Get Adobe Flash player

‘ทรัมป์’หนุนเปลี่ยนระบบให้สิทธิ์ พลเมืองสหรัฐตามความสามารถ

Font Size:

ทรัมป์สนับสนุนกฏหมายเกี่ยวกับการอพยพเข้าเมือง RAISE ACT เปลี่ยนระบบการให้สิทธิ์พลเมืองของสหรัฐเป็นไปตามความสามารถ

ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2560 ถึงการสนับสนุนของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ที่มีต่อกฏหมายเกี่ยวกับการอพยพเข้าเมืองที่ชื่อว่า RAISE ACT โดยให้เหตุผลว่า การเพิ่มการอพยพเข้าเมืองของแรงงานที่มีทักษะขั้นต่ำหรือไม่มีทักษะเลยในหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าแรงถูกกดลงและมีผลทำร้ายพลเมืองอเมริกันบางกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

กฏหมาย RAISE Act เป็นกฏหมายที่แก้ไขระบบการรับคนอพยพเข้าเมืองเพื่อให้ภาพเศรษฐกิจดีขึ้น (Reforming American Immigration for a Strong Economy Act) หรือเรียกสั้นๆ ว่า RAISE Act โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะจัดลำดับของผู้อพยพตามความสามารถที่เขาจะนำมาสู่ประเทศได้ ในขณะที่ปกป้องงานของแรงงานชาวอเมริกันอีกด้วย

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ทรัมป์ได้กล่าวว่า “การปกป้องคนงานของเรา ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการรับผู้อพยพที่ถูกกฏหมายเข้ามา ในปัจจุบันระบบที่ล้าสมัย ทำให้เกิดการกดค่าแรงของคนงานที่ยากจนที่สุดและทำให้เกิดแรงกดดันอย่างมากกับผู้เสียภาษีในประเทศ การเปลี่ยนแปลงจากระบบปัจจุบันที่มีแต่ผู้อพยพทักษะความสามารถต่ำ ไปใช้ระบบการพิจารณาจากทักษะจะทำให้เราจะได้ประโยชน์มากขึ้น เราจะประหยัดเงินจำนวนมาก เพิ่มค่าแรงของคนงานและช่วยครอบครัวที่กำลังเดือดร้อน รวมทั้งครอบครัวของผู้อพยพที่กำลังเลื่อนระดับฐานไปอยู่ในกลุ่มคนชั้นกลาง”

และก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมาว่า “ขณะที่พูดคุยกันอยู่นี้ เราได้ทำงานกับวุฒิสมาชิก 2 ท่านคือ ทอม คอตตันและเดวิด เพอร์ดิว เพื่อที่จะสร้างระบบการอพยพเข้าเมืองแบบใหม่ให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา แทนที่ระบบในปัจจุบันที่ไม่สนใจเรื่องทักษะ ซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่แย่มากทำให้ใครก็สามารถเข้ามาอยู่ในประเทศนี้ได้”

ในแถลงการณ์ของทำเนียบขาว ได้กล่าวถึงหลักการและเหตุผลที่ทำไมประธานาธิบดีทรัมป์ถึงสนับสนุนกฏหมาย RAISE Act นี้ โดยอ้างถึงข้อมูลที่ว่า

ระบบในปัจจุบันไม่ได้ให้ลำดับความสำคัญ กับผู้ที่อพยพเข้าเมืองซึ่งมีทักษะความเชี่ยวชาญสูงสุดก่อน–โดยในคนอพยพ 15 คนจะมีเพียง 1 คนที่เข้าเมืองมาได้เพราะความสามารถ

สหรัฐอเมริกา จะอนุมัติผู้อพยพโดยเฉลี่ย 1 ล้านคนต่อปีให้ได้สถานะพลเมืองถาวรหรือได้ใบเขียว และคนพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกแรงงานที่มีทักษะขึ้นต่ำหรือไม่มีเลย จำนวนคนเข้าขนาดนี้เทียบได้กับการเพิ่มประชากรที่มากกว่าประชากรของเมืองซานฟรานซิโกเข้ามาในประเทศทุกๆ ปี

มากกว่า 50 เปอร์เซนต์ของครอบครัวผู้อพยพรับผลประโยชน์สำหรับผู้มีรายได้ต่ำ (เงินเวลแฟร์) เมื่อเทียบกับครอบครัวของผู้ที่เกิดในประเทศจะรับผลประโยชน์นี้เพียง 30 เปอร์เซนต์

ผู้อพยพที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า โดยเฉลี่ยแล้วไม่ค่อยมีแนวโน้มเป็นผู้รับเงินเวลแฟร์เท่ากับพวกที่ไม่มีการศึกษาในระดับเดียวกัน

ตั้งแต่ปี 1979 ชาวอเมริกันที่จบการศึกษาระดับไฮสคูลหรือน้อยกว่าจะพบภาวะที่ค่าแรงต่อชั่วโมงลดลง

แรงงานชาวอเมริกาที่ไม่ได้จบการศึกษาในระดับไฮสคูล จะพบภาวะค่าแรงต่อชั่วโมงลดงลงถึง 17 เปอร์เซนต์

โดยกฏหมาย RAISE Act จะให้ความสนใจกับแรงงานชาวอเมริกันก่อนเป็นลำดับแรก และแทนที่ระบบครือข่ายวีซ่าการจ้างงานในปัจจุบัน ระบบใหม่จะเป็นระบบทักษะซึ่งเป็นการให้อนุมัติผู้ยื่นเรื่องตามแต่ความสามารถของแต่บุคคล

ระบบนี้จะให้รางวัลกับการศึกษา ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ การเสนอการจ้างงานที่มีค่าแรงสูง ความสำเร็จในอดีตและเจ้าของกิจการที่มีความคิดเริเริ่มสร้างสรรค์

ระบบนี้คล้ายคลึงกับระบบการอพยพคนเข้าเมือง โดยใช้ความสามารถ (merit-based systems) ซึ่งใช้กันอยู่ในประเทศแคนาดาและออสเตรเลีย

กฏหมาย RAISE Act จัดลำดับความสำคัญให้ครอบครัวใกล้ชิดของประชาชนชาวอเมริกันมาก่อน อันได้แก่ คู่สมรส และบุตรผู้เยาว์ แต่ไม่ให้สิทธิ์ลำดับต้นกับครอบครัวที่เป็นส่วนขยายหรือบุตรที่บรรลุนิภาวะแล้ว

ประชาชนผู้ถือสัญชาติอเมริกัน จำเป็นที่จะต้องดูแลพ่อแม่ผู้สูงวัยสามารถได้รับวีซ่าชั่วคราวแบบที่อนุญาตให้ต่ออายุได้

กฏหมาย RAISE Act นี้กำจัดระบบล๊อตเตอรี่กรีนการ์ด และจำกัดคนได้รับสถานะใบเขียวจากการเป็นผู้ลี้ภัยให้เหลือเพียง 50.000 คนต่อปี และจะต้องรอคิวถึง 13 ปีโดยเฉลี่ย

กฏหมาย RAISE Act นี้เกิดขึ้นจากคำมั่นสัญญาของปธน.ทรัมป์ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการอพยพเข้าเมือง เพื่อทำให้ประเทศอเมริกาสำคัญเป็นลำดับแรก

ขณะนี้เรื่องกฏหมายนี้ ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในทั้งสภาคองเกรสและแม้แต่ในพรรคริพับลิกันของประธานาธิบดีทรัมป์เอง ถ้าหากมีการผ่านกฏหมายนี้จะมีผลกระทบกับการเข้าเมืองของคนไทยเราอย่างแน่นอน

อ้างอิง: https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2017/08/02/president-donald-j-trump-backs-raise-act