Get Adobe Flash player

“วูล์ฟ บลาสส์” ตำนานที่ต้องลิ้มรส โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

วูล์ฟแกง ฟรานซ์ ออตโต บลาส” (Wolfgang Franz Otto Blass) เกิดที่เยอรมันตะวันออกในเดือนกันยายน 1934 ดีกรีทางด้านการศึกษาก็ไม่ธรรมดา เขาจบการศึกษาด้านเทคนิคการทำแชมเปญ (Champagne techniques) ในแคว้นแชมเปญ ประเทศฝรั่งเศส ปี 1957 และได้รับการจารึกว่าคว้าปริญญาโทด้านการผลิตไวน์ (Oenology) จาก Veitschoechheim-Wuerzberg สถาบันสอนการผลิตไวน์ชื่อดังของเยอรมันด้วยอายุน้อยที่สุด

ปี 1961 เขาย้ายมาอยู่บารอสซา แวลลีย์ (Barossa Valley) รัฐเซาธ์ ออสเตรเลีย (South Australia) ด้วยเงินเพียง 100 ปอนด์ เริ่มงานครั้งแรกในตำแหน่งผู้จัดการ สปาร์คกลิ้ง ไวน์บริษัท Kaiser Stuhl ในบารอสซา จากนั้นปี 1966 จึงจดทะเบียนทำธุรกิจของตัวเองชื่อ “บิลยารา” (Bilyara) เป็นภาษาอะบอริจินแปลว่า Eaglehawk หรือเหยี่ยวอินทรี ที่เป็นโลโกประจำชาติเยอรมัน และต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ในฉลากไวน์ของเขา จนสยายปีกไปทั่วโลก

นั่นคือปฐมบทแห่งความยิ่งใหญ่ของไวน์วูล์ฟ บลาส สร้างชื่อเสียงให้กับออสเตรเลีย และเมื่อนับถึงสิ้นทศวรรษ 1990 วูล์ฟ บลาส กวาดรางวัลมาถึง 2,575 รางวัลประกอบด้วย 135 โทรฟี่,712 เหรียญทอง,812 เหรียญเงิน 869 เหรียญบรอนซ์ และ 47 ประกาศนียบัตร ที่สำคัญได้ถ้วย Jimmy Watson Trophy ถึง 4 ถ้วย มากที่สุดในจำนวนไวน์ออสเตรเลียด้วยกัน

ผมเดินทางไปชมและชิมไวน์วูล์ฟ บลาสส์ ที่ไร่ของเขาในบารอสซาเมื่อเดือนที่แล้ว และได้ชิมไวน์รุ่นทอป ๆ ของเขาหลายตัว

วูล์ฟ บลาสส์ เกรย์ เลเบิ้ล แม็คลาเรน เวล ชิราซ 2014 (Wolf Blass Grey Label McLaren Vale Shiraz 2014) : Grey Label เริ่มผลิตปีแรกคือ 1967 ทำจาก Shiraz 100 % จาก McLaren Vale แหล่งปลูก Shiraz คุณภาพดีของออสเตรเลีย บ่ม 18 เดือนในโอคใหม่ฝรั่งเศส (58%) และอเมริกันโอค (42%) สีแดงเข้มปึ๊ก ยังมีกลิ่นโอคค่อนข้างแรง ตามด้วยควันไฟกรุ่น ๆ แบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี พลัม กาแฟคั่ว ชอกโกแลต ขนมปังกรอบ สไปซี จันทน์เทศ อบเชย ครีมมี บอดี้หนักแน่น แทนนินหนักแน่นแต่ค่อนข้างเนียน จบยาวด้วยผลไม้และสไปซี ยังไม่เปิดตัวเต็มที่ อีก 5-6 ปีจะอร่อยกว่านี้    

วูล์ฟ บลาสส์ เกรย์ เลเบิ้ล ลังฮอร์น ครีก กาแบร์เนต์ โซวีญยอง ชิราซ 2014 (Wolf Blass Grey Label Langhorne Creek Cabernet Sauvignon Shiraz 2014) : เป็นอีกรุ่นหนึ่งของ Grey Label ทำจาก Cabernet Sauvignon 52 % และ Shiraz 48 % บ่ม 18 เดือนในโอคใหม่ฝรั่งเศส (69%) และอเมริกันโอค (31%) สีแดงเข้ม หอมกลิ่นผลไม้ เช่น แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี และพลัม ตามด้วยยูคาลิปต์ มินต์ กรีนเปปเปอร์ สไปซี กาแฟ ซีดาร์ โอคกรุ่น ๆ จันทร์เทศ  แทนนินหนักแน่นและค่อนข้างนุ่ม จบด้วยผลไม้ โอค และสไปซี อีกประมาณ 4-5 ปีจะอร่อยกว่านี้

วูล์ฟ บลาสส์ แบล็ค เลเบิ้ล ลังฮอร์น ครีก แม็คลาเรน เวล กาแบร์เนต์ โซวีญยอง ชิราซ มาลเบค 2012 (Wolf Blass Black Label Langhorne Creek / McLaren Vale Cabernet Sauvignon Shiraz Malbec 2012) : รุ่นนี้เป็นวินเทจที่ 40 ติดต่อกันของการทำไวน์รุ่นนี้ โดยทำจาก Cabernet Sauvignon 54 % และ Shiraz 41 % และ Malbec 5 % บ่มในอเมริกันโอคใหม่และเก่า 52% และ 22% ตามลำดับ  ....สีแดงเข้มยังมีขอบม่วงนิด ๆ กลิ่นหอมผลไม้สุก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้เปลือกดำ เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี และพลัม มอคคา ชอกโกแลต กรีนเปปเปอร์ อบเชย วานิลลา สไปซี แทนนินหนักแน่นแต่เริ่มนุ่ม จบยาวด้วยผลไม้และเฮิร์บ

วูล์ฟ บลาสส์ แพลพทะนัม เลเบิ้ล เมดแลนด์ส์ วินเยิร์ด บารอสซา แวลลีย์ ชิราศ 2012 (Wolf Blass Platinum Label  Medlands Vineyard Barossa Valley Shiraz 2012) : ย้อนไปในปี 1998 คริส แฮทเชอร์ (Chris Hatcher) หัวหน้าไวน์เมกเกอร์ตัดสินใจว่าจะต้องนำ Wolf Blass ก้าวสู่โลกยุคใหม่ ด้วยการนำ Shiraz บ่มในโอคฝรั่งเศส ต่างจาก Black Label ที่บ่มในอเมริกันโอค เป็นที่มาของ Platinum Label  ที่มีเสน่ห์ สีแดงเข้ม หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น บลูเบอร์รี แบล็คเบอร์รี และพลัม ชอกโกแลต กาแฟคั่ว ควันไฟ สไปซีเฮิร์บ โอคกรุ่น ๆ แทนนินหนักแน่นและนุ่มเนียน จบยาวด้วยผลไม้ สไปซี

วูล์ฟ บลาสส์ เดอะ มาสเตอร์ ปาสกิน วินเยิร์ด ลังฮอร์น ครีก กาแบร์เนต์ โซวีญยอง ชิราซ 2012 (Wolf Blass The Master Pasquin Vineyard Langhorne Creek Cabernet Sauvignon Shiraz 2012) : 'The Master' เป็นรุ่นที่ทำเพื่อฉลองครบรอบ 80 ปีของ Wolfgang Blass เจ้าของไวน์ ทำจากองุ่นที่ปลูกในพื้นที่ดินยุคโบราณ เป็น Cabernet Sauvignon 61% และ Shiraz 39% สีแดงเข้ม หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ มัลเบอร์รี และพลัม ตามด้วยมิเนอรัล มอคคา ชอกแลต อบเชย จันทร์เทศ มินต์ โอคกรุ่น ๆ แอซสิดกำลังดี แทนนินหนักแน่นและเริ่มสุกหอมหวานเนียน จบยาวนานด้วยผลไม้สุก มิเนอรัล โอค และสไปซี

Wolf Blass เป็นตำนานและจอมยุทธ์คนหนึ่งในวงการไวน์ออสเตรเลีย ถ้ามีโอกาสไม่ครพลาดในการชิม.