Get Adobe Flash player

“โบโฌเลส์ นูโว 2016” รอลุ้นเพียงแค่สัมผัสลิ้น โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่สามของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก็คือวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายนเป็นวันแรกที่มีการขายไวน์ “โบโฌเลส์ นูโว 2016(Beaujolais Nouveau 2016) พร้อมกันทั่วโลก บางท่านอาจจะได้ชิมแล้ว ส่วนท่านที่ยังลองหามาชิมกัน เพราะมีให้ดื่มปีละครั้งเท่านั้น ที่สำคัญไวน์ชนิดนี้มีอายุสั้นคือประมาณ 3 เดือน

ทุกปีไวน์โบโฌเลส์ นูโว หลายสิบล้านขวด จะถูกลำเลียงจากอำเภอโบโฌเลส์ (Beaujolais) แคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ประเทศฝรั่งเศส ไปสู่เมืองใหญ่ของโลก และขายกันในเวลา 00.00 นาฬิกา ของวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนพฤศจิกายนของปีนั้น ๆ และ Beaujolais Nouveau 2016 นับเป็นปีที่ 24 แห่งการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการของไวน์โบโฌเลส์ นูโว

“โบโฌเลส์ นูโว(Beaujolais Nouveau) เป็นไวน์สดซึ่งส่วนใหญ่เป็นไวน์แดง ทำจากองุ่น กาเมย์ (Gamay) องุ่นแดงที่ปลูกมากที่สุดในแคว้นเบอร์กันดี คนงานนับหมื่นคนจะเก็บองุ่นด้วยมือเก็บให้แล้วเสร็จภายใน 3 สัปดาห์ โดยไม่ใช้เครื่องจักรเพราะจะทำให้องุ่นช้ำส่งผลต่อความสดของไวน์ จากนั้นนำไปหมักโดยกระบวนการหมักแบบ Maceration Carbonic คือหมักองุ่นทั้งลูกโดยไม่เติมยีสต์แต่ปล่อยให้องุ่นเริ่มเปื่อยยุ่ยเองด้วยยีสต์ธรรมชาติจากผลองุ่น และในสภาวะที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งกินเวลาไม่นาน

จากผลการหมักดังกล่าวจะได้ไวน์ที่แทนนินต่ำ แอลกอฮอล์ไม่สูงมาก แต่มีความโดดเด่นตรงหอมกลิ่นผลไม้หรือฟรุตตี้ (Fruity) และกลิ่นหอมบางอย่าง ที่สำคัญไม่มีการบ่มถังไม้โอค นอกจากนั้นไวน์ยังพัฒนาตัวเองเร็ว จึงต้องดื่มขณะที่เป็นไวน์ใหม่ (Young Wine) และไม่ควรเก็บเอาไว้นานอันเป็นที่มาของ “นูโว” (Nouveau) ที่มีความหมายว่า "ใหม่" (New) ไวน์นี้จะมีคุณภาพสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 6 สัปดาห์หลังวางตลาด จากนั้นคุณภาพจะเริ่มถดถอยลง

Beaujolais Nouveau เป็นไวน์ที่ดื่มง่ายกว่าไวน์แดงทั่วๆ ไป เพราะมีฟรุตตี้สูง จึงต้องเสิร์ฟในอุณหภูมิเย็นๆ ประมาณ 12 องศา

อีกอย่างหนึ่งที่ต้องทราบก็คือ “จะไม่มีการวิจารณ์ ไวน์ Beaujolais Nouveau เพราะถือเป็นไวน์แห่งการเฉลิมฉลอง” โดยไม่ต้องคำนึงถึงพิธีรีตองใด ๆเซลเซียส ขณะที่ไวน์Beaujolais ทั่วไป จะเสิร์ฟประมาณ 16-17 องศาเซลเซียส ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นไวน์ที่ต้อง "ดื่ม" กันอย่างจริงจังมากกว่าจะ "จิบ" เหมือนไวน์แดงทั่วไป

Beaujolais Nouveau กำเนิดมาจากความต้องการเฉลิมฉลองและถือเป็นการพักของคนที่ทำงานเกี่ยวกับไวน์ที่เหนื่อยมาทั้งปี ถูกจัดขึ้นในบาร์ คาเฟ และร้านอาหารประเภทบิสโทรท้องถิ่นในอำเภอโบโฌเลส์ และลียง (Lyons) ซึ่งทุกๆ ฤดูใบไม้ร่วง ไวน์สดชนิดนี้ จะถูกรินจากถังของเจ้าของไวน์ต่างๆ ใส่เหยือก แล้วแห่แหนไปรอบ ๆ เมือง พร้อมเครื่องดนตรีและการแต่งกายต่าง ๆ

กระทั่งวันที่ 13 พฤศจิกายน 1951 เทศกาลเฉลิมฉลองไวน์ "Beaujolais Nouveau" จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังจากเขต Beaujolais ได้รับ AOC เมื่อ 12 กันยายน 1937 ดังนั้น Beaujolais Nouveau จึงอยู่ใน AOC Beaujolais และมีการผลิตใน 2 เกรด โดยทั่วไปคือ “โบโฌเลส์ นูโว เอโอซี (Beaujolais Nouveau AOC) และเขตเล็กลงมาเป็น “โบโฌเลส์ วิลลาจ นูโว” (Beaujolais Village Nouveau)

เทศกาลการเฉลิมฉลองหลังการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกรุงปารีส ตั้งแต่ช่วงกลางของปี 1800 เป็นต้นมา ร้านอาหารประเภทบิสโทรจำนวนมากเริ่มสั่งไวน์โบโฌเลส์ นูโว เป็นบาร์เรลไปเสิร์ฟเพื่อให้ชาวเมืองได้ดื่มกินพร้อมฉลองเทศกาลแห่งความสนุกสนาน ในการฉลองนี้ผู้คนจะมากระจุกรวมตัวอย่างคับคั่งและรอฤกษ์งามยามดีที่จะได้โห่ร้องก้องตะโกนวลี Le Beaujolais Nouveau est arrivé!” พร้อม ๆ กัน

ภายในเวลาไม่ถึงสิบปีการเฉลิมฉลองนี้ก็ได้แผ่ขยายไปจนถึงกรุงลอนดอนและเกือบร้อยปีผ่านไปชาวอเมริกันจึงได้เริ่มร่วมฉลอง

เทศกาลนี้เช่นกัน ปัจจุบันมีร้านอาหาร บาร์ คาเฟมากมายที่สั่งไวน์โบโฌเลส์ นูโว ไปเสิร์ฟเฉพาะช่วงเทศกาลนี้ทั่วโลก ขณะที่ฉลากไวน์แสดงออกมาในรูปแบบสนุกสนาน ร่าเริง ฉูดฉาด

ในทวีปเอเชียประเภทญี่ปุ่นเป็นชาติที่จะได้ดื่มโบโฌเลส์ นูโว ก่อนชาติอื่น และถือว่าดื่มกันมากที่สุด จอร์จ ดูเบิฟ (George Duboeuf) เจ้าของฉายา "คิง ออฟ โบโฌเลส์" (King of Beaujolais) ยังต้องใช้เครื่องบินจัมโบ้ลำใหญ่ขนโบโฌเลส์ นูโว มาญี่ปุ่นทุกปี และญี่ปุ่นก็มีการจัดกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย รวมทั้งทำเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ ให้ผู้คนแม้กระทั่งเด็ก ๆ ลงไปอาบกันอย่างสนุกสนาน

 “…Le Beaujolais Nouveau est arrive !!! ..”

"The new Beaujolais has arrived!..."

“..โบโฌเลส์ นูโว มาแล้วจ้า !!!..”

ท่านล่ะ ดื่มกันหรือยัง..??