Get Adobe Flash player

พัฒนาคุณภาพการให้บริการ แก่ผู้ฟอกไตในแคลิฟอร์เนีย

Font Size:

Ballot Initiative ที่จะพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ผู้ป่วยฟอกไตซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียได้ถูกยื่นแล้ว ร่างกฏหมายนี้จะพัฒนาความปลอดภัย และจำกัดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย

 

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2017 ที่เมืองซาคราเมนโต้ รัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่มผู้เป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ให้บริการกับผู้ป่วยฟอกไตได้ยื่น ballot initiative เพื่อให้เข้าสู่การลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งของรัฐแคลิฟอร์เนียในเดือนพฤศจิกายน 2018 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโดยสร้างเงื่อนไขความปลอดภัยขั้นต่ำกับคลีนิคฟอกไตทั้ง 570 แห่งในรัฐและจำกัดจำนวนเงินที่บริษัทให้บริการฟอกไตสามารถเรียกเก็บกับผู้ป่วยได้

นาย อมาร์ บาจวา คนไข้ฟอกไตจากเมืองฟอนทาน่า กล่าวว่า “ผมได้มาฟอกไตเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง และส่วนใหญ่ตั้งแต่มาผมรู้สึกว่าบริษัทฟอกไตสนใจเรื่องผลกำไรมากกว่าตัวของผม ผมเห็นจากการที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องเร่งรีบและไม่มีคนทำงานเพียงพอ เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ข้อเสนอแนะนี้กดดันให้บริษัทให้บริการฟอกไตจะต้องนำเอาผลกำไรมาลงทุนกลับให้กับการดูแลคนไข้ ไม่ใช่เอาเข้ากระเป๋าของผู้บริหาร”

การฟอกไตเป็นวิธีการที่ช่วยชีวิตคนโดยการนำเอาเลือดของคนไข้ออกมาทำความสะอาดและใส่กลับเข้าไปในร่างกายใหม่ คนไข้จะต้องไปที่คลีนิค 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลาครั้งละ 3-4 ชั่วโมง ขณะนี้มีชาวแคลิฟอร์เนียจำนวนมากกว่า 66,000 คนที่พึ่งพาการฟอกไตอยู่

ข้อเสนอ ballot initiative นี้มีชื่อว่า Kidney Dialysis Patient Protection Act หรือกฏหมายคุ้มครองผู้ป่วยในการฟอกไต ซึ่งหากมีผลบังคับใช้จะ:

1.          กำหนดให้คลีนิคฟอกไตในแคลิฟอร์เนียจะต้องมีการตรวจสอบประจำปี

2.          กำหนดให้คลีนิคฟอกไต ในแคลิฟอร์เนียมีระดับมาตรฐานของพนักงานที่ปลอดภัยมากขึ้น

3.          กำหนดให้คลีนิคฟอกไตในแคลิฟอร์เนีย อนุญาติให้คนไข้มีเวลาในการพักฟื้นมากขึ้น

4.          จำกัดจำนวนเงิน ที่จะเรียกเก็บ จากคนไข้ฟอกไตในแคลิฟอร์เนีย

ผู้เป็นกระบอกเสียงคาดว่าข้อเสนอแนะนี้จะได้การตั้งชื่อและเขียนถึงข้อสรุปโดยอัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียภายในกลางเดือนตุลาคม 2017 นี้ ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถเริ่มต้นล่าลายเซ็น 365,880 ชื่อจากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นจำนวนลายเซ็นที่จำเป็นสำหรับการที่จะทำให้ข้อเสนอแนะนี้ถูกนำไปพิจารณาเพื่อออกเป็นร่างกฏหมายต่อไป โดยลายเซ็นจะต้องถูกส่งไปให้กับเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งของเคาน์ตี้ก่อนกลางเดือนเมษายน 2018

บริษัทให้บริการฟอกไตรายใหญ่ที่สุด 2 แห่งคือ Davitaและ Fresenius ทำกำไรรวม 3.9 ล้านล้านเหรียญจากกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2016 แต่ก็ยังต่อต้านการเปลี่ยนแปลงภาพรวมของธุรกิจนี้อย่างดุเดือด พวกเขาเรียกเก็บเงินกับคนไข้ซึ่งมีประกันสุขภาพถึง 345 เปอร์เซนต์ของค่ารักษาจริง และคลีนิคฟอกไตในแคลิฟอร์เนียโดยรวมก็มีการตรวจสอบโดยเฉลี่ยเพียง 1 ครั้งต่อทุก 5-6 ปี

ถึงแม้บริษัททั้ง 2 แห่งจะมีนโยบายที่ไม่ได้มีการเขียนไว้เป็นรายลักษณ์อักษรแต่เป็นที่รู้กันว่า จะไม่มีการให้คนงานดูแลคนไข้มากกว่า 4 คนในเวลาเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงมีการรายงานจากผู้ปฏิงานว่าพวกเขาต้องเฝ้าดูและให้การดูแลคนไข้ถึง 12 คนหรือมากกว่าในเวลาเดียวกัน เป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก เมื่อมีคนไข้หลายคนกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงจากการที่ความดันตก เป็นลม หรือมีปัญหาที่ซับซ้อนอื่นๆ หรือเพียงแค่ต้องการที่จะใช้ห้องน้ำ

Ballot initiative นี้ได้ถูกเรียกร้องขึ้นมาในขณะที่ร่างกฏหมายที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างเส้นทางการพิจารณา ผ่านผู้ออกกฏหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ร่างกฏหมาย SB 349, The Dialysis Patient Safety Act หรือกฏหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยฟอกไต กำหนดให้มีการตรวจสอบคลีนิคฟอกไตทุกปี ควบคุมระดับความปลอดภัยของลูกจ้างและยินยอมให้คนไข้มีเวลาในการฟื้นตัวมากขึ้น ร่างกฏหมายนี้ได้ผ่านคณะวุฒิสมาชิกของรัฐในเดือนพฤษภาคม และกำลังรอการลงคะแนนเสียงโดยกรรมาธิการ California Assembly Appropriations

ผู้ทำงานในคลีนิคฟอกไต ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้มีความพยายามที่จะก่อตั้งยูเนียนร่วมกับ SEIU-United Healthcare Workers West (SEIU-UHW) ตั้งแต่ปี 2016 และบริษัท Da Vita ก็ได้ไล่คนงานออก 5 คนและทำทัณฑ์บนกับพนักงานอีก 18 คนหลังจากที่มีการออกมาเป็นกระบอกเสียงให้กับร่างกฏหมาย SB 349 และการจัดตั้งยูเนี่ยนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2016 ที่ผ่านมา

................................................