Get Adobe Flash player

บอร์ดบริหารเคาน์ตี้ มอบรางวัล ผู้สร้างสรรค์ด้านมนุษย์สัมพันธ์

Font Size:

บอร์ดของผู้บริหารของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ และคณะกรรมการมนุษย์สัมพันธ์ได้แจก รางวัล John Anson Ford Human Relations Award

เมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา บอร์ดของผู้บริหารของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ และคณะกรรมการมนุษย์สัมพันธ์ได้เชิดชูเกียรติให้กับผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและนักประดิษฐ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับสิ่งที่พวกเขาได้ทำต่อการเปลี่ยนแปลงอคติให้เป็นการยอมรับ ความไม่เท่าเทียมไปสู่ความยุติธรรม และความโหดร้ายไปสู่ความสันติสุขภายในชุมชนของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ รางวัล John Anson Ford Human Relations Award นี้เป็นงานประจำปีที่เชิดชูเกียรติบุคคล องค์กรและบริษัทที่ได้สร้างผลกระทบทางด้านมนุษย์สัมพันธ์ในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้อย่างมีนัยสำคัญ

“ในนามของ Workforce Development, Aging and Community Services ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีให้กับผู้ได้รับรางวัล John Anson Ford Human Relations Award ในปีนี้ รางวัลที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่สิ่งรับรองที่เราได้ให้ในวันนี้ แต่มันคือผลกระทบที่โครงการเปลี่ยนแปลงชีวิตนี้เหล่านี้มีให้ ความสำเร็จของเราขึ้นกับความร่วมมือระหว่างบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ องค์กรและหุ้นส่วนอื่นในชุมชน เช่น ผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้”   ซินเธีย แบงค์ส ผู้อำนวยการ Workforce Development, Aging and Community Services ของลอสแอนเจลิส เคาน์ตี้กล่าว

ผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ได้แก่ :

•           คลอเดีย รูด้า และ ดับบลิว คาเมา เบล- รูด้าอายุ 22 ปีเป็นนักเรียนระดับมหาวิทยาลัยและนักกิจกรรม ซึ่งมีความกล้าหาญที่จะพูดถึงสิทธิมนุษยชนของผู้อพยพแม้ว่าเธอจะเป็น “ดรีมเมอร์” ผู้ที่ได้รับสถานะดาก้า (จากการที่เป็นบุตรของผู้ที่อยู่อย่างไม่ถูกกฏหมาย-ผู้เขียน) เธอได้ถูกเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจับหลังจากที่ทำการประท้วงให้ปล่อยแม่ของเธอ ส่วนเบลเป็นผู้สอบสวนเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม และสิทธิมนุษยชนในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้และทั่วประเทศผ่านเรื่องขำขันที่กระตุ้นให้เกิดความคิด การสัมภาษณ์และการอภิปราย เขาได้ให้แว่นขยาย กับผู้ชมที่จะตรวจสอบมุมมองของตนเองเกี่ยวกับเชื้อชาติ ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มและอำนาจ

•           วาคา ฟาเลตู-ขณะนี้เขาเป็นรองประธานบอร์ดบริหารสมาชิกของ Pacific Islander Health Partnership (PIHP) ฟาเลตู เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Tongan American Youth Foundation (TAYF) ซึ่งมีวัตถุประสงค์การก่อตั้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้และให้อำนาจคนที่มาจากประเทศทองโกและชาวหมู่เกาะแปซิฟิกโดยเฉพาะผู้เยาว์ เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถพัฒนาศักยภาพให้ถึงจุดที่สูงที่สุดและกลายเป็นสมาชิกของสังคมที่มีมุมมองที่เป็นบวก มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ โดยการหาทางเลือกให้กับเยาวชนและการใช้ความรุนแรงในชุมชน

•           สโมสร Gay-Straight Alliance (GSA) แห่ง Santee High School- เป็นผู้นำความพยายาม ในการสร้างห้องน้ำรวมในโรงเรียนของรัฐในลอสแอนเจลิสเป็นแห่งแรกแม้ว่าจะมีการต่อต้านอย่างรุนแรง นักเรียนได้รวบรวมลายมือชื่อกว่า 700 ชื่อจากผู้ที่เกี่ยวข้องและนำไปเสนอความเรียกร้องให้กับกลุ่มผู้บริหารของLAUSD และได้รับการอนุมัติผ่านช่องทางการทำงานของเขตถึงแม้ว่าทางฝ่ายตรงข้ามที่ไม่สนับสนุนให้มีห้องน้ำ “ไม่แยกเพศ” จะใช้กลยุทธ์และการโต้แย้ง แต่ในเวลาเกือบ 1 ปีที่มีการนำห้องน้ำนี้มาใช้ ห้องน้ำแบบ“ไม่แยกเพศ” ของศูนย์การศึกษาของโรงเรียนSantee ก็ได้รับการกล่าวถึงโดยผู้บริหารว่าเป็นหนึ่งในห้องน้ำที่สะอาดที่สุดในโรงเรียน และที่สำคัญกว่านั้นก็คือไม่มีการแจ้งถึงปัญหาการเหยียดเพศในห้องน้ำนั้นเลย

•           โครงการ Community Coalition’s 25th anniversary commemoration project of 1992 L.A. Uprising –การจินตนาการถึงความยุติธรรมเป็นเรื่องที่สะท้อนถึงการปฏิวัติในลอสแอนเจลิสเมื่อปี 1992 งานแสดงถึงสภาพชีวิตในทางตอนใต้ของลอสแอนเจลิส และเป็นภาพของอนาคตของเมือง  ภาพของหลายยุคสมัย บรรยายถึงประวัติศาสตร์แห่งความยากลำบากและความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤตและการต่อต้าน ประวัติศาสตร์ของการทำลายและการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ

•           โครงการ SomosFamilia Valle’s Youth and Parent Leadership เริ่มขึ้นในปี 2014 โดยนักเรียนระดับอุดมศึกษาสีผิวที่เป็นคนรุ่นแรกของ San Fernando Valley เพื่อที่จะสนับสนุน ฝึกอบรม ให้อำนาจ และให้ความคล่องตัวกับกลุ่ม LGBTQ+ ครอบครัวผู้อพยพ รวมทั้งให้การสนับสนุนกับความยุติธรรมในชาติพันธุ์ เพศ เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

•           Educated Men with Meaningful Messages (EM3) - EM3 เริ่มต้นในปี 1996 ด้วยทุน 3 ปีจากองค์กรให้บริการสาธารณสุขของรัฐแคลิฟอร์เนียในส่วนของโครงการการวางแผนครอบครัวที่มีเพศชายเข้ามาเกี่ยวข้อง EM3 มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือเยาวชนเพศชาย ในหลายเชื้อชาติในการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง สร้างภาวะผู้นำและทักษะในการตัดสินใจ เช่นเดียวกับมีสิทธิ์ในการออกเสียงที่มีอิทธิพลและเป็นบวกให้กับชุมชนลองบีช โดยใช้รูปแบบ peer-to-peer model กลุ่ม EM3 เล็งเห็นที่จะทำให้คนหนุ่มเพศชายสามารถที่จะพัฒนาทักษะในความยืดหยุ่นในขณะที่ค้นหาความสำเร็จของตนเอง

•           โครงการ Center for Conflict Resolution’s Hindenburg Park Sign Mediation project –กลุ่มนี้ทำงานอย่างหนักมากที่จะหาทางแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยคนทุกกลุ่ม และเป็นกลุ่มที่ระลึกถึงประวัติศาสตร์ทั้งสองด้านที่เกี่ยวกับ Crescenta Valley Community Regional Park

“ในเวลาที่การกีดกันและแบ่งขั้วสูงขึ้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่คณะกรรมการของพวกเราจะต้องชูฮีโร่ ที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงผู้ซึ่งพาความยุติธรรมให้เดินไปข้างหน้าและกำลังนำเอาความเข้าใจที่หลากหลายมารวมกัน“โรบิน โทม่า ผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมการมนุษย์สัมพันธ์แห่งลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้กล่าว “

ประธานคณะกรรมการ อิสซาเบล กันนิ่ง กล่าวว่า “สำหรับการทำงานที่ดีทั้งหมดซึ่งเหล่าคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของเราได้ทำนี้ เราต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อผู้สร้างสันติสุข นักการศึกษาและผู้ให้การสนับสนุนที่เยี่ยมยอดเหล่านี้ ซึ่งเราต้องการความช่วยเหลือของพวกเขาในเรื่องของปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มและสิทธิมนุษยชน ที่เราต้องพบเจอกันอยู่ในเคาน์ตี้ของเรา”

ผู้ได้รับรางวัลได้ก้าวย่างมาหลายขั้น ไปสู่การสร้างผลกระทบกับเคาน์ตี้ในทางที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในทางบวก และสำหรับอนาคต คณะกรรมการมนุษยสัมพันธ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Workforce Development, Aging and Community มีความยินดีที่จะขอขอบคุณและยอบรับในงานที่เยี่ยมยอดของเหล่าผู้ได้รับรางวัล (วลัยพรรณ เกษทอง รายงาน)

.........................................................