Get Adobe Flash player

กสญ.เดินสายพบหน่วยงานสหรัฐ เพื่อประสานความร่วมมือทุกด้าน

Font Size:

กงสุลใหญ่ แอลเอ เปิดเกมรุก เดินหน้าพบเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กร หน่วยงานต่างๆ เพื่อประสานความร่วมมือในทุกด้าน 

กงสุลใหญ่ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ นครลอสแอนเจลิส และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เข้าพบหารือกับคณะผู้บริหารสภาหอการค้าเมือง Tucson (Tucson Metro Chamber of Commerce) นำโดยนาย Michael Varney ประธานสภาหอการค้าฯ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. จุดแข็งของเมือง Tucson นอกจ่ายค่าใช้จ่ายต่ำและเงื่อนไขการลงทุนที่ยืดหยุ่นกว่ามลรัฐอื่นๆ แล้ว ยังมีอุตสาหกรรมที่อาจมีความร่วมมือกับไทย ได้แก่ เทคโนโลยีอวกาศ บอลลูนตรวจสภาพอากาศระดับสูง เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ แผงโซลาร์ การเก็บพลังงาน (energy storage) และการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสู่การใช้พลังงานทางเลือก (transition to renewable energy) การบริหารจัดการน้ำ การเก็บน้ำใต้ดิน (underground water storage) การใช้น้ำหมุนเวียน (water recycling)

รวมทั้งด้าน optics ซึ่งใช้ในกิจการอวกาศและแผงโซลาร์ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอริโซนา (University of Arizona) ยังมีชื่อเสียงในด้านการแพทย์ ด้าน optic และเทคโนโลยีชีวภาพ

2. สภาหอการค้าฯ กล่าวหลายครั้งถึงชื่อเสียงและระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งมีบริษัทอเมริกันและต่างชาติไปลงทุนจำนวนมาก อาทิ Caterpillar ที่มีสำนักงานใหญ่ในมลรัฐอริโซนา รวมทั้งเชิญกงสุลใหญ่ฯ นำเสนอโอกาสการค้าการลงทุนกับประเทศไทยต่อที่ประชุมกลุ่ม Economic Development Forum ของเมืองทูซอนในโอกาสต่อไป

3. กงสุลใหญ่ฯได้นำเสนอภาพรวมรวมเศรษฐกิจไทยนโยบายประเทศไทย 4.0 การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC) และเชิญชวนสภาหอการค้า Tucson จัดคณะนักธุรกิจเดินทางเยือนไทย เพื่อศึกษาโอกาสลู่ทางการค้าการลงทุน โดยมอบกำหนดการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและการลงทุนต่าง ๆ ตลอดปี 2561 ของไทย

4. ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุนฯ อธิบายนโยบายการลงทุนของรัฐบาลไทย สิทธิประโยชน์การลงทุนของไทย และเชิญชวนสภาหอการค้า Tucson และสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องไปร่วมงาน Thailand : From Opportunity to Reality ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในเดือน มี.ค. ศกนี้

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2561 เวลา 11.00 น. กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส นางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส นางสุดากร เทวกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครลอสแอนเจลิส และคณะ ได้เข้าพบนาง Thelda Williams, Councilwoman เขต 1 เมืองฟีนิกซ์และได้หารือดังนี้

1. เมืองฟีนิกซ์เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ของสหรัฐฯ มีประชากรกว่า 1.6 ล้านคน เมืองฟีนิกซ์มีแผนการพัฒนาเน้นการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนำมาประยุกต์กับอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ โดยใช้แรงจูงใจด้านภาษีและจูงใจให้เอกชนทำงานวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษา ซึ่งมีมหาวิทยาลัยสำคัญในเมืองฟีนิกซ์คือ Arizona State University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีนักศึกษากว่า 100,000 คน และอาจารย์ทำวิจัยด้านวิทยาศาสตร์กว่า 2,000 คน และได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมถึงสามปีติดต่อกัน (ค.ศ. 2016-2018)

2. กงสุลใหญ่ฯ เชิญให้นาง Williams และนายกเทศมนตรีนำคณะนักธุรกิจจากฟีนิกซ์เดินทางไปสำรวจลู่ทางการค้าการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนาง Williamsได้แสดงความสนใจเป็นอย่างมากและจะประสานการเยือนกับสถานกงสุลใหญ่ฯ ต่อไป

3. กงสุลใหญ่ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ได้อธิบายศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของไทย นโยบายประเทศไทย 4.0 และ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่ให้สิทธิ์ประโยชน์กับนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ รวมทั้งให้ข้อมูลและเชิญชวนภาคเอกชนของเมืองฟีนิกซ์เข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จะจัดในประเทศไทย

4. ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับสาขาความร่วมมือที่สามารถพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันเช่น แผงโซลาร์ พลังงานแสงอาทิตย์และหน่วยเก็บพลังงาน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ การดูแลและบริการสุขภาพผู้สูงวัย เทคโนโลยีการเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ และจะหารือเกี่ยวกับหน่วยงานและรายละเอียดต่อไป

วันเดียวกัน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ นครลอสแอนเจลิส และข้าราชการทีมประเทศไทย ได้เข้าพบนาง Joan Koerber-Walker ประธานสมาคมอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งมลรัฐอริโซน่า (Arizona Bioindustry Association-AZBio) ที่ Center for Entrepreneurial Innovation (CEI) เมืองฟีนิกซ์ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. CEI เป็นศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ (business incubator) ที่ให้การสนับสนุนแบบครบวงจรแก่ธุรกิจ startup ในอริโซน่า ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (bioscience) เทคโนโลยีการแพทย์ และการสร้างความยั่งยืน (sustainability) โครงการที่ CEI สนับสนุนอยู่ อาทิ บ. Neolightซึ่งกำลังพัฒนาเตียงขนาดพกพาสำหรับรักษาเด็กแรกเกิดที่มีอาการตัวเหลือง โดยใช้พลังงานได้ทั้งแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ และโครงการพัฒนาชีวเคมีที่ลดการมีประจำเดือนของหนูเพศเมียเพื่อแก้ไขปัญหาศัตรูพืชและปัญหาชุมชนเมือง เป็นต้น

2. CEI นำเสนอเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัย (endowment model) ทั้งนี้ CEI กำลังระดมทุนให้ถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดตั้ง Healthcare Impact Foundation (HCIF) ซึ่งไทยสามารถนำรูปแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ได้ หรืออาจร่วมมือกับ CEI จัดตั้งกองทุนในลักษณะนี้ เป็นต้น

3. กงสุลใหญ่ฯ และทีมประเทศไทยร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายประเทศ 4.0 และสาขาที่ไทยให้ความสำคัญมีความร่วมมือ ได้แก่ เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี หุ่นยนต์ ดิจิตอล การแพทย์ และโลจิสติกส์และการบิน นอกจากนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญนักวิจัยจาก AZBioและ CEI ไปเยือนไทยเพื่อสร้างเครือข่ายกับนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพของไทย ซึ่งประธาน AZBioแสดงความสนใจ และจะประสานงานกับสถานกงสุลใหญ่ฯ ต่อไป

วันเดียวกัน กงสุลใหญ่ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ นครลอสแอนเจลิส และข้าราชการทีมประเทศไทย ได้เยี่ยมชมสถาบันการออกแบบชีวภาพ (BiodesignInstitue) และสถาบันแห่งความยั่งยืนของโลก (Global Institute of Sustainability) ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอริโซน่า (Arizona State University-ASU) สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. สถาบัน Biodesignเชี่ยวชาญการนำรูปแบบตามธรรมชาติของจุลินทรีย์ (microorganisms) มาประยุกต์ใช้กับศาสตร์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วิศวกรรม และการแพทย์ ผลงานที่โดดเด่น อาทิ การนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในชั้นบรรยากาศมาเลี้ยงสาหร่าย (algae) และมีกระบวนการเปลี่ยนสาหร่ายให้กลายเป็นเชื้อเพลิง (Biofuel) หรือการนำขยะทางการเกษตรและเศษอาหารมาแปรรูปเป็นก๊าซมีเทนและก๊าซไฮโดรเจน เป็นต้น

2. สถาบัน Biodesignแนะนำให้ไทยร่วมมือและถ่ายทอดเทคโนโลยีกับศูนย์นวัตกรรม SkySongสังกัด ASU ในสาขาที่สนใจร่วมกัน อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น

3. สถาบันแห่งความยั่งยืนของโลกเป็นสหสาขาวิชาที่ผลิตบัณฑิตระดับ ป.ตรี-เอก โดยเน้นศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาของชุมชนเมืองทั่วโลก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของมนุษย์และธรรมชาติ ที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้จัดโครงการ Global Consortium for Sustainable Outcomes (GCSO) เพื่อให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกมาร่วมมือกันทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวของไทยที่ได้เข้าร่วม โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฮ่องกง และองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ทำโครงการเพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านของไทยด้วย

4. กงสุลใหญ่ฯ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาขาที่ไทยสนใจจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี หุ่นยนต์ การแพทย์ และการบิน เป็นต้น ซึ่งสถาบันฯ แสดงความสนใจเช่นกัน เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของไทย จึงเสนอจะจัดคณะนักวิชาการไปพบหารือกับทีมประเทศไทยที่นครลอสแอนเจลิสต่อไป

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2561 กงสุลใหญ่ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส และข้าราชการทีมประเทศไทย ได้พบหารือกับนาย James Ashley ผู้อำนวยการคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งอริโซน่า (Industrial Commission of Arizona-ICA) ที่เมืองฟีนิกซ์สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. ICA สังกัดสำนักงานผู้ว่าการมลรัฐอริโซน่า ทำหน้าที่กำกับดูแลกฎระเบียบและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสวัสดิภาพ ความปลอดภัยในที่ทำงาน และสิทธิของลูกจ้าง ในแต่ละปี ICA รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอุบัติเหตุจากการทำงานกว่า 75,000 เรื่อง และเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับค่าจ้างกว่า 3,000 เรื่อง โดย ICA ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็กในอริโซน่า เพื่อสร้างความปลอดภัยในการทำงานให้แก่ลูกจ้าง

2. กงสุลใหญ่ฯ และทีมประเทศไทยร่วมกันให้ข้อมูลนโยบายประเทศไทย 4.0 และเชิญภาคเอกชนอริโซน่าเดินทางเยือนไทยในช่วงที่มีการจัดงานแสดงสินค้าและการลงทุนสำคัญๆ ในประเทศไทย โดยขอให้นำเรียนผู้ว่าการมลรัฐอริโซนาพิจารณา ซึ่ง ICA แสดงความสนใจ และแจ้งว่าจะประสานข้อมูลนี้ให้กับ Arizona Commerce Authority และผู้ว่าการมลรัฐอริโซนาต่อไป

3. กงสุลใหญ่ฯ แนะนำ ดร. พอล ชุมพล ผู้แทนบริษัท Nano Bio Group ประเทศไทย ซึ่งมีแผนจะมาเปิดโรงงานในเมือง Mesa มลรัฐอริโซน่า เพื่อผลิตจุลินทรีย์สำหรับเป็นอาหารพืช

4. ICA ให้ข้อมูลว่า หน่วยงานรัฐในอริโซน่านำระบบการบริหารจัดการแบบใหม่มาใช้ในองค์กร เรียกว่า Lean Management หรือ Arizona Management System โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดระยะเวลาให้บริการ เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ให้เท่ากับภาคเอกชน ซึ่งเป็นแนวคิดที่หน่วยราชการไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2560 กงสุลใหญ่ฯ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส และข้าราชการทีมประเทศไทย ได้พบหารือกับ น.ส. Ruth Soberanesผู้อำนวยการด้านการค้าและการลงทุน Greater Phoenix Economic Council (GPEC) ที่เมืองฟีนิกซ์สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. GPEC เป็นองค์กรร่วมภาครัฐ-เอกชน ทำหน้าที่ส่งเสริมศักยภาพของภาคเอกชนในเมืองฟีนิกซ์ โดยให้บริการข้อมูลเชิงวิเคราะห์ การจับคู่ทางธุรกิจ การลงทุน การสร้างความเชื่อมโยงกับแหล่งทรัพยากร และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ โดยมีโครงการที่สำคัญได้แก่ โครงการ “Connected Place” ซึ่งเน้นส่งเสริมธุรกิจ Internet of Things (IOT) ใน 4 สาขา ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ยานพาหนะไร้คนขับ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สวมใส่ได้ (Wearables) และอุตสาหกรรม 4.0 และโครงการ “Global Partnership Program” ซึ่งช่วยจับคู่ทางธุรกิจระหว่างบริษัทในฟีนิกซ์กับบริษัทต่างชาติ เป็นต้น

2. กงสุลใหญ่ฯ ประชาสัมพันธ์โครงการ Thai American Friendship Project เพื่อเชื่อมโยงเยาวชนไทยในสหรัฐฯ กับประเทศไทย ตลอดจนให้ข้อมูลเรื่อง Smart Visa และเชิญให้เข้าร่วมการสัมมนา “Thailand Taking Off” ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในเดือน มี.ค. ศกนี้

3. กงสุลใหญ่ฯ เชิญชวนให้ GPEC นำคณะนักธุรกิจเยือนไทยร่วมกับคณะจากเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศฯ เสนอว่า อาจจัดเวทีให้ GPEC บรรยายเรื่องโอกาสของนักธุรกิจไทยในการลงทุนที่เมืองฟีนิกซ์ด้วย ซึ่ง GPEC แสดงความสนใจเป็นอย่างมาก

.........................................................