแทนนินและโอคที่ยังหนักแน่น ยังดีที่มีความหอมหวานของผลไม้สุกมาช่วยทำให้รสชาติกลมกล่อม เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ ลูกเกด แบล็คเชอร์รี และพลัม ขนมพุดดิ้งหอมหวาน สไปซี เปปเปอร์ ชอกโกแลต เปลือกส้มแผ่น ๆ หนังสัตว์กรุ่น ๆ ดอกไวโอเลต ยาสูบ แทนนินหนักแน่นแต่เริ่มนุ่มและกลมกล่อม แอซสิดยอดเยี่ยม จบยาวด้วยผลไม้ สไปซี ยังไม่เปิดตัวเต็มที่นัก อีก 4-5 ปีน่าจะดีกว่านี้

ชาโต กอส เดสตูร์เนล,แซงเตสเตฟ 1989 (Chateau Cos d'estournel,St.-(Estèphe 1989) : อีกหนึ่งวินเทจที่ดีของ Chateau Cos d'estournel …สีแดงบราวน์ กลิ่นหอมผลไม้สุกฉ่ำ เช่นแบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ พลัม และลูกเกดกรุ่น ๆ ควันไฟ ไม้ซีดาร์ สไปซีเฮิร์บ อบเชย จันทร์เทศ ใบชาเก่า ๆ เห็ดคล้าย ๆ ทรัฟเฟิลกรุ่น ๆ มิเนอรัล เอิร์ธตี้ แทนนินสุกหอมหวาน จบด้วยผลไม้สุกหอมหวาน เฮิร์บชุ่มคอ และมิเนอรัล

ชาโต กอส เดสตูร์เนล เป็นอีกหนึ่งในไวน์ชั้น 2 ที่ไม่ควรพลาดในการชิม