Get Adobe Flash player

การผลิตไฟฟ้าแคลิฟอร์เนีย เปรียบเทียบกับประเทศไทย

Font Size:

อาจารย์กวี ปิยพงศ์ ได้แชร์ข้อความของท่านผู้ใช้นามว่า Ronayos Wongissok เป็นความรู้เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นประโยชน์มาก

ผมโทรทางไกลไปคุยกับเพื่อนนักเรียนชั้นมัธยม ที่จบวิศวะไฟฟ้าในประเทศไทยแล้วมีโอกาสไปเรียนแล้วตั้งรกรากทำงานในอเมริกา อยู่ในแคลิฟอร์เนียมา กว่า 20 ปี เพื่อถามเรื่องเกี่ยวกับการไฟฟ้าของแคลิฟอร์เนีย ซึ่ง หลายๆ คนชอบยกมาเปรียบเทียบเรื่องไฟฟ้าในประเทศไทย เพราะ ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตในรัฐนี้ของอเมริกา พอๆ กับที่ผลิตในประเทศไทย

ประเทศไทยกับแคลิฟอร์เนีย มีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกัน ตอนบนของแคลิฟอร์เนียอากาศเย็นกว่าเล็กน้อย ประชากรประมาณ 40 ล้านคน พื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนียประมาณ 80% ของไทย รัฐนี้อยู่ระหว่างละติจูด 32 N ถึง 42 N (ประเทศไทย 5N ถึง 20N)

เพื่อนวิศวะของผมให้ข้อมูลว่า บ้านของเขาติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา กำลังผลิตไฟฟ้า 2kW มา 7 ปีแล้ว เมื่อเริ่มติดตั้งต้นทุน ประมาณ 12,000 เหรียญ (360,000 บาท) โดยตัวเพื่อนวิศวกร ออกแบบเอง จัดหาซื้อวัสดุเอง แล้วจ้างให้ช่างที่มีทะเบียน (การจะเป็นช่างไฟฟ้าในอเมริกาต้องมีทะเบียน ไม่มีการใช้ ม.44 ให้ช่างจีนอบรมแล้วผ่านง่ายๆ แบบสารขัณฑ์ ) เป็นผู้ติดตั้ง ซึ่งต้องทำให้ถูกต้อง ปลอดภัย แข็งแรงทนทานต่อลมพายุ เขาได้รับการสนับสนุนค่าติดตั้งจากหน่วยงานที่ควบคุมกระแสไฟฟ้าทันที และ ได้รับลดหย่อนภาษีเอาไปหักออกจากรายได้ด้วย รวมเป็นเงิน 6,000 เหรียญ หมายความว่า ค่าติดตั้งที่ออกไปจริงเพียง 6,000 เหรียญ .

ผลตอบแทนที่เขาได้คือ ลดค่าไฟฟ้าได้ทุกเดือน ค่าไฟฟ้าของแคลิฟอร์เนียต่ำอยู่แล้ว (ต่ำกว่าประเทศไทย ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากปิโตรเลียม (แก้ไขจากคำว่าน้ำมัน) เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งมีการบวกค่าพรีเมี่ยมเข้าไปอีก วิศวกรท่านนี้ว่า ผมรณยศ ไม่ได้สมทบไปอีกว่า มีปตท.รอสูบอีกต่างหาก) เพราะ แคลิฟอร์เนีย ใช้ระบบการแข่งขันเสรี มีผู้ผลิตจากหลากหลายแหล่ง ทั้งแบบนิวเคลียร์ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน พลังงานแสงแดดโซลาร์ฟาร์ม พลังลม และ พลังความร้อนใต้ดิน กระแสไฟฟ้ากลายเป็นสินค้าแบบหนึ่ง.

บางเดือนเมื่อไปเที่ยวทางไกล ไฟฟ้าที่ผลิตเหลือที่บ้านเพราะเจ้าของบ้านไม่อยู่ สามารถส่งเข้าขายได้ในระบบสายส่งของแคลิฟอร์เนียเป็นรายได้ ไม่มีการเรียกเก็บค่าสำรองไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอ้าง แต่ละปี เขาจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลงมากหลายร้อยเหริยญ

เขาบอกว่าน่าเสียดาย ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงความคุ้มค่าของการติดตั้งแผงโซลาร์ สำหรับเขา การติดตั้งแผงโซลาร์ คุ้มมาก เป็นเรื่องที่ต้องลงทุนเหมือนฝากเงินระยะยาวกับธนาคาร เขาคำนวณและตรวจสอบแล้วว่า 7 ปี ได้ผลตอบแทนเหมือนดอกเบี้ยเงินฝากประมาณ 8% ต่อปี อายุการใช้งานแผงโซลาร์ประมาณ 20 ปี ไม่มีเสียงรบกวน ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำมาก ช่วยประหยัดการใช้กระแสไฟในฤดูหนาวของแคลิฟอร์เนียได้ดี พอดีเมื่อแรกเริ่มติตตั้งเขามีเงินไม่มาก ถ้ามีมากพอเขาจะติดตั้งขนาดประมาณ 3-4 kW ซึ่งจะคุ้มกว่ามากสำหรับบ้านเรือนคนทั่วไปที่มีประมาณ 4 คน พ่อ-แม่ ลูก 2

เมื่อถามว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอ้างว่ามีความจำเป็นต้องเก็บค่าสำรองไฟฟ้าเอาจากผู้ผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด เขาบอกว่าถ้ามองจากมุมของผู้ที่มีหน้าที่จะต้องจัดหากระแสไฟฟ้าให้พอ อาจจะเป็นไปได้เพราะการจัดการหากระแสไฟฟ้าให้พอในช่วงที่ไฟฟ้าจากแสงแดดไม่พอ อาจจะเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากปวดหัวได้มากที่ต้องเตรียมความพร้อม

สำหรับที่แคลิฟอร์เนีย การจัดหาไฟฟ้าแบบระยะยาวล่วงหน้าเมื่อประมาณการถูกต้อง จะได้กระแสไฟฟ้าราคาถูก แต่ถ้าต้องจัดหาแบบฉุกเฉินจะต้องจ่ายสูงขึ้น แต่แคลิฟอร์เนียสามารถจัดซื้อหรือขายกระแสไฟฟ้าข้ามรัฐได้ด้วย หากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในประเทศไทย จะเก็บค่าสำรองไฟฟ้าเอากับผู้ผลิตจากแสงแดดก็ต้องแสดงการคำนวณ และมีเหตุผลให้ชัดเจนว่าทำไมจึงเกิดต้นทุนส่วนนี้ เกิดต้นทุนเท่าใด และเกิดจากใครอธิบายให้กับสังคมเข้าใจอย่างโปร่งใส ถ้าไปเก็บค่าสำรองไฟฟ้าเอากับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์ก็จะทำให้คนติดตั้งน้อยลง เพราะ ระยะเวลาคืนทุนยืดยาวออก

ที่แคลิฟอร์เนียไม่มีการเก็บเงินแบบนี้ รัฐสนับสนุนให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งทางเลือกต่างๆ ด้วยการลดภาษีให้ หรือ สนับสนุนด้านการเงิน เพราะผลตอบแทนในด้านสิ่งแวดล้อมเหนือกว่า

ปัจจุบัน มีธุรกิจรับติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาแบบทำทั้งหมด เจ้าของบ้านเพียงจ่ายเงินแล้วก็เป็นเจ้าของแผง หรือแบบที่มี บริษัทผู้ติดตั้งที่มาขอใช้หลังคาบ้านเราให้เป็นที่ติดตั้ง แผงและอุปกรณ์เป็นของบริษัทอยู่ ผลิตได้กระแสไฟฟ้าเท่าไหร่จ่ายเข้าสู่สายส่ง แล้วเจ้าของบ้านรอรับรายได้จากค่าไฟฟ้าที่ผลิตได้โดยบริษัทเหล่านี้จะมีการประเมินปริมาณแสงแดดที่ตกตั้งฉาก ณ พื้นที่นั้น แล้วสามารถประเมินผลตอบแทนที่จะให้แก่เจ้าของบ้านได้ แคลิฟอร์เนียประเมินแล้วมีแดดตกตั้งฉากประมาณ 6 ชม.ต่อวัน (เอาทั้งวัน 12 ชม.มาประเมินให้เป็นปริมาณตกตั้งฉาก )

ประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่า ย่อมจะมีแดดตกตั้งฉากมากกว่าน่าจะให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าในแคลิฟอร์เนีย

...........................................