Get Adobe Flash player

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ประณม ถาวรเวช ผู้ดูแลผู้เข้าประกวดนางงามจักรวาลครั้งที่ 66 โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

จากกระแสการประกวดนางงามจักรวาลที่เพิ่งผ่านมา แน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักคุณประณม ถาวรเวชหรือพี่แจ๊ส ผู้ก่อตั้งสถาบันจอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์ส ซึ่งคร่ำหวอดมากับการประกวดนางงามในประเทศ มาหลายทศวรรษ และได้รับตำแหน่งสำคัญในกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ รวมทั้งเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้เข้าไปทำหน้าที่ในกองประกวดของมิสยูนิเวิร์ส 2016 ที่ฟิลิปปินส์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมาทาง เสรีชัย ได้รับเกียรติให้เข้าไปสัมภาษณ์คุณประณม อย่างเป็นกันเองในระหว่างมาพักผ่อนที่ลอสแอนเจลิส หลังจากปฏิบัติหน้าที่ในการประกวดนางงามจักรวาลครั้งที่ 66 ที่ลาสเวกัส และนี่คือบทสัมภาษณ์ค่ะ

การประกวดครั้งนี้แตกต่างจากการประกวดครั้งก่อนอย่างไร?

“ครั้งนี้กองประกวดมิสยูนิเวิร์สมีการเก็บตัวสั้นกว่าการประกวดครั้งก่อน ปกติจะมีการเก็บตัว 3 อาทิตย์แต่ครั้งนี้มีเพียงแค่ 2 อาทิตย์ ทำให้ผู้เข้าประกวดต้องทำหลายสิ่งในเวลาที่น้อยลง ปีนี้เข้าจะเน้นไปที่การถ่ายทำวีทีอาร์เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวของผู้เข้าประกวดทางสื่อ และแน่นอนก็มีการเน้นใช้สื่อโซเชี่ยลมากขึ้นกว่าการใช้สื่อแบบเดิม ในปีนี้ไม่มี press junket คือเรียกสื่อมาทำข่าวกับกองประกวดเหมือนยุคที่ผ่านมา”

คิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีผู้เข้าแข่งขันไหม?

“การเปลี่ยนแปลงมีทั้งข้อดี-เสีย โดยส่วนตัวคิดว่าอาจทำให้นางงามมีโอกาสทำความรู้จักกันน้อยลง เพราะว่าก็ต้องมุ่งมั่นกับการทำกิจกรรมทั้งหลายในเวลาที่จำกัด แต่อันหนึ่งที่ชอบก็คือตอนที่ให้นางงามมากล่าวแนะนำตัวทีละประเทศ ปีนี้จากที่ปกติจะให้มาตะโกนชื่อประเทศจะเน้นฉากหลังให้ขึ้นรูปธงชาติของนามงามชาตินั้น ซึ่งก็ดูดี มีความเป็น visualize มากขึ้น การที่กองประกวดเน้นเล่นกับสื่อโซเชี่ยลก็ทำให้นางงามต้องให้เวลากับการประชาสัมพันธ์ตัวเองกับสื่อโซเชี่ยลมากขึ้น”

มีคนว่าระยะหลังสาวไทยมาตกม้าตายกันรอบสัมภาษณ์ คิดว่าอะไรเป็นปัจจัย?

“โดยส่วนตัวคิดว่าต้องมองทุกบริบท เพราะตรงนั้นมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปทุกปี แน่นอนว่าความสามารถในการรองรับแรงกดดันมีความสำคัญมาก พี่ก็ได้บอกให้น้องมารีญาตั้งสติและมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา นางงามหลายคนมีประสบการณ์ในการรับความกดดันอย่างมาก เช่น นางงามญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักกอล์ฟ PGA tour ความเป็นนักกีฬาในระดับแข่งขันก็ถือว่าช่วยเธออย่างมากในการรับความกดดัน”

จากสื่อโซเชี่ยลมีกูรูหลายกระแสกับยุทธวิธีในการจะชนะการแข่งขันครั้งต่อไป บางคนก็บอกให้หาคนที่กองประกวดฯ เขาต้องการ ในเรื่องนี้คิดว่าอย่างไร?

“เป็นเรื่องการคาดเดาไปกันทั้งนั้น ใครจะรู้ว่าเขา (กองประกวดนางงามจักรวาล) ต้องการอะไร สังคมสมัยนี้เขาเน้นถึงความ unique นางงามแต่ละคนก็มีความโดดเด่นกันไปหลากหลาย และเราก็กำหนดไม่ได้ว่าปีโน้นปีนี้จะได้นางงามอย่างไร ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ หมายถึงนางงามที่จะเข้ามาประกวดนางสาวไทยในแต่ละปี ซึ่งเราก็จะนำมาช่วยปรับและเสริมในจุดต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประกวดมิสยูนิเวิร์สในแต่ละครั้งอย่างน้องมารีญานี่เป็นคนที่มีจุดแข็งทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา การเดินบนเวที ภาษา ความสวยงามส่วนตัวคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว จะเห็นว่า 3 ปีที่ผ่านมาเราเข้ารอบลึกมาตลอด วันนี้ประเทศไทยได้ขึ้นมาเป็นตัวเก็งในโพลของหลายสำนัก ครั้งนี้คิดว่าเป็นเรื่องของจังหวะ เรื่องของโชคชะตาที่มันมีเหตุว่าปีนี้เราต้องได้ที่เท่านี้ บางทีอาจจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ารอเราอยู่ก็ได้”

มีขั้นตอนอย่างไร สำหรับการเตรียมสาวงามเข้าสู่การประกวดครั้งหน้า?

“ขั้นแรกเราก็ต้องดูคนที่เข้ามาประกวด ดูว่าเขาเป็นอย่างไร เราก็เน้นในเรื่องของการสร้างพลัง ใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาช่วยให้ผู้เข้าประกวดเห็นภาพเป้าหมายที่ชัดเจน มีการเทรนให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรค แน่นอนว่าปีหน้าก็คงจะมีเพิ่มการฝึกในเรื่องของสภาวะถาม-ตอบคำถามให้เพิ่มขึ้น”

พอจะมีแนวทางไว้ในใจหรือยัง?

“ทุกอย่างขึ้นกับวัตถุดิบที่ได้จากการประกวดในปีหน้า คงจะบอกไม่ได้ในวันนี้ว่าจะเป็นอย่างไร อย่างกองประกวดมิสยูนิเวิร์สเขาก็คงยังไม่คิดอะไรเหมือนกัน”

คิดว่าการเข้ารอบ หรือตำแหน่งของผู้เข้าประกวดที่มีการล๊อคไว้หรือไม่?

“คิดว่าไม่ เพราะ 2 ปีหลังตั้งแต่ WME/IMG เข้ามาทำ ก็ไม่มีนางงามจากสหรัฐเข้ามาเลย หรืออย่างเวเนซูเอล่าซึ่งสมัยก่อนถือว่าต้องได้เป็น 3 คนสุดท้ายตลอด ปีนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน”

จะฝากอะไรถึงสาวงามเชื้อสายไทยในสหรัฐ ที่สนใจจะเข้าร่วมการประกวดบ้าง?

“ผู้เข้าประกวด จะต้องผ่านคุณสมบัติพื้นฐานของกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คือ พูดภาษาไทยได้ อ่านภาษาไทยออก ต้องอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการประกวด มีบัตรประชาชนและพาสปอร์ตไทย มีความสามารถในการเดินบนเวที พูดจาดี มีความรู้เรื่องเมืองไทย รู้จักเข้าสังคม เพราะงานนี้เป็นงานที่จะต้องพบปะคนหลากหลาย ที่สำคัญที่สุดคือจะต้องมี passion ว่าอยากจะมาประกวดด้วยตัวเอง ประกวดแล้วจะไปทำอะไร เพื่ออะไร ส่วนสูงก็ไม่ได้กำหนดมากแต่ก็ควรจะสูงอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 170 เซนติเมตร”

จะจัดการประกวดครั้งหน้าเมื่อไหร่?

“ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนแต่ส่วนใหญ่จัดในช่วงเดือนกรกฏาคม เพราะฉะนั้นหากใครสนใจจะเข้าร่วมประกวดปีหน้าก็แนะนำว่าเดือนมกราคมนี่ก็ควรจะเข้าไปอยู่ในเมืองไทยได้แล้ว ส่วนข่าวคราวของการประกวดก็ขอให้ติดตามในเพจเฟสบุคของกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์กัน”

เราปิดการสัมภาษณ์ด้วยก๋วยเตี๋ยวและอาหารแสนอร่อยจากร้านห้อยขา ซันเซต ของ “พี่อี๊ด” พิมลมาศ ผิวนวล เพื่อนรักตั้งแต่ 4 ขวบของ “พี่แจ๊ส” นอกจากพี่แจ๊สที่ให้เกียรติในการสัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองแล้ว ทางเสรีชัยก็ต้องขอขอบคุณพี่อี๊ดมา ณ โอกาสนี้ด้วยอีกคน

จากการสัมภาษณ์สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนมีความเห็นพ้องตรงกันกับพี่แจ๊สว่า “เรามาถูกทางแล้ว “การประกวดนางงามเหมือนกับการแข่งขันกีฬาที่มีแพ้หรือชนะในทุกการแข่งขัน บางครั้งตัวเต็งก็ไปพลาดในช่วงเวลาส่วนท้ายก็มี แต่อย่างน้อยวันนี้ชาวไทยเราก็ได้พัฒนาผลงาน ในเวทีนางงามจักรวาลมาอยู่ในระดับของ “ประเทศตัวเต็งที่เข้ารอบสุดท้าย” แล้ว ซึ่งเชื่อว่าถ้าเรารักษามาตรฐานอย่างนี้ไปตลอดทุกปี มงกุฏนางงามจักรวาลคนที่ 3 ของประเทศจะอยู่ไม่ไกลเกินรออย่างแน่นอน ผู้เขียนขอให้กำลังใจทั้งนางงามที่เข้าประกวด รวมทั้งคนทำงานทุกคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของประเทศ และก็จะรอเชียร์พร้อมกับแฟนนางงามต่อไป

..............................................................