Get Adobe Flash player

สำมะโนประชากร 2020 ใครเกี่ยวข้อง และมีอะไรที่เสี่ยงบ้าง

Font Size:

ที่เมืองลอสแอนเจลิส เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2017 เสรีชัยได้รับเชิญไปเข้าฟังการพูดคุยในหัวข้อ “สำมะโนประชากร 2020: ใครเกี่ยวข้อง และมีอะไรที่เสี่ยงบ้าง???” ซึ่งจัดโดย New America Media มีวิทยากรซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำสัมโนประชากรในปี 2020 ที่กำลังจะถึงนี้เข้ามาร่วมด้วย 6 ท่าน งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลายแขนง

“ขณะนี้กระบวนการทำสำมะโนประชากรในปี 2020 กำลังถูกตัดงบประมาณลง ในขณะที่เราจะต้องพบเจอกับปัญหาของการใช้เทคโนโลยีใหม่ ความเปลี่ยนแปลงของความคิดเห็นทางการเมืองและความหลากหลายทางประชากรของแคลิฟอร์เนีย” ดร.จอห์น โดบาร์ด ผู้จัดการเกี่ยวกับการให้ความคิดเห็นทางการเมืองจาก Advancement Project California กล่าวเขาหวังว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยในการสร้างความตื่นตัวให้กับชุมชนรู้ว่าการทำสำมะโนประชากรเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นสิ่งที่แสดงจำนวนคนที่อยู่ในบริเวณที่แท้จริงและจะมีผลโดยตรงต่อจำนวนที่นั่งในสภาคองเกรสของพลเมือง

ในอดีตที่ผ่านมารัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีจำนวนประชากรที่แจ้งในสำมะโนประชากรน้อยกว่าความเป็นจริง และเมื่องบประมาณของการทำในปี 2020 จะถูกตัดลง รวมกับปัญหาที่เกิดจากความยากลำบากที่มากขึ้นเมื่อมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามา มีการให้กรอกข้อมูลออนไลน์ การตัดลดทอนงบประมาณในการโฆษณาและโปรแกรมเกี่ยวกับภาษาต่างชาติ ทำให้เราจะต้องมีการเตรียมตัวที่จะรับมือกับมัน

“การสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรและสื่อต่าง ๆ รวมทั้งอาสาสมัครจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำสำมะโนประชากรในปี 2020 ซึ่งเราได้ทำแบบสอบถามขึ้นมาใหม่ให้ประชาชนสามารถมีโอกาสแสดงตัวตน” ดิทาส คาทาจ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษาแห่งชาติเกี่ยวกับเชื้อชาติ ชาติพันธุ์และประชากรจากองค์กรสำมะโนประชากรแห่งชาติ (U.S. Census Bureau) กล่าว

กลุ่มคนลาติโนจะเป็นกลุ่มหนึ่ง ที่จะประสบปัญหาในการทำสำมะโนประชากรออนไลน์ เพราะหลายคนขาดการเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้การที่จะต้องไปกรอกข้อมูลที่ศูนย์หรือห้องสมุด เป็นเรื่องที่ยิ่งทำให้ไม่อยากให้ความร่วมมือ รวมทั้งการตัดลดจำนวนคนที่ถูกจ้างให้ไปเคาะประตูบ้านลงก็ยิ่งทำให้การนับจำนวนประชากรยิ่งยากขึ้นไปอีก

“เราพบปัญหาว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวนมากไม่ได้มีการระบุลงไปในสำมะโนประชากรเพราะความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล รวมทั้งเด็กหลายคนก็อยู่ในบ้านอุปถัมป์ดังนั้นการนับประชากรในปี 2020 จึงอยากจะให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนที่เกิดในวันนี้ได้รับการนับเรื่อยไปจนถึงปี 2020 โดยเราได้ทำฮอตไลน์สายด่วนให้ความรู้กับชุมชนตลอดทั้งปี” โอฟีเลีย เอ็ม เมดิน่า ผู้อำนวยการของ State Civic Engagement Policy and NALEO Educational Fund’s Policy Research and Advocacy กล่าว

ประชากรในปัจจุบันนี้ ประสบปัญหาในเรื่องของการแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล ชาวอเมริกันอินเดียนก็เป็นชนกลุ่มที่ประสบปัญหาในด้านนี้อย่างมาก ในข้อมูลสัมโนประชากรเมื่อปี 2010 แจ้งว่ามีประชากรที่ระบุตัวเองเป็นอเมริกันอินเดียน 0 คน ซึ่งมันไม่มีทางที่จะเป็นจริง รัฐแคลิฟอร์เนียโดยเฉพาะในย่านลอสแอนเจลิส เบย์แอเรีย เป็นที่อยู่ของชนเผ่าอเมริกันอินเดียนทั้งในและนอกเขตคุ้มครอง ซึ่งขณะนี้มีชนเผ่าถึง 109 เผ่าที่ต้องการได้รับการรับรองตัวตน ปัญหาคือมีชนเผ่าหลายคนที่ไม่ได้ไปขอขึ้นทะเบียนเป็นอเมริกันอินเดียนและหลายคนก็อยู่กระจัดกระจาย

“การทำสำมะโนประชากร ให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับความเชื่อถือจากกลุ่มชน เช่น ตัวแทนในเขตคุ้มครอง เป็นต้น พวกเขาสามารถจะสื่อสารให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับชุมชนได้ การแสดงว่าไม่มีคนอเมริกันอินเดียนเลยในข้อมูลจากสัมโนประชากรก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ดร.โจลี่ พราวด์ฟิต ผู้อำนวยการศูนย์ California Indian Culture and Sovereignty Center จากมหาวิทยาลัย California State วิทยาเขต San Marcos กล่าว

บางครั้งภาษาที่ใช้ในแบบสำรวจก็ทำให้เกิดปัญหากับกลุ่มคนผิวดำ พวกเขาต้องการที่จะแสดงตนเองว่าเป็นอาฟริกันหรือผิวดำ ขณะนี้คนกลุ่มนี้ได้ย้ายไปอาศัยลึกเข้าไปทางทะเลทราย

“การสนับสนุนและร่วมมือกันของหลายองค์กรและสื่อจะทำให้กลุ่มคนอาฟริกันได้รับการนับจำนวนที่ถูกต้องซึ่งการประสานงานกันของกลุ่มศาสนา โรงเรียนในท้องถิ่นก็มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก” ศบ.แซมวล เจ เคซี่ ผู้อำนวยการบริหารจาก Congregations Organized for Prophetic Engagement กล่าว

ชุมชนชาวเอเชียถือว่าเป็นกลุ่มเชื้อชาติที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับสองรองจากกลุ่มลาติโนตามข้อมูลของสำมะโนประชากรในปี 2010 ในรัฐแคลิฟอร์เนียมีชาวเอเชียอยู่มากกว่า 15% โดยพบว่ากลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือคนเชื้อสายฟิลิปปินส์ รองลงมาคือ กลุ่มคนเชื้อสายจีน (ซึ่งเป็นกลุ่มคนเอเชียที่มีจำนวนมากที่สุดในสหรัฐและลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้) ในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้พบว่ากลุ่มใหญ่ที่สุดจะเป็นคนฟิลิปปินส์และเกาหลี ซึ่งกลุ่มคนเชื้อสายไทยก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในปี 2000 มีการให้งบประมาณในการทำสำมะโนประชากรถึง 25 ล้านเหรียญ และได้ถูกตัดลดลงมาเรื่อย ๆ จนในปี 2020 ที่จะถึงนี้จะมีงบเพียง 2 ล้านเหรียญเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอต่อการนับประชากร 40 ล้านคน

 “เราจำเป็นต้องส่งข้อความที่น่าเชื่อถือออกไป และต้องผลักดันให้ได้รับเงินทุนให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เริ่มสร้างความร่วมมือและเตรียมการนับสัมโนประชากรอย่างรวดเร็ว” สจ๊วต โค ผู้ก่อตั้ง ประธานและผู้อำนวยการบริหารจากศูนย์ Asian Americans Advancing Justice-Los Angeles กล่าว

ในที่ประชุมได้มีการถามถึงปัญหาการไม่ให้ความร่วมมือโดยผู้ที่อยู่อย่างไม่มีสถานะพลเมืองตามกฏหมาย ซึ่งคุณสจ๊วต โคก็ให้ความมั่นใจว่าทางศูนย์มีทนายพิทักษ์สิทธิพลเมืองซึ่งจะคอยสอดส่องช่วยเหลือ ไม่ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานะพลเมืองถูกนำไปใช้ทางด้านอื่นนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์แค่นับประชากร

การนับจำนวนประชากรเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจำนวนที่นั่งในสภาคองเกรสนั้นมาจากจำนวนประชากรที่นับได้จากแบบสำรวจ นี่ยังไม่นับถึงงบประมาณ เช่น เมดิแคด เงินช่วยเหลือเกี่ยวกับโภชนาการ เงินเมดิแคร์พาร์ท B เงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (Section H) เงินที่เกี่ยวข้องการกับดูแลผู้เยาว์ เกี่ยวกับการศึกษาหรืองบการสร้างถนนหนทาง ที่จะได้รับการอนุมัติให้กับแต่ละชุมชน ก็จะขึ้นกับจำนวนประชากร และการแสดงตนในแต่ละเชื้อชาติพันธุ์ที่อยู่ในข้อมูลของแบบสำรวจประชากร ดังนั้นคนทุกเชื้อชาติ รวมทั้งคนไทยเราก็ควรจะให้ความร่วมมือในการกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับสัมโนประชากรในทุกครั้ง เพื่อประโยชน์ของตนเองและสังคมโดยรวม

“วันที่ 15 เมษายน เราส่งเงินภาษีให้กับรัฐบาล แต่วันที่ 1 เมษายน (ปี 2020) เราจะเอาเงินภาษีเรากลับมาจากรัฐบาล” สจ๊วต โค

(วลัยพรรณ เกษทอง รายงาน)