Get Adobe Flash player

รองปลัดกระทรวงต่างประเทศ เยี่ยมธุรกิจชุมชนในไทยทาวน์

Font Size:

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการกงสุล กงสุลใหญ่แอลเอ เยี่ยมชมไทยทาวน์ ร่วมให้ความรู้และตอบคำถามเกี่ยวกับงานกงสุลเพื่อช่วยเหลือชุมชนไทย เยี่ยมชุมชนไทยในมลรัฐวอชิงตัน และร่วมงาน Thai Professional Day

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ช่วงบ่าย นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศและ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุลพร้อมคณะรวมทั้งกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสได้ไปเยี่ยมชมไทยทาวน์ โดยมีนายตัน พัฒนะ นายกสภาไทยทาวน์ นางจีน่า ปรีชา นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ และนางชัญชนิฐ มาร์เทอเรล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมชาวไทยให้การต้อนรับ

คณะได้รับทราบเกี่ยวกับประวัติของไทยทาวน์ รวมทั้งบทบาทของชุมชนไทยที่ร่วมกันพัฒนาไทยทาวน์ เช่น การจัดตั้งสภาไทยทาวน์ แนวทางการดำเนินงานของสภาไทยทาวน์ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ โครงการ Clean for Mom การปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่น และวาดภาพฝาผนัง “จ้ำม่ำ” เพื่อเพิ่มจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว อธิบดีกรมการกงสุลขอให้สถานกงสุลใหญ่ฯ พิจารณาเสนอการขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมไปที่กระทรวงการต่างประเทศกรมการกงสุลด้วย

นอกจากนั้น คณะฯได้ศึกษาดูงานโครงการ Thai Town Market Place ซึ่งศูนย์ส่งเสริมชาวไทยเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เรียนรู้การทำธุรกิจด้วย

รองปลัดกระทรวงฯ และคณะได้แวะเยี่ยมชมกิจการร้านบ้านขนมไทยในใจกลางไทยทาวน์ด้วย

คณะจากกระทรวงการต่างประเทศ อันได้แก่ นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวง ฯ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล นายมังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ฯ ณ กรุงอันตานานาริโว และคณะผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยกงสุลใหญ่ ฯ ณ นครลอสแอนเจลิส นายธานี แสงรัตน์และคณะ มาร่วมให้ความรู้และตอบคำถามเกี่ยวกับงานกงสุลเพื่อช่วยเหลือชุมชนไทยในต่างแดน ที่ร้านก๋วยเตี๊ยวห้อยขาฮอลลีวูด บนถนนซ้นเซ็ท ของ พิมลมาศ ผิวนวล และธงชัย วินัยธรรม เมื่อวันพฤหัสฯที่ 17 พฤษภาคม 2561

นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส พร้อมด้วยข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และข้าราชการทีมประเทศไทย ได้พบหารือกับนางกนิษฐา เพอร์ไรดา นายกสมาคมนวดไทยและสปาแห่งสหรัฐฯ ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. นายกสมาคมฯ เล่าถึงความเป็นมาของธุรกิจนวดไทยในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งการแข่งขันสูง การมีร้านนวดมากเกินความต้องการ การนวดแอบแฝง ไปจนถึงพนักงานนวดไม่มีใบอนุญาต (license) และร้านนวดถูกทางการสั่งปิด สมาคมฯ จึงพยายามแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะ 2 ประการหลัง ด้วยการสนับสนุนให้พนักงานนวดเรียนให้ครบหลักสูตรและสอบข้อสอบกลาง (MBLEX) ของ CAMTC และให้ร้านนวดดำเนินการขอใบอนุญาตเปิดร้าน (Police Permit) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ปัจจุบัน ปัญหาต่างๆ คลี่คลายไปมากแล้ว เหลือแต่เรื่อง 1.1) การสอบข้อสอบกลาง (MBLEX) ภาษาอังกฤษ ซึ่งยากมากสำหรับพนักงานนวดไทย สมาคมฯ จึงได้ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ฯ ผลักดันให้มีการแปลข้อสอบเป็นภาษาไทย และจะต้องติดตามผลต่อไป และ 1.2) การเทียบโอนวุฒิการศึกษาจาก รร สอนนวดในประเทศไทย ซึ่งเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา CAMTC ไม่อนุญาตให้ทำแล้ว

2. นายกสมาคมฯ แจ้งว่า ต้องการยกระดับการนวดไทยและสร้างภาพลักษณ์ที่ดี จึงสนใจจะนำตราสัญลักษณ์ สบส. รูปมือสีทอง มาแสดงในร้านที่ได้มาตรฐาน และเปลี่ยนมาใช้คำว่า “Nuad Thai” แทน “Thai Massage” เนื่องจากคำหลัง ร้านนวดต่างชาติมักใช้กันทั่วไปและสื่อไปในทางไม่ดี

3. รองปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีกรมการกงสุลเห็นด้วยกับการยกระดับมาตรฐานนวดไทยด้วยการใช้ตราสัญลักษณ์รูปมือสีทอง โดยหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง (สธ. / พณ. / กต.) ต้องหารือกันเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และแนะนำให้สมาคมฯ จดลิขสิทธิ์คำว่า “Nuad Thai” กับทางการท้องถิ่น

นอกจากนี้ ผู้บริหารกระทรวงฯ เห็นว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ อาจเชิญผู้บริหาร CAMTC เยือนไทย เพื่อให้ไปดูหลักสูตรการเรียนการสอนใน รร นวดที่ประเทศไทยว่าได้มาตรฐาน ซึ่งอาจช่วยให้ CAMTC พิจารณาเรื่องเทียบโอนวุฒิการศึกษาอีกครั้ง และสนับสนุนให้สมาคมฯ ประสานงานกับสมาคมนวดไทยในประเทศต่าง ๆ (เช่น ในเยอรมนี ญี่ปุ่น และสวีเดน) เพื่อประชุมหารือให้ธุรกิจนวดไทยเติบโตไปด้วยกันทั่วโลก

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการกงสุล กงสุลใหญ่ฯ และคณะได้ไปเยี่ยมชมกิจการร้านนวดไทย Massage Plus ที่เมืองพาซาดีนา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และคณะได้ไปเยี่ยมชมกิจการร้านนวดไทย Massage Plus ที่เมืองพาซาดีนา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยได้พบหารือกับเจ้าของร้าน พนักงานนวด และนางกนิษฐา เพอร์ไรดา นายกสมาคมนวดไทยและสปาแห่งสหรัฐฯ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

เจ้าของร้านและพนักงานนวดแจ้งว่า

อยากเห็นผู้ผลิตอุปกรณ์และสมุนไพรในการนวดไทย (เช่น น้ำมันนวด ยาหม่อง ลูกประคบ) มาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าธุรกิจความงามและนวดสปาในสหรัฐฯ ให้มากขึ้น

เสนอให้มีการนำมาตรฐานรูปมือสีทองมาใช้กับร้านนวดไทยในสหรัฐฯ

ขอให้มีการเทียบโอนวุฒิการศึกษาจาก รร.สอนนวดในประเทศไทย มานับรวมกับชั่วโมงการเรียนการสอน ในสหรัฐฯ และ

ขอให้เพิ่มภาษาอังกฤษในการฝึกอบรมเสริมทักษะนวดไทย ซึ่งอาจจัดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อแสดงถึงความได้มาตรฐาน

ผู้บริหารกระทรวงฯ แจ้งว่า

สมาคมฯ สามารถช่วยให้ภาคเอกชนไทยมาร่วมงานแสดงสินค้านวดสปาในสหรัฐฯ ได้มากขึ้น ด้วยการหาข้อมูลและศึกษาตลาดว่า ตลาดนวดไทยในสหรัฐฯ เป็นอย่างไร มีโอกาสเติบโตมากน้อยเพียงใด คุ้มค่าหรือไม่ และยังต้องการสินค้าตัวใด เพื่อส่งมอบให้สถานกงสุลใหญ่ฯ และสำนักงานการค้าฯ นำไปใช้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษากฎระเบียบการนำเข้าสินค้า และชักจูงภาคเอกชนไทยต่อไป

การนำตราสัญลักษณ์ สบส. รูปตรามือโดยจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และจัดให้มีการตรวจเยี่ยมร้านนวดไทยเหล่านั้น เพื่อให้มีการปฏิบัติตามและรักษามาตรฐาน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

นอกจากนี้ ผู้บริหารกระทรวงฯ แนะนำให้สมาคมฯ ศึกษาและจดลิขสิทธิ์คำว่า “Nuad Thai” กับทางการท้องถิ่น และจัดทำ guidebook แนะนำร้านนวดไทยที่ได้มาตรฐานรูปมือสีทอง (ในทำนองเดียวกัน guidebook ของร้านอาหารที่ได้รับ Michelin Star) เพื่อประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์

โดยที่ CAMTC ระบุว่า ผู้ที่จะสอบ MBLEX จะต้องเรียนหลักสูตรนวดในมลรัฐฯ ให้ครบ 500 ชั่วโมง ดังนั้น สมาคมฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จึงควรเจรจากับ รร.สอนนวดในมลรัฐฯ ให้รับโอนหน่วยกิตบางส่วนจาก รร.สอนนวดในประเทศไทย และอาจจัดให้คณะบริหาร รร.สอนนวดในมลรัฐฯ ไปเยี่ยมชม รร.สอนนวดที่ประเทศไทยเพื่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพ ซึ่งจะช่วยพนักงานนวดไทยได้มาก

การฝึกอบรมเสริมทักษะนวดไทย สามารถจัดเป็นภาษาอังกฤษได้ และอาจเชิญวิทยากรจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งมีทั้งบุคลากรและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มาเข้าร่วม โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ สามารถออกใบประกาศนียบัตร ระบุจำนวนชั่วโมง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมนำไปใช้นับรวมกับชั่วโมงเรียนใน รร.ต่อไป

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ช่วงบ่ายนายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศและนายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุลพร้อมคณะ รวมทั้งกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสได้เดินทางไปยังวัดไทยลอสแอนเจลิส เพื่อกราบนมัสการพระเทพมงคลวิเทศ (หลวงพ่อใหญ่) เจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส และได้รับทราบแผนการพัฒนาของวัดในอนาคต เช่นการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมและศูนย์วัฒนธรรมไทย

คณะฯ ได้ประชุมร่วมกับผู้นำชุมชน สมาคม และพี่น้องชาวไทยที่อาศัยอยู่ในลอสแองเจลิสและเมืองใกล้เคียง ที่ให้ความสนใจมาเข้าร่วมกว่า 70 คน โดยรองปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีกรมการกงสุล ได้กล่าวถึงนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมและส่งเสริมสวัสดิภาพคนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาการของบริการด้านการกงสุล เช่น การทำหนังสือเดินทางที่มีอายุ 10 ปี และการทำวีซ่าอิเล็กทรอหรือ e-application

หลังจากนั้น คณะฯ ได้ตอบคำถามต่าง ๆ ที่ประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของชุมชน ปัญหาเกี่ยวกับการถือสองสัญชาติ การเกณฑ์ทหาร และทะเบียนราษฎร โดยมีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ร่วมตอบคำถามด้วย

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมการกงสุลเยี่ยมชุมชนไทยในมลรัฐวอชิงตันและร่วมงาน Thai Professional Day

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศและนายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสและคณะได้เข้าร่วมงาน Thai Professional Day ซึ่งจัดโดยทีมงานคนรุ่นใหม่และสนับสนุนโดยสมาคมไทยแห่งรัฐวอชิงตัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ สร้างเครือข่าย และส่งเสริมความสามัคคีเข้มแข็งของชุมชนไทย ซึ่งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ เช่น ด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหาร การดูแลสุขภาพ การทำงาน และกฎหมายคนเข้าเมือง เป็นต้น

รองปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีฯ ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของคนไทยในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ ที่มีวิชาชีพด้าน IT และนวัตกรรม ซึ่งสามารถสนับสนุนรัฐบาลดำเนินนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เช่น การประชาสัมพันธ์โครงการ Smart VISA ให้เพื่อนต่างชาติเดินทางไปทำงานและลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ประเทศไทย การพัฒนาการตรวจลงตราวีซ่า หรือการรวบรวมรายชื่อคนเชื้อสายไทยผู้มีพรสวรรค์และสร้างช่องทางติดต่อกับ Startups หรือภาคธุรกิจที่ไทย เพื่อช่วยแนะนำแนวทางหรือร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยีในไทย

กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวถึงมิติงาน 3C (Community/ Cooperation and Commerce และ Consular) การส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนไทย การเชื่อมโยงความสามารถของคนไทยกับการพัฒนาประเทศไทย และการปรับปรุงงานบริการกงสุล ที่ได้ให้ความสำคัญตลอดมา รวมทั้งชมเชยการจัดงานฯในครั้งนี้ ซึ่งสามารถนำไปเป็นรูปแบบจัดขึ้นในเมืองและมลรัฐอื่น ๆ ได้ และได้เชิญชวนให้ประชาชนในมลรัฐวอชิงตันไปใช้บริการกงสุลสัญจรในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้.