Get Adobe Flash player

จะไม่ยอมรับ Trump คือประธานาธิบดีของผม

Font Size:

ไม่มีใครจะคิดว่า Donald Trump จะได้รับเลือกให้มาเป็นประธานาธิบดีของยูเอสเอ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างมิสเตอร์ทรัมพ์นี้ คนอเมริกันมากกว่า 59 ล้านคนเห็นว่ามีความสามารถมากกว่ามิสคลินตัน ไม่มีใครมองเห็นเหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นได้ ยังคิดว่าเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น และยังไม่เชื่อว่ามันเป็นความจริง แม้กระทั่งขณะนี้ผ่านมาแล้วสองวัน หลังจากที่มีผลของการเลือกตั้งครั้งสำคัญของยูเอสเอ ยังนอนไม่ค่อยจะหลับ มีความกังวลเป็นห่วงหลายๆอย่างเกี่ยวกับอนาคตของประเทศยูเอสเอ ประชาชนที่อาศัยในยูเอสเอซึ่งจำนวนหนึ่งนั้นเป็น Minorities จากหลายประเทศทั่วโลกซึ่งทำมาหากินในประเทศนี้ มีครอบครัวมีการงานมีอาชีพหลากหลายและมีลูก-หลานเจริญเติบโตมีงานมีอาชีพเช่นเดียวกับผู้ปกครองที่เข้ามาอยู่ในประเทศนี้หลายสิบปีก่อนโน้น

ประเทศนี้เป็นประเทศที่เปิดให้คนจากประเทศอื่นทั่วโลกเข้ามาอาศัยทำงานทุกด้านทุกสาขา แล้วแต่ใครมีความสามารถทางด้านไหน เปิดโอกาสให้หมด มีมาร่วมร้อยปีแล้ว หรือมากกว่านั้นก็ว่าได้ ไม่มีการกีดกันใดๆทั้งสิ้น จะมีก็เป็นบางอาชีพซึ่งอาจจะมีเฉพาะคนของเขาทำกัน คนอเมริกันจริงๆนั้นจะมีบางกลุ่มที่กีดกันคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่เมืองนี้ หาว่ามาแย่งอาชีพหรือมาฉวยโอกาสจากรัฐบาลหลายๆอย่าง ซึ่งไม่น่าจะได้รับการช่วยเหลือ มีการต่อต้านกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนเหล่านั้นจะอยู่ทาง Mid West, South และ North East ของยูเอสเอ ชาวต่างชาติถ้าอาศัยอยู่ในแถบนั้นจะโดนกีดกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะพวกที่มีสีผิวแตกต่างจากเขาเหล่านั้น มีการกระทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ชนใดที่มาจากต่างประเทศเข้าไปอยู่ในถิ่นของเขา

แม้กระทั่งชาวอเมริกัน-อาฟริกัน ก็ยังโดนกีดกันอย่างหนัก จนมีการลอบฆ่าลอบทำร้ายสารพัดเพื่อให้ชนชาติเหล่านี้ที่มาจากต่างประเทศออกจากพื้นที่นั้นๆไ

ป หลังๆมานี้เหตุการณ์แบบนี้ก็ค่อยซาไปบ้างแต่ก็ยังมีอยู่และคงจะไม่หมดไปง่ายๆ จึงสร้างปัญหาให้กับผู้นำแต่ละสมัยที่ได้รับการเลือกเข้ามาบริหารประเทศ ผู้นำแต่ละคนก็สามารถที่จะปรองดองกันได้มาจนถึงทุกวันนี้ แต่มาปีนี้เป็นปีเลือกตั้งหาผู้นำคนใหม่ เพื่อจะมาบริหารประเทศต่อจากผู้นำคนเก่าใน 4 ปีข้างหน้า ผลปรากฏว่าคนที่จะเป็นผู้นำคนใหม่นี้จะไม่เหมือนผู้นำคนเก่าที่บริหารประเทศมาหลายร้อยปี ผู้นำคนนี้ไม่ต้องการจะบริหารประเทศแบบคนเก่าๆ มีนโยบายแตกต่างอย่างสิ้นเชิง คือจะเปลี่ยนแทบทุกอย่าง “ที่ผู้เขียนคิดว่าคงทำได้ยาก” แต่ผู้นำคนนั้นซึ่งได้รับเลือกเมื่อวันที่ 8 พ.ย.นี้ ต้องการจะทำอย่างที่เขาสัญญาไว้ ทำความพออกพอใจให้กับชนชาติอเมริกันที่ผมบ่งไว้ต้นๆเป็นอย่างมาก เมื่อถึงวันเลือกตั้งจึงทุมเทคะแนนให้อย่างที่คาดไม่ถึง และได้ชนะอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ถึงแม้ว่าคะแนนส่วนมากจะอยู่กับผู้แพ้ แต่คะแนนพิเศษนั้นที่นำมาตัดสิน มิสเตอร์ทรัมพ์ได้มากกว่า “เวรกรรมแท้ๆ”

ถ้าทุกอย่างที่ต้องเป็นไปตามผู้นำคนใหม่ คนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในยูเอสเอที่อยู่ในข่ายเข้ามาไม่ถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 11 ล้านคน คงจะเดือดร้อนกันหมด และที่ถูกกฎหมายแต่ได้สวัสดิการบางอย่างก็อาจจะหมดไป สิทธิมนุษยชนบางอย่างก็จะมีค่าน้อยมากกว่าพวกเขาหลายเปอร์เซ็นต์ จะมีส่วนดีบ้างก็คงจะเป็นภาษีรายได้และคนแก่และค่าแรงงานจะสูงขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่คำว่า Minority นี้คงจะไม่มีค่าสูงขึ้นเลย 4 ปีข้างหน้านี้เราชาวไทย Minority ก็จงเตรียมตัวกันไว้ หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน เราจะได้ไหวตัวทัน จะเป็นเบ๊เขาตลอดไปหรือจะเป็นนายก็เลือกเอา !! เรื่องที่จะนำญาติพี่น้องมาอยู่เมืองยูเอสเอ ก็ให้ชลอกันไว้ก่อนจนกว่าคนๆนี้จะหมดวาระไป แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่

ตั้งแต่เช้าของวันที่ 8 พ.ย.16 ไม่ยอมไปไหนเพราะต้องการติดตามข่าวการเลือกตั้ง โดยหลังจากไปหยอดคะแนนเสียงแล้วก็มาอยู่หน้าจอทีวี เช็คอยู่ตลอดเวลา ใจหายใจคว่ำ เพราะสิ่งที่คาดไว้มันไม่เป็นไปตามที่คิด มาปวดศรีษะมากขึ้นจนต้องปิดทีวีเมื่อรู้ผลว่าใครได้ ไม่ดูแม้กระทั่งทรัมพ์มารับผลการเลือกตั้ง ส่วนคลินตันนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะจะมีแต่ความผิดหวังให้เราได้ยิน หลับๆตื่นๆผวาทั้งคืน ถึงแม้ว่ามันเป็นความจริง แต่ยังนึกอยู่เสมอว่ามันเป็นความฝันอยู่

คะแนนรวม ฮิลลารีได้ 59,236,903 ทรัมพ์ได้ 59,085,787 คลินตันได้มากกว่า 151,116 เสียง Electorial College Votes นั้น ทรัมพ์ได้มากกว่า 270 เสียง คือคะแนนที่ต้องได้เพื่อตำแหน่งประธานาธิบดีของยูเอสเอ ผมคือหนึ่งในจำนวน 120 คนที่ไปใช้สิทธิ์การเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ยอมรับว่ามิสเตอร์ทรัมพ์คือ My President ตราบใดที่เขาอยู่ในตำแหน่ง จะ 4 ปีหรือ 8 ปีข้างหน้า ผมเคยปฏิบัติมาแล้วสมัย George W.Bush จะต้องปฏิบัติได้อย่างที่เคย

กีฬาทุกชนิดที่แข่งในสัปดาห์นี้ ก็แข่งไปตามปกติที่มี Schedule ไว้ Basketball,NCAAF,NFL,NHL,Tennis,Soccer และ Golf ความสนใจจะน้อยลงกว่าปกติเพราะมาให้ความสนใจเรื่องการบ้านการเมืองมากกว่า แม้แต่โฆษก-พิธีกร Sport Talk Show Host, TV Personel นักกีฬา ก็จะพูดถึงเรื่องการเลือกตั้ง ฉะนั้นแล้วของดวิจารณ์กีฬาสัปดาห์นี้ จนกว่าจะหายวิงเวียนศรีษะหรือปวดกะโหลก คุมสติได้แล้วก็มาว่ากันใหม่ มี Feed Back เกี่ยวกับคอลัมน์นี้ โพสต์ไปได้ที่ Sereechai Newspaper นะครับ ยินดีที่จะนำมาลงในคอลัมน์นี้ในโอกาสต่อไป สวัสดีครับ