Get Adobe Flash player

แนะนำซิติเซ่นให้ใช้สิทธิ เมื่อถูก‘อิมมิเกรชั่น’ตรวจ

Font Size:

ทนายความแนะนำ แม้เจ้าหน้าที่ไอซ์ไม่มีสิทธิคุมขังยูเอสซิติเซ่น แต่ก็ต้องใช้เอกสารแสดงสถานภาพทันที มิฉะนั้นถูกควบคุมตัวจนกว่าจะมีหลักฐานพิสูจน์ตัวตน

รายงานข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแจ้งว่า นายจอห์น เลสแช็ค ทนายความเมืองฟรีโฮลด์ รัฐนิวเจอร์ซี่ ได้แนะนำสิทธิสำหรับยูเอสซิติเซ่นเมื่อถูกตั้งคำถามจากเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นถึงสถานภาพที่ถูกกฎหมาย           

สืบเนื่องจากได้มี เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สนามบิน ภายในระยะเวลา 2 เดือนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ไอซ์ (Immigration and Customs Enforcement) ได้ควบคุมตัวนักกีฬาเหรียญทองแดงโอลิมปิค รัฐนิวเจอร์ซี่ อดีตอธิบดีกรมตำรวจรัฐนอร์ธ แคโรไลน่า และมูฮัมหมัดอาลี จูเนียร์ บุตรชายของยอดนักมวยในตำนาน “มูฮัมหมัด อาลี” ให้แสดงสถานภาพยูเอสซิติเซ่น ซึ่งต่อมาได้หลักฐานยืนยันว่าทั้ง 3 คนเป็นซิติเซ่น 

เหตุการณ์เช่นเดียวกันเกิดกับหญิงละติน่ากลุ่มหนึ่ง เข้าไปรับประทานอาหารในภัตตาคารที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกพนักงานเสิร์ฟถามถึงเอกสารแสดงตัวตน ปรากฏว่าทุกคนเป็นซิติเซ่น และอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดที่สนามบินภายในประเทศ จากซานฟรานซิสโกไปยังนิวยอร์ค ซิตี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ป้องกันการลักลอบคนเข้าเมืองขอดูเอกสารก่อนที่จะให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง

เนื่องจากมียูเอสซิติเซ่นจำนวนมากที่มีใบหน้าบ่งถึงเชื้อชาติเดิม ทำให้อิมมิเกรชั่นสงสัยและขอดูเอกสาร ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประสบเหตุการณ์นี้จำนวนมาก ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะในอดีตเมื่อหลายปีก่อนยูเอสซิติเซ่นถูกคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจำนวนมาก

ระหว่างปี 2007 ถึง 2015 มียูเอสซิติเซ่นมากกว่า 1,500 คน ถูกคุมขังในคุกท้องถิ่นและศูนย์กักกันของอิมมิเกรชั่น ในปี 2016 เนชั่นแนล พลับบลิค เรดิโอ ได้วิเคราะห์ถึงการกักตัวบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ไอซ์ถูกห้ามไม่ให้คุมขังยูเอสซิติเซ่น

โฆษกของสำนักงานไอซ์ กล่าวว่าทางสำนักงานได้พิสูจน์บุคคลที่อ้างว่าเป็นซิติเซ่นจำนวน 1,101 คน ตลอดปี 2016 ปรากฏว่ามี 169 คนที่ถูกปล่อยตัว

โปรเฟสเซอร์ โจแอน ก็อตสแมน แห่ง Rutgers University Law School กล่าวว่า “ถ้าคุณเป็นซิติเซ่น ไอซ์ไม่มีเหตุผลที่จะคุมขังคุณโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้พกพาใบที่แสดงว่าเป็นซิติเซ่น และไม่ได้พกพาสปอร์ตไปไหนมาไหนด้วยเช่นกัน แต่ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นซิติเซ่นในเวลานั้น ก็ต้องถูกคุมขัง ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่ไม่พกพาสปอร์ต สูติบัตรหรือเอกสารอื่นๆ ติดตัว”

ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวลอสแอนเจลิส ถูกคุมขังอยู่หลายเดือนหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนรายงานผิดว่าเกิดที่เม็กซิโก

ที่รัฐโคโลราโด ชายคนหนึ่งฟ้องร้องที่เจ้าหน้าที่ไอซ์คุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากเจ้าหน้าที่พูดว่า ดูไม่เหมือนว่าเขาเกิดที่สหรัฐฯ ทางเจ้าหน้าที่ไอซ์อ้างว่า ในเมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันในขณะนั้นทันที

ที่รัฐนิวยอร์ค ยูเอสซิติเซ่นเกิดที่สหรัฐฯ แต่ มีรายชื่ออยู่ในข่ายต้องถูกเนรเทศหลังจากถูกพิพากษาจำคุกคดียาเสพย์ติด เขากล่าวว่าเจ้าหน้าที่ไอซ์ไม่สืบหาข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นซิติเซ่นหรือไม่ พิจารณาแต่ว่าพ่อแม่ของเขาเกิดที่จาไมก้า 

ที่รัฐเท็กซัส ชายคนหนึ่งออกจากคุกข้อหาเมาแล้วขับ ไอซ์เข้าไปสอบถาม เขาบอกว่าเกิดที่เม็กซิโก แต่ปัจจุบันเป็นยูเอสซิติเซ่น ไอซ์คุมตัวเขาไว้ก่อนที่จะหาหลักฐานมาพิสูจน์

ทนายความและผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน แนะนำผู้ที่ไม่ได้เป็นซิติเซ่น แต่อยู่ในสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย พกพาเอกสารไปด้วยและนำออกมาแสดงทันทีเมื่อถูกไอซ์ซักถาม ถ้าอยู่อย่างไม่ถูกกฎหมาย อย่าได้นำเอกสารที่ไม่ใช่ของจริง จะเกิดปัญหาในภายหลัง

การพิสูจน์การเป็นยูเอสซิติเซ่นรายบุคคลที่เกิดต่างประเทศ ถือว่าซับซ้อนมาก  ขึ้นอยู่กับรายงานการเกิด ประวัติทางอิมมิเกรชั่น ประวัติสถานที่อยู่อาศัย สถานภาพแต่งงานของพ่อแม่ มีเพียงผู้พิพากษาอิมมิเกรชั่นเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ไอซ์ ที่สามารถตัดสินการเป็นซิติเซ่นได้ในหลายคดีมีคนจำนวนมากถูกเนรเทศและอ้างสิทธิของซิติเซ่นได้ก็เมื่อกลับมาสหรัฐฯ แล้วเท่านั้น  

ปัจจุบัน มีหน่วยงาน ที่บริการล่ามทุกภาษา 24 ชั่วโมง ช่วยบุคคลที่เชื่อว่าถูกคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงบุคคลที่เป็นซิติเซ่นด้วย 

ที่ชุมชนเมืองฟรีโฮลด์ มีประชากร 12,000 คน ห่างไปทางตันตกเฉียงใต้ของนิวยอร์ค ซิตี้ 35 ไมล์ มีบุคคลที่เกิดในต่างประเทศ เกือบ 3 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด คนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายไม่ปรากฏตัวในสังคม เกรงว่าจะถูกเนรเทศ พวกลูกๆ ที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ก็ไม่ขอใช้สิทธิเพราะความหวาดกลัว

อเมริกัน ซีวิล ลิเบอร์ตี้ ยูเนียน ให้คำแนะนำสำหรับทุกคน เป็นซิติเซ่นหรือไม่ใช่ก็ตาม ถ้าถูกเรียกตรวจและสอบถาม

ถ้าหากเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นไม่มีใบอนุญาตให้ตรวจค้น ก็จับกุมไม่ได้,  ให้นิ่งเงียบเข้าไว้ ยกเว้นจะขอพบทนายความ ไม่เหมือนกับซิติเซ่น ขอรายชื่อสำนักงานที่บริการทางด้านกฎหมาย, อย่ายอมเซ็นรับในเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นต้องขึ้นศาลคดีเนรเทศ, อย่ายื่นหลักฐานปลอมหรือโกหกว่าเป็นซิติเซ่น

เนื่องจากในขณะนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดักจับตามถนนหนทาง แต่บุกเข้าไปในที่พักและที่ทำงาน ทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่เปิดบริการดึกดื่น  ต่างก็เงียบเหงาไปตามๆ กัน

พ่อแม่บางคนที่ลูกเกิดในสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าลูกเป็นซิติเซ่น ก็ต้องเตรียมตัวเพราะเกิดความกลัวในกรณีที่ครอบครัว จะต้องกลับไปยังประเทศบ้านเกิดของพ่อแม่ และวิตกกังวลว่า เมื่อกลับไปแล้ว ลูกๆ ก็จะประสบปัญหาหนักถ้าไม่ได้ถือสองสัญชาติ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้คำมั่นที่จะจ้างเจ้าหน้าที่ไอซ์เพิ่มอีก 10,000 คน ผ่านการ ฝึกอบรม 16 อาทิตย์ รวมทั้งเรียนภาษาสเปนิส 5 อาทิตย์ 

ทนายความจอห์นบอกกับลูกความให้เก็บหลักฐาน เอกสารทุกชนิดในระยะเวลา 2 ปี อย่างเช่นสัญญาเช่าที่พักอาศัย เพราะคำสั่งประธานาธิบดีมุ่งเป้าหมายการเนรเทศไปที่บุคคลที่เพิ่งเข้ามาในประเทศผู้ก่อคดีอาญา และคนที่เพิ่งข้ามเขตแดนเข้ามาสดๆ ร้อนๆ  พวกเมาแล้วขับ ทำผิดกฎจราจร มากกว่าผู้หญิงที่เลี้ยงลูกคนเดียวและไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

“ปัจจุบันเราได้เห็นการจับกุมประชาชนและนำตัวไปคุมขัง ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยปรากฏ ความเป็นจริงก็คือ ทุกคนมีสิทธิถูกเนรเทศด้วยกันทั้งนั้น  หมายความในกรณีนี้ว่าไม่มีใครคนใดคนหนึ่งได้รับสิทธิพิเศษ” ทนายจอห์นกล่าว.

(วัลลภา ดิเรกวัฒนะ แปลและเรียบเรียง)

..................................................