Get Adobe Flash player

“Domain Chandon” อาณาจักรที่ออสเตรเลีย โดย ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Font Size:

ครั้งที่แล้วพูดถึง “โมเวต์ เอต์ ชองดอง(Moët & Chandon) ผู้ผลิตแชมเปญระดับยักษ์ใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะฝรั่งเศสเท่านั้นแต่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เพราะขยายอาณาจักรไปยังประเทศอื่น ๆ ท่านที่อยู่แคลิฟอร์เนียบางท่านอาจจะเคยชมและชิมที่ซิลเวอร์ราโด ขณะที่ซีกโลกใต้มาลงหลักปักฐานที่รัฐวิคทอเรีย (Victoria) เป็น 1 ใน 7 รัฐสำคัญของการปลูกองุ่นผลิตไวน์ของออสเตรเลีย เป็นแหล่งผลิตไวน์จากอากาศเย็นที่คุณภาพระดับโลก

ดอแมน ชองดอง (Domain Chandon) ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสีสันที่ต้องไปเยือนสักครั้งของวิคทอเรีย ตั้งอยู่ใจกลาง Yarra Valley จากตัวเมืองเมลเบิร์นประมาณ 150 กิโลเมตร เป็นการร่วมลงทุนระหว่างกรีน พอยต์ (Green Point) ของออสเตรเลีย กับโมเอต์ เอต์ ชองดอง(Moët & Chandon)  ตามโครงการขยายอาณาจักรของ Moet et Chandon ในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา เริ่มแรกเรียกชื่อว่า Domaine Chandon & Green Point โดยใช้ภูมิปัญญาในการผลิตแชมเปญมาผลิตสปาร์คกลิ้งภายใต้ชื่อ “Chandon” เป็นหลัก ส่วน Green Point เน้นไวน์ขาว ไวน์แดง และโรเซ่ ปัจจุบันกลายเป็น Domaine Chandon ผลิตไวน์ภายใต้ชื่อ Chandon เท่านั้น

สาเหตุที่ Moet et Chandon เลือกไร่กรีนพอยต์ในยาร์รา แวลลีย์ เนื่องจากมีการวิเคราะห์แล้วว่า สภาพดินฟ้าอากาศ (Terroir) เหมาะสมอย่างยิ่งในการปลูกองุ่นสำหรับทำสปาร์คกลิ้งไวน์นั่นคือ ชาร์โดห์เนย์ (Chardonnay) ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) และปิโนต์ มูนิเยร์ (Pinot Meunier) ขณะเดียวกันก็มีแหล่งองุ่นจากเขตอื่น ๆ ด้วย

Domaine Chandon ผลิตสปาร์คกลิ้งด้วยกรรมวิธีเดียวกับ Moet et Chandon ในฝรั่งเศส แต่ใช้ชื่อ Champagne ไม่ได้ จากการที่ในสหภาพยุโรป (European Union) และอีกหลายๆ ประเทศ ชื่อ Champagne ถูกคุ้มครองโดยกฏหมายกรุงมาดริด 1891 (Treaty of Madrid 1891) เกี่ยวกับการผลิตสปาร์คกลิ้งไวน์ในเขตผลิตที่กำหนด (Appellation d'Origine Controlee)  กฏหมายนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งโดย (Treaty of Versailles) หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 กฏหมายดังกล่าวระบุว่า...คำว่า Champagne ต้องผลิตในแคว้นชองปาญ (Champagne Region) เท่านั้น จึงจะใช้คำว่า Champagne ระบุในฉลากได้

ด้วยสาเหตุดังกล่าวคำว่า Methode Champenoise หรือ  Champagne Method และ Methode Traditionnelle จึงถูกนำมาใช้ ซึ่งทุกคำล้วนมีความหมายเดียวกันคือ “ผลิตด้วยกรรมวิธี หรือกระบวนการเดียวกับแชมเปญ” และ Domaine Chandon ก็เลือกใช้คำว่า Methode Traditionnelle มาพิมพ์ไว้ในฉลากข้างขวด

โรงหมักไวน์ของ Domaine Chandon ออสเตรเลียจะอยู่ด้านหนึ่งของอาคารที่ทำการ ซึ่งเต็มไปด้วยถังสแตนเลสและถังโอค สามารถยืนดูกรรมวิธีการผลิตบางส่วนจากด้านบนได้  ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นสถานที่เก็บสปาร์คกลิ้งไวน์ทั้งที่หมักครั้งแรกและครั้งที่ 2 เหมือนกับที่บริษัทแม่ในแคว้นชองปาญ เดินทะลุออกมาก็จะเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ Chandon ทุกอย่างทั้งสปาร์คกลิ้ง ไวน์ขาว ไวน์แดง โรเซ และไวน์หวาน น้ำมันมะกอก ของที่ระลึก อุปกรณ์ต่าง ๆ หนังสือ และขนมนานาชนิด แต่ที่เป็นไฮไลท์ พลาดไม่ได้คือการเข้าไปนั่งจิบไวน์กับอาหารในห้องที่ติดกระจกใส นั่งดูไร่องุ่น ภูเขา และพระอาทิตย์ ห้องอาหาร Green Point Room

ตอนที่ไปนั้นผมได้ชิมสปาร์คกลิ้งของเขา 3 รุ่นเป็น Non Vintage (NV) หรือไม่มีวินเทจทั้งหมดคือ Chandon Brut Tirang / Chandon Brut และ Chandon Brut Rose โดยเฉพาะ 2 ตัวหลังนี้อร่อยมาก และมีขายในเมืองไทย

Chandon Brut ทำจาก Chardonnay และ Pinot Noir จาก 4 -5 ไร่ ซึ่งไวน์เมกเกอร์ใช้ฝีมือผสมผสานจนลงตัว เป็นไวน์สไตล์สดชื่อนและได้รสชาติเต็มน้ำเนื้อ สีเหลืองทองอ่อน ๆ มีกลิ่นหอมของเลมอน ผลไม้ประเภทส้ม แพร์ ตะไคร้ ยีสต์ ขนมปัง ปิ้ง ถั่วคั่ว สไปซีนิด ๆ และครีมมี แอซสิดยอดเยี่ยม จบด้วยสไปซี

Chandon Brut Rose ทำจาก Chardonnay และ Pinot Noir จาก 4 -5 ไร่เช่นกัน เป็นโรเซที่คอมเพล็กซ์ตัวหนึ่ง สีชมพูคล้าย ๆ เปลือกลูกพีชผสมกลีบกุหลาบ กลิ่นหอมกลีบกุหลาบ เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี ผลไม้ประเภทส้ม ยีสต์ พายแอปเปิ้ล ครีมมี วานิลลา แอซสิดยอดเยี่ยมดื่มแล้วสดชื่น จบด้วยคามหอมอบอวลของกุหลาบและผลไม้

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายรุ่นที่น่าสนใจ เช่น Chandon “Vintage Blanc de Blancs” 2008  เป็นบรุต (Brut) หรือดราย เช่นเดียวกัน คำว่า Blanc de Blancs หมายถึงสปาร์คกลิ้งที่ผลิตจากองุ่นเขียว 100 % ในที่นี่คือชาร์โดห์เนย์   แต่ถ้าเป็น Blanc de Noirs หมายถึงสปาร์คกลิ้งที่ผลิตจากองุ่นดำล้วนคือปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) และปิโนต์ มูนิเอร์ (Pinot Meunier) โดยอาจจะใช้องุ่นตัวใดตัวหนึ่ง หรือผสมผสานกันก็ได้

แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวดคือ ชองดอง เปรสตีจ คูเว 1996 (Chandon Prestige Cuvee 1996) คำว่า Prestige Cuvee เป็นรุ่นที่ผสมผสานจากน้ำไวน์รุ่นที่ดีที่สุดของผู้ผลิตแต่ละราย โดยอาจจะผสมจากมากกว่า 2 วินเทจขึ้นไปก็ได้ เจ้าแรกที่ผลิตคือ Moet & Chandon's Dom Perignon วินเทจ 1921 เปิดตัวในปี 1936 หลังจากนั้นก็มีผู้ผลิต เพรสทีจ คูเว่ ออกมาอย่างหลากหลาย

ท่านที่มีโอกาสของหา Chandon จากออสเตรเลียเหล่านี้ ชิมเทียบกับ Chandon ที่ผลิตในแคลิฟอร์เนียว่ารสชาติเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร ?