Get Adobe Flash player

คือ... สถาพร คล่องวิทยา คือ ยืนยง ชำนาญวิทย์ อดีตประธานชมรมสื่อไทยคนแรกแห่งสหรัฐฯ โดย..... ศุภชัย ตรีบำรุง

Font Size:

สถาพร คล่องวิทยา  คือนามจริงของอดีตบัณฑิตจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาคือเจ้าของนามปากกา  ยืนยง ชำนาญวิทย์  โดยที่ทั้งชื่อจริงและนามปากกา แปลความหมายได้ตรงกัน

สถาพร คล่องวิทยา  เป็นกัลญาณมิตรคนหนึ่งของผู้เขียน โดยที่เคยร่วมงานกันในฐานะช่วยกันผลักดันกับเพื่อนๆ อีกกว่า 10 คน รวมทั้ง คุณสมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ บก. เสรีชัยคนปัจจุบันด้วย ในการจุดประกายและรวมกันก่อตั้งชมรมสื่อมวลชนไทยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลาต่อมาก็คือ “สมาคมสื่อมวลชนไทยในสหรัฐ”  นั่นเอง

อีกสถานะหนึ่งของสถาพร กับผู้เขียน ก็คือ เราได้ร่วมงานกันในการสร้างหนังสือพิมพ์สยามมีเดีย  ยุคที่ คุณธานิน อิงอุดมนุกูล  ทนายความไทย ซื้อกิจการมาจาก คุณวงค์ชัย ลีลลัคนากุล  นายหน้าขายประกันภัย  ผู้เขียนได้มาร่วมงานในลำดับต่อมา เมื่อสยามมีเดีย จากเล่มเล็กเป็นขนาดมาตรฐาน (BROAD SHEET) ไม่ใช่มาตรฐานแค่ขนาดของหนังสือพิมพ์  แต่มาตรฐานด้วยคุณค่า-ฝีมืออันฉมังในงานเขียน-งานข่าว บทความอย่างแน่นหนา ที่คนทั่วไปเรียก ผลงานพิกัดขนาดนี้ว่า “ระดับมืออาชีพ”

ทำไมจะเรียก คำว่า “มืออาชีพ”  ไม่ได้   ก็เมื่อทีมงานบรรณาธิการในช่วงหนึ่งนั้น มีคุณสมเจตน์  พยัคฆฤทธิ์ ผู้สุขุมนุ่มลึก ทั้งงานเขียนและความคิด ผ่านงานหนังสือพิมพ์มามากมาย มี “น้อย”  ขนิษฐา อังกาบศรี  อักษรศาสตร์บัณฑิตจากรั้วจามจุรี ผู้เป็นสุดยอดของนักข่าวมือต้นๆ ของมติชน ในยุคก่อตั้ง ในปี 2521  เธอผ่านงานข่าวของเมืองไทยมาแล้วอย่างโชกโชน  ขนิษฐา มาช่วยงานข่าวต่างประเทศ และเขียนบทความมีคนติดกันงอมแงม ทั้ง “เวทีชีวิต”  และบทความการเมือง (อิศรา ประโคนชัย) ยังมีอาจารย์ “โย”  เรืออากาศเอก โยธิน ลิมปสุวัณ  สถาปัตยกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มาทำหน้าที่ หัวหน้าบรรณาธิกรณ์ (CHIEF SUB EDITOR)   และเขียนการ์ตูนลีดที่หน้าสาม นามปากกา “ย. ยักษ์”  เป็นการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์ของสยามมีเดีย แล้วยังมี สุวิทย์  มณีนพรัตน์  บัณฑิตจากวารสารศาสตร์ท่าพระจันทร์  มาร่วมทีมแข็งขัน  เดิม สุวิทย์  เป็นหัวหน้าแผนกบรรณาธิกรณ์ข่าว มือหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายวันในขณะนั้น คือ มติชนรายวัน  สุวิทย์ ผ่านงานมาพร้อมๆ  กับเพื่อนๆ  ร่วมค่ายอย่างประสงค์  เลิศรัตนวิสุทธิ  ปัจจุบัน คือ ผ.อ.สำนักข่าวอิศรา,  กับ น้อย ขนิษฐา กับ เลิศชาย คชยุทธ (บุญเลิศ ช้างใหญ่) กับ สมหมาย ปาริจฉัตร กับเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์  กับ ไพสันติ์ พรหมน้อย กับ รุ่งมณี เมฆโสภณ กับ นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ เป็นต้น ปัจจุบันผู้คนเหล่านี้ล้วนเป็นตำนานของวงการสื่อไทยไปถ้วนหน้า สุวิทย์วางความเป็นอาจารย์พิเศษของคณะวารสารฯ ไว้ที่ท่าพระจันทร์ แล้วมาเผชิญโชคที่เมืองนางฟ้า

แล้วก็ สถาพร คล่องวิทยา คนนี้แหละที่ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการของสยามมีเดีย โดยคุณสมเจตน์ รับภาระเป็นบรรณาธิการบริหาร ที่เหนื่อยกว่าใคร สถาพรลาออกจากการทำวารสารของโทรทัศน์ ช่อง 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานประชาสัมพันธ์ในยุคนั้น  ที่ช่อง 3 เพิ่งแรกเกิด ยุคก่อร่างสร้างสาน ไม่ได้โด่งดังเหมือนยุคนี้ สถาพร ร่วมงานกับบริสุทธิ์ ประสมทรัพย์ หัวหน้างานโดยตรง  แต่กลิ่นอายของแอล.เอ.  ในยุคนั้นหอมหวนชวนให้มาใช้ชีวิต คนวัยหนุ่มฉกรรจ์อย่างเขาจึงมุ่งมั่นมาผจญภัย แล้วก็จับงานหนังสือพิมพ์ที่เขาถนัด

ส่วนผู้เขียนได้รับคำเชิญชวนจากคุณสมเจตน์ ให้เข้าไปช่วยดูแลเรื่องงานข่าวทั้งหมดของสยามมีเดีย  พร้อมกับตั้งชื่อคอลัมน์ให้เขียนประจำตามแนวถนัด  คุณสมเจตน์ตั้งชื่อคอลัมน์นี้ว่า “สลับฉาก”  เปรียบเหมือน การแสดงสลับฉากหน้าม่านของการแสดงละครเวที  และในช่วงท้ายก่อนที่พวกเราจะก้าวพ้นจากสยามมีเดีย  เราได้รับ “พล”  หรือ ภาณุพล รักแต่งาม ที่คุณเหน่ง กีรติ ชนา  เพื่อนรักของเราอีกคนหนึ่ง  ที่เป็นเจ้าของนวนิยาย ชื่อ ทางสายที่สาม  เหน่งพาพลมาร่วมงานกับเรา ด้วยความสามารถพิเศษ คือเขาพิมพ์ดีดได้เร็วมาก ทำให้งานปิดเล่มเร็วขึ้น แม้จะยังคงใช้ระบบตัดแปะลงบนดัมมี่  เช่นยุคก่อนก็ตาม ปัจจุบันภาณุพล เป็นบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์สยามทาวน์ 

สีสันเหล่านี้ ยังมี ดร.กมล  สมวิเชียร อดีต ส.ส. กทม. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาเขียน  “บ้านริมคลอง”  เพิ่มเสน่ห์ให้กับสยามมีเดียเข้าไปอีกพะเรอเกวียน  ผสมผสานกับข่าวท้องถิ่นที่ฉับไว  เขียนข่าวได้กระชับแน่น ตรงประเด็น  โดยเฉพาะข่าวความทุกข์ร้อนของเพื่อนชาวไทย เรื่องคนเล็กคนน้อยในสังคม  ทำให้สยามมีเดียในยุคสถาพร - สมเจตน์ คือเวทีของชาวบ้าน  แน่ละงานในลักษณะนี้ สถาพร คล่องวิทยา ก็ต้องลงไม้ลงมือมาช่วยเขียนข่าว  เขียนบทความประจำ และที่สถาพร รักและทุ่มเทเป็นพิเศษ ก็คือคอลัมน์ “แกว่งปาก (กา) หาเสี้ยน”  โดย ยืนยง ชำนาญวิทย์   สถาพรจะวิจิตรบรรจงในคอลัมน์นี้มาก  เรียกว่าผจงเขียนอย่างคร่ำเคร่ง จนบางครั้งปิดเล่มทั้งหมดเสร็จแล้ว แต่ยังส่งโรงพิมพ์ไม่ได้เพราะรอ ยืนยง ชำนาญวิทย์  ที่ยังเขียนไม่แล้วเสร็จ  ก็เคยมี (ฮา)

แม้สถาพรจะทำงานอย่างช้าๆ  แต่ทุกผลงานเขียนของเขาล้วนมีคุณภาพ มีเหตุมีผลครบถ้วนตามคุณสมบัติของบทความที่ดีเสมอ  ข้อนี้เพื่อนๆ ย่อมรู้กันดี   และอีกคนที่คนเก่าๆ  ของแอล.เอ. คงจำกันได้ไม่ลืม ในสำนวนคมๆ  หนักๆ แต่ผสมหลักการและวิชาการในงานเขียนเสมอ นั่นคือ คุณธานิน อิงอุดมนุกูล  เจ้าของสยามมีเดียในยุคนั้น  แต่ไม่เท่านั้น คือ พี่โอภาส เครือโสภณ  นักเขียนอาวุโสของแอล.เอ. ผู้ล่วงลับไปแล้ว  เจ้าของบทความ “10 นาทีกับจุลภาส”  สำนวนชาวใต้จาก อำเภอหัวไทร คนเมืองคอน แท้ๆ ชัดๆ  หรืออ่าน จระเข้ฟาดหาง สำนวน กมล กมลตระกูล  อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ที่บางครั้งก็ถูกหางจระเข้ตัวอื่นๆ ฟาดเข้าให้บ้างก็มี  “กมล”  เป็นนักกิจกรรมระดับประเทศ ผลงานมากมายในด้านพลังงานและสิทธิมนุษยชน จัดเป็น NGO. รุ่นแรกๆ  ของประเทศ บทความของเขาให้ความรู้กับประชาชนอย่างแท้จริง นำไปตีพิมพ์รวมเล่ม จนได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ  จนถึงขนาดกว้านซื้อไป(ทิ้ง) ก็มี  กมล กมลตระกูล  เป็นเพื่อนที่ดีของสยามมีเดีย อย่างตลอดกาล และเป็นต้นแบบอันสำคัญของนักกิจกรรมหญิงชื่อดัง ระดับวุฒิสมาชิก “รสนา โตสิตระกูล”  ที่กมล มีผลต่อแนวทางความคิดของเธอ โดยที่ทั้งสองคนอยู่ในแวดวงลูกศิษย์ของปราชญ์สยาม ส.ศิวรักษ์ นั่นเอง

คนที่ร่วมงานกับสถาพร อีกคนคือ “โจ้ จ๊ะจ๋า”  นักกีฬาฮาเฮ  นามจริง วิโรจน์  ทิพรส  (ไม่ได้เป็นเครือญาติกับบริษัทผลิตน้ำปลาทิพรสแต่ประการใด)  หน้ากีฬาของสยามมีเดีย ได้ โจ้ ปีกซ้ายของทีมฟุตบอลชาติไทย  และเซ็นเตอร์ฮาร์ฟ ทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงฟาดแข้งในฟุตบอลประเพณี กับทีมจามจุรี ที่วิโรจน์ ลงดวลฝีเท้าอยู่หลายปี ในระหว่างที่เรียนอยู่คณะวารสารศาสตร์ แค่นี้ก็เหลือพอสำหรับคุณภาพของความเป็นสยามมีเดีย ที่ใต้ชายคานั้นมีสถาพร คล่องวิทยา เป็นบรรณาธิการอยู่  แต่คงลืมไม่ได้ ถ้ามิได้กล่าวถึง น้องสาวอีกคนหนึ่งของกองบรรณาธิการ เธอคือ “เตย ต้องลม”  หรือ “น้องเจี๊ยบ”  กฤติยา (งามสง่า) รักแต่งาม  คนนี้เธอคอยดูแลพวกพี่ๆ  และชาวสยามมีเดียทุกคน ในฐานะแม่บ้านหรือผู้จัดการที่รวมแผนกโฆษณาไว้ด้วยกัน  เธอไม่เคยขาดตกบกพร่อง พวกเราถือว่าเธอเป็นแม่เหย้าแม่เรือนของคณะรับผิดชอบ ตั้งแต่อาหารการกินในคืนวันปิดเล่ม ไปจนจรดคอยวางเช็คค่าแรงให้พวกเราไว้ไปจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเมนท์และเติมแก๊สใส่รถเก่าๆ  บุโรทั่งของพวกเราทุกคน

อะไรคือเหตุจูงใจที่ทำให้สถาพร  ต้องมารับภาระเป็นประธานชมรมสื่อมวลชนไทย ในปี 1985 รับภาระอยู่ถึง 2 สมัย ผู้เขียนอยากเขียนเล่าเอาไว้ เผื่อว่ามันอาจเป็นตำนานเล็กๆ  ของสื่อมวลชนไทยในแอล.เอ.  และขอถือโอกาสนี้คารวะต่อสถาพร คล่องวิทยา ในความทุ่มเท เสียสละทั้งเวลา มันสมอง เพื่อให้สื่อมวลชนไทยในอเมริกายุคหนึ่ง  มีศักยภาพพอเพียงที่จะเรียกขานตนเองว่า เป็นสื่อมวลชน คนทำงานสื่ออย่างแท้จริง  มากกว่าแค่หิ้วกล้อง คว้า IPHONE ไปทำข่าวอย่างเก้งก้างพิกลพิการ  ให้ใครๆ  เขาสมเพทเวทนาทั้งต่อหน้าและลับหลังได้

บรรยากาศของชุมชนไทยในลอส แองเจลีส  ระหว่างปี 1980-1990  คึกคักเคลื่อนไหว  เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เปี่ยมไปด้วยความงดงามของความหวังแห่งการมีชีวิตใหม่ในต่างแดน  วัดไทยแอล.เอ. วางรากฐานได้ถ้วนครบสมบูรณ์สง่างามแล้ว  ชุมชนไทยเริ่มหนาตาขึ้น มีสมาคม - ชมรม ผุดเกิดขึ้นตามลำดับ  มีสำนักสื่อมวลชนไทยหลายฉบับ  บางสื่อกระเตอะกระแตะ แต่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นสื่อมืออาชีพ  ซึ่งก่อนหน้านั้น มีหนังสือพิมพ์ไทยโพ้นทะเล, นสพ. อิสรภาพ, มติชนรายวัน, นสพ.เสรีภาพ เป็นต้น

ไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์  เปิดศักราชใหม่ด้วย นสพ.เสรีชน ที่พิมพ์สัปดาห์ละ 3 ฉบับ  คุณภาพมาตรฐานหนังสือพิมพ์ที่เมืองไทย  ส่วน ชัชวาลย์  ศรีพานิช  “สิงห์แดง”  อีกคนเปิดประชามติ ประชัน พร้อมกับมี เอเชียนรีดเดอร์, ฟ้าเมืองนอก,ไทยรีดเดอร์, ตะวันแมกกาซีน,  ทีวีพาเหรด เล่มเล็กสีแดง เพิ่มเติมตามมาทีหลัง  มีไทยแอล.เอ. ,  ข่าวสด ยูเอสเอ, สยามปริทัศน์,  มวลชน, แอล.เอ.สตาร์ , เฉียบ, ธุรกิจบันเทิง, ไทยทาวน์ข่าวบันเทิง, เอเชียนแปซิฟิค

ในยุคนั้น คนที่ทำงานสื่อมวลชน  ส่งกระแสห่วงใยต่อกันในฐานะเพื่อนรักร่วมอาชีพ ที่ทำงานหนักมาก ถึงมากที่สุดในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีคอมพิวเตอร์ - อินเตอร์เน็ต  ไม่มีระบบการพิมพ์  การส่งต้นฉบับ อันทันสมัย ทุกขั้นตอน คือความยากลำบาก แสนทารุณ  กินทั้งแรง กินทั้งเวลาทำงาน แต่ค่าตอบแทนน้อยมาก  ไม่มีแม้กระทั่งสวัสดิการใดๆ  เจ็บไข้ ตายไป ก็ช่วยๆ กันดูแล บางคนค่าแรงไม่พอค่าเช่าบ้านด้วยซ้ำไป

คนในวงการสื่อมวลชนไทยในอเมริกาจึงต้องออกไปทำงานด้านอื่นๆ  เป็นงานหลัก และเจียดเวลามาทำงานหนังสือพิมพ์ก่อนวันปิดเล่มเล็กน้อย  เพื่อตอบสนองความต้องการรู้ข่าวสารบ้านเมือง และข่าวสำคัญๆ ในถิ่นที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิต

คนสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งจึงรวมตัวกันขึ้น ครั้งแรกที่ห้องอาหารทับทิมสยาม บนถนนเวอร์จิน ลอส แองเจลีส ในปี  1985 รวมตัวกันเพื่อตั้งชมรมสื่อมวลชนไทยแห่งสหรัฐ กลุ่มคนดังกล่าว คือ สถาพร คล่องวิทยา จากหนังสือพิมพ์ประชามติ, สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์  จากหนังสือพิมพ์สยามมีเดีย (เล่มเล็ก), คุณสันทนี (วายุโชติ) สุขถาวร, คุณไมตรี กิตรี๊,  คุณดาวรุ่ง (ตรีบำรุง)  ลาโฮรี, คุณสุรพล สุขถาวร และผู้เขียน ทั้ง 5 คน สังกัดเสรีชน (ซึ่งต่อมาคือเสรีชัย) , คุณโอภาส จิระ จากนสพ. มวลชน, คุณวงศ์ชัย  ลีลลัคนากุล หลังจากการขายสยามมีเดียไปแล้ว  คุณวงศ์ชัย  ยังคงเขียนข่าวสังคมให้กับสื่อบางฉบับอยู่   นอกจากนั้นก็มี คุณวิวิทย์ - คุณสดใส กิจเพชรมณี  ซึ่งทำหน้าที่ประจำกองบรรณาธิการ ส่วน น้อย ขนิษฐา อังกาบศรี เพิ่งเดินออกจากเสรีชนไปหมาดๆ  เป็นนักเขียนอิสระก่อนโดดไปช่วยงานสยามมีเดียอย่างเต็มตัว ส่วนอีกคน คือ คุณวิจารณ์ จันทนเวส ขณะนั้นเป็นคอลัมนิสต์ให้กับไทยแอล.เอ.ในยุคแรกเลย และคนสำคัญอีกคน คือ สุวิทย์ มณีนพรัตน์ จากค่ายสยามมีเดีย

การปรับทุกข์ปรับร้อนในวันนั้น  ย่อมหมายถึง การกำหนดแนวทางวิธีการที่จะทำชมรมนี้ให้มีคุณค่ากับทุกๆ คน และเพื่อที่จะกำกับทิศทางการดำเนินงานอย่างมีกฎเกณฑ์ จึงต้องมีหัวหน้าหรือประธานชมรม  เพื่อนๆ ที่ไปประชุมในวันนั้น ไม่มีใครสักคนอยากเป็นประธานชมรมฯ  มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วก็จะไปจบลงที่สถาพร คล่องวิทยา เป็นการขอร้องกึ่งบังคับ ซึ่งสถาพรก็ได้แสดงความเสียสละ และทำงานนี้ให้ชมรมถึง 2 ปี โดยในปีแรกผู้เขียนรับหน้าที่เป็นเลขาธิการ มีมติให้ผู้เขียนต้องไปยกร่างกฎระเบียบ หรือธรรมนูญของชมรมฯ มาให้คณะกรรมการพิจารณา ดังนั้นการปรึกษาหารือระหว่างสถาพรกับผู้เขียนจึงใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยมีเพื่อนๆ และพี่ๆ ในวงการสื่อช่วยกันให้ความคิดความเห็น จนธรรมนูญของชมรมได้ประกาศใช้ และต่อมาผู้เขียนได้แก้ไขอีกครั้ง ภายหลังจากที่ได้เริ่มจดทะเบียนเป็นสมาคมฯ แล้ว  ทั้งหมดก็ด้วยแรงผลักดันของสถาพรส่วนหนึ่ง และอีกส่วนจากบรรดาสมาชิกของชมรมสื่อฯ  ซึ่งต่อมาจากทะเบียนปรากฏว่ามีสมาชิกมากถึง 200 กว่าคน คือรวมทั้งสมาชิกที่ทำงานเป็นนักข่าว นักเขียน จรดไปถึงคนเรียงพิมพ์ ช่างภาพ คนส่งหนังสือพิมพ์ คนเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ และรวมถึงคนทำงานสื่อวิทยุ และโทรทัศน์ อีกด้วย

ผลพวงของแนวความคิดที่มีสถาพรร่วมก่อร่างสร้างสานตรงนั้น ทำให้เกิดการกระเพื่อมครั้งสำคัญ ของการช่วยเหลือเกื้อกูลต่อบรรดาสมาชิกที่ตั้งครรภ์ สมาชิกที่เจ็บไข้ได้ป่วยเข้าโรงพยาบาล หรือประสบอุบัติเหตุเภทภัยต่างๆ  เช่น กรณี นสพ.เสรีชน ถูกไฟไหม้ตึกที่ทำการ เมื่อสมาชิกต้องหยุดงานขาดรายได้ไป ก็ได้สวัสดิการช่วยเหลือจากทางชมรมฯ  จนเราคิดกันว่า ต่อไปนี้เราจะทำระบบอินชัวรันส์สุขภาพแบบกรุ๊ฟ เพื่อช่วยเหลือให้สมาชิกทุกคนมีการประกันสุขภาพ โดยที่สถาพรและกลุ่มเพื่อนๆ กรรมการเตรียมหาทุนครั้งแรกเพื่อนำเงินมาสมทบเป็นกองทุนช่วยเหลือ การจัดงานครั้งแรกที่ห้องอาหาร “ไทยพาเลส”  ของคุณชาญชัย ศรีนวกุล ที่เมืองมอนโรเวีย ในเดือนธันวาคม 1985  ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างล้นหลามจากบรรดาชาวไทย - พ่อค้า นักธุรกิจ ทุกวงการ ในงานมี คุณลินดา ค้าธัญเจริญ และ คุณชนาภา นุตาคม สองดาราสาวสวยในยุคนั้น มาร้องเพลงและพบปะกับแขกเหรื่อ จนงานได้เงินนับหมื่นเหรียญ เอาไปสมทบใช้ทำกิจกรรมของชมรมฯ  นี่ก็ผลงานของสถาพร คล่องวิทยา ที่หลายคนอาจลืมๆ ไปแล้ว

สถาพรจากพวกเราไปในวันที่ 5 เมษายน 2560 ด้วยวัย 66 ปี  ผลงานที่ชาวสื่อมวลชนประทับใจในตัวของเขาก็คือ สถาพรเป็นสื่อมวลชนแท้ ที่ไม่ต้องมีป้ายประกาศเกียรติคุณสวมคอไว้ เขาไม่เคยประกาศตัวตน ความเป็นยืนยง ชำนาญวิทย์ แต่ผลงานของยืนยง ชำนาญวิทย์ ได้บอกตัวตนกับคนอ่านด้วยภาษาเรียบง่าย เข้าถึงเป้าหมาย และเป็นข้อเขียนต่อสู้กับความเลวร้าย รังเกียจเผด็จการ และบริสุทธิ์ อย่างไม่โอ้อวดตนเองให้ใครรู้ว่า ยืนยง ชำนาญวิทย์ คือผู้ใด งานรณรงค์เพื่อเรียกร้องความถูกต้องเกิดขึ้นเมื่อใด ก็จะมีสถาพรทำหน้าที่ปิดทองหลังพระอยู่เสมอไป

พิธีฌาปนกิจศพของเขาได้ผ่านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา ที่สุสานย่านลองบีช แคลิฟอร์เนีย เขาเป็นลูกแม่โดม จากวารสารศาสตร์ที่ดี และมีจรรยาบรรณสมดังที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างแท้จริงและสมควรแก่การยกย่อง

ด้วยความระลึกถึงตลอดไป

ศุภชัย  ตรีบำรุง

...................................................