Get Adobe Flash player

นายกปลื้มเอกชนไทยในสหรัฐ เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนศก.

Font Size:

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะชุมชนไทยที่โรงแรมโฟร์ ซีซัน กรุงวอชิงตัน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย หนุนยึดแนวทางประกอบธุรกิจตามสิทธิมนุษยชน

 

เมื่อวันที่ 3 กันยายน เวลา 10.30 น. ที่ โรงแรมโฟร์ ซีซันส์ กรุงวอชิงตันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะชุมชนไทย โดย นายกฯ กล่าวขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มามอบให้ และกล่าวถึงการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ว่า บรรยากาศการต้อนรับเป็นมิตร อบอุ่น มีการหารือในประเด็นรอบด้าน ทั้ง ความสัมพันธ์ ความร่วมมือต่างๆ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และจะดูแลการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มีการขยายตัว และดูแลให้เป็นไปอย่างราบรื่น

นายกฯ ได้กล่าวถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลที่เข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมมานาน รวมทั้งปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้ง จนขณะนี้ประเทศกลับมาเดินหน้าต่อ ตัวเลขทางเศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อพัฒนาขับเคลื่อนประเทศใน 6 ด้าน สู่การเติบโตอย่าง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

นายกฯ ยังได้ยืนยันว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแมป และจะมีการเลือกตั้ง และขอให้ประชาชนช่วยกันนำพาประเทศไปข้างหน้าด้วยกัน ในตอนท้าย ตัวแทนคนไทยได้มอบดอกไม้ให้กำลังใจนายกฯ ด้วย

 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับภาคเอกชนไทย เพื่อรับฟังผลการหารือระหว่างภาคเอกชนไทยกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ และแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ

โดยนายกลินทร์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย และผู้บริหาร เอสซีจี ได้รายงานภาพรวมการหารือระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯว่า ไทยและสหรัฐฯ ควรใช้ประโยชน์จากสนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ให้เกิดประโยชน์แก่การค้าและการลงทุนทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ พร้อมทั้ง จะมีการร่าง เอ็มโอยู เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนมากขึ้น มีเป้าหมายเดียวกัน และที่สำคัญมีแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยจะครอบคลุมด้านต่างๆ อย่างคลอบคลุม ที่ไทยและสหรัฐฯมีศักยภาพ เช่น อาหาร พลังงาน ยานยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ หอการค้าสหรัฐฯแสดงความยินดี ที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างภาคเอชนและรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย

"นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง ภาพรวมการหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯว่า การหารือเป็นไปด้วยความราบรื่น ด้วยความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน และยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของภาคเอกชนทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการค้า และการลงทุน และจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เช่นเดียวกับ ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ข้อมูล แนวทาง และทิศทางการค้าการลงทุนเป็นเอกภาพ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจและการรับรู้เกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนที่รัฐบาลได้ดำเนินการ รวมทั้ง มาตรการสนับสนุนการลงทุนให้กว้างขวางทั่วถึง และถูกต้องด้วย" พล.ท.วีรชน กล่าว

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำว่า ภาคเอกชน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและสนับสนุน ดังนั้น หากมีข้อเสนอ หรือข้อติดขัด ขอให้แจ้ง รัฐบาลจะได้ดำเนินการเพื่อให้กลไกเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น ที่สำคัญ รัฐบาลได้ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนในการประกอบธุรกิจ โดยยึดแนวทาง เคารพ คุ้มครอง และเยียวยา เพื่อเป็นไปตามแนวทางของสหประชาชาติ

ภายหลังการหารือ นายกลินทร์ สารสิน ผู้บริหาร เอสซีจี ได้ชี้แจงกรณี การซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯว่า SCG เตรียมลงนามซื้อถ่านหินจากภาคเอกชนสหรัฐฯ 2 ฉบับ รวม 155,000 ตัน เพื่อใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ และทดแทนการซื้อถ่านหินจากอินโดนีเซีย ที่ปัจจุบันอินโดนีเซียมีความต้องการใช้ถ่านหินสูงขึ้น เอสซีจี จึงต้องมองหาแหล่งถ่านหินใหม่ ซึ่งถ่านหินจากสหรัฐฯมีคุณภาพดีและคุ้มค่าต่อการลงุทน.

......................................................