Get Adobe Flash player

ราชายาเสพย์ติด’เอลชาโป’ ถูกส่งตัวมาจำคุกที่นิวยอร์ค

Font Size:

ราชายาเสพย์ติดเม็กซิกัน “เอล ชาโป” ถูกจับหลังแหกคุกหายตัวไปเป็นครั้งที่สอง ทางการเม็กซิโกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาขึ้นศาลที่นิวยอร์คแล้ว เขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ค้ายาเสพย์ติด สมรู้ร่วมคิดและฆาตกรรม   

จากข่าวที่ได้นำเสนอว่า นักค้ายาเสพย์ติดเม็กซิกันที่มีชื่อกระฉ่อนไปทั่วโลก ฮัวกิน กัซแมน รู้จักกันในชื่อ “เอล ชาโป” หลบหนีออกจากคุกทางตะวันตกของเมืองเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งได้ชื่อว่ามีระบบป้องกันอย่างแน่นหนาเป็นครั้งที่สอง โดยลอดออกไปทางอุโมงค์ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2015 สร้างความอับอายให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีเอนริเก้ พีนา นีโต้ เป็นอย่างมาก ตั้งรางวัลนำจับ 3.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับผู้ที่ให้เบาะแส

ฮัวกิ้น กัซแมน มีชื่อเล่นว่า “ช็อตตี้” เคยแหกคุกครั้งหนึ่งเมื่อปี 2001 โดยซ่อนตัวในรถขนผ้า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาติดตาม จนกระทั่งจับตัวได้ถึง 13 ปี ขณะนอนหลับอยู่ที่รีสอร์ทชายทะเลเม็กซิกัน เมื่อวันที่22 กุมภาพันธ์ 2014  

ข่าวล่าสุด “เอล ชาโป” ถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2016 ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม เจ้าหน้าที่ประเทศเม็กซิโกเตรียมดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมายังสหรัฐฯ แต่คงต้องใช้ระยะเวลานานตามกระบวนการของกฎหมาย การยื่นอุทธรณ์ กับวิธีหลบหลีกด้วยกลอุบายต่างๆ ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 6 เดือน มีบางคดีใช้เวลาถึง 6 ปี

อดีตอัยการเจซุส โมริลโย กล่าวว่า การส่งตัว “เอล ชาโป” ข้ามแดนนั้น เกิดขึ้นได้เพียงอย่างเดียว คือหลังจากที่รับโทษในเม็อกซิโกครบทุกข้อหาเป็นเวลา 300-400 ปี  

ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมา นับจากวันที่ “เอล ชาโป” แหกคุก เจ้าหน้าที่ทั้งสหรัฐฯ และเม็กซิโก ได้ทำงานร่วมกันอย่างตึงเครียดเพื่อจะนำตัวเข้าคุกให้ได้อีกครั้งเหตุการณ์ล้อมจับ “เอล ชาโป” หลังจากมีการยิงต่อสู้กับทหารนาวิกโยธินเม็กซิกัน ที่ลอส โมชิส เมืองชายทะเล ฝ่ายคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 5 คน จับได้ 6 คน นาวิกโยธินบาดเจ็บหนึ่งนาย 

เบาะแสครั้งนี้ทางการได้จาก ฌอน เพนน์ ดาราดังฮอลลีวูดที่นัดพบเอล ชาโป สัมภาษณ์ประวัติเพื่อนำไปสร้างภาพยนตร์  คำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพย์ติด เอล ชาโปตอบว่า หากไม่มีคนซื้อก็ไม่มีการขายและเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะวันหนึ่งถึงแม้ไม่มีเขาแล้ว ยาเสพย์ติดก็ไม่มีวันลดลง

เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปที่บ้านพักหลบภัยของ “เอล ชาโป” หลังให้สัมภาษณ์ฌอน 2-3 วัน แต่ครั้งนั้นพลาดโอกาสเขาสามารถหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด  อีกสองเดือนต่อมา เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม เจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเบาะแส ฝ่ายนาวิกโยธินจู่โจมเข้าไปที่บ้านพัก “เอล ชาโป” ที่ลอส โมชิส    ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก ซิตี้  ได้มีการยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด 2-3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ไล่ตามเอล ชาโป ซึ่งลื่นไหลหายเข้าไปในอุโมงค์แบบพิเศษเชื่อมกับท่อระบายน้ำของซิตี้ ทำเลียนแบบอุโมงค์ที่หลบหนีออกจากคุกเมื่อปีที่แล้ว เฮลิคอปเตอร์บินวนหลายชั่วโมง โดยรอบบริเวณนั้น เพื่อรอ “เอล ชาโป” ออกมาจากท่อระบายน้ำ

จนกระทั่งเวลาประมาณเก้าโมงเช้า เอล ชาโป ออกมาจากท่อขนาดใหญ่พร้อมกับ ไอแวน แกสติลัม ลูกน้องคนสนิท ห่างจากบ้านประมาณครึ่งกิโลเมตร โดยทิ้งอาวุธปืนที่เปื้อนโคลนไว้ในอุโมงค์ ทั้งสองจี้รถโฟล์กสวาเกน เจตต้า สีขาว จากนั้นขโมยรถฟอร์ด โฟกัสสีแดง แต่ก็ถูกจับกุมได้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่พยายามขับรถหนีออกจากตัวเมือง ทั้งสองถูกพาตัวไปไว้ที่โมเต็ล ก่อนที่นาวิกโยธินจะไปถึง

เจ้าหน้าที่อาวุโสในพรรคหนึ่งกล่าวว่า ตราบใดที่เอล ชาโป ยังอยู่ที่เม็กซิโก ไม่มีหลักประกันที่จะรับรองได้ว่าเขาอยู่ในคุกตลอดไป เพียงแต่ว่าคราวนี้จะนานแค่ไหนเท่านั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2017 ทางประเทศเม็กซิโกได้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน “เอล ชาโป” มาคุมขังที่คุกเมโทรโปลิแตนท์ คอเรคชั่นแนล เซ็นเตอร์ (กวนตามาโน นิวยอร์ค) ซึ่งเป็นที่คุมขังเดี่ยวสำหรับนักโทษค้ายาเสพย์ติด คดีก่อการร้ายและพวกมาเฟีย ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เอล ชาโป ไม่ได้รับอนุญาตให้โทรศัพท์แม้แต่ครั้งเดียว ภายใต้มาตรการพิเศษ เขามีโอกาสได้เห็นแสงสว่างจากภายนอกก็ต่อเมื่อเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ไปยังห้องออกกำลังกายเท่านั้น

เอล ชาโป ขึ้นศาลที่นิวยอร์คเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มีนาคม เขาปฏิเสธทุกข้อหา ไม่ว่าข้อหาค้ายาเสพย์ติด สมรู้ร่วมคิดหรือคดีฆาตกรรม

ทนายความของ เอล ชาโป กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เขามีสุขภาพไม่ดีนัก มีอาการเบื่อหน่าย ซึมเศร้า ร่างกายสั่นสะท้านเพราะเสื้อผ้าอุ่นไม่พอ หายใจไม่ออก เจ็บคอและปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังมีอาการประสาทหลอนอีกด้วย

ทางด้านอัยการให้ความเห็นว่า ระบบคุมเข้มแบบนี้จำเป็นมากสำหรับเอล ชาโป ผู้มีประวัติโดดเด่นถึงความกล้าหาญในการแหกคุกจนเป็นที่เลื่องลือ. 

(วัลลภา ดิเรกวัฒนะ แปลและเรียบเรียง)

.......................................................