Get Adobe Flash player

บอร์ดซุพเพอร์ไวเซอร์ โหวต เพิ่มทีมป้องรร.จากการบุกยิง

Font Size:

บอร์ดออฟซุพเพอร์ไวเซอร์ โหวต ให้ขยายทีมคุ้มครองโรงเรียนในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ จากการบุกยิง

เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคมที่ผ่านมา บอร์ดออฟซูเพอร์ไวเซอร์ของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ได้อนุมัติข้อเสนอของซุพเพอร์เวเซอร์ เจนิส ฮาห์น ร่วมกับซุพเพอร์ไวเซอร์ แคธรีน บาร์เกอร์ในการขยายและสนับสนุนโปรแกรมที่มุ่งเป้าไปสู่การป้องกันการบุกยิง และสร้างความรุนแรงในกลุ่มโรงเรียนในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้

ทีมตอบสนองต่อการช่มขู่ในโรงเรียน (School Threat Assessment Response Team) หรือมีชื่อย่อว่า START เป็นโปรแกรมที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้การดูแลของกรมสุขภาพจิต ประกอบผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตซึ่งทำงานกับผู้อำนวยการโรงเรียน ครูที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน หรือพ่อแม่ของนักเรียน มีความห่วงใยต่อนักเรียนที่พูดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย แสดงพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือสร้างพฤติกรรมข่มขู่ หลังจากได้รับแจ้งการข่มขู่ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นสมาชิกของกลุ่ม START ได้ไปเยี่ยมโรงเรียน ประเมินนักเรียนและไปเยี่ยมที่บ้านของนักเรียนด้วย ในกรณีส่วนใหญ่ทีม START สามารถส่งต่อกลุ่มนักเรียนไปให้รับบริการคำปรึกษา แต่ในรายที่ร้ายแรงกว่านั้นนักเรียนอาจถูกกักกันไว้ 72 ชั่วโมงหรือถูกจับหากมีการกระทำความผิดทางอาญาขึ้น

ในขณะนี้โปรแกรม START มีเจ้าหน้าที่จำนวน 10 คน แต่อย่างไรก็ตามในการที่จะตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้น ของการถูกบุกยิงในโรงเรียนที่มากขึ้นทั่วทั้งประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซุพเพอร์ไวเซอร์ฮาห์นและซุพเพอร์ไวเซอร์บาร์เกอร์ได้เสนอแนวทางให้ทีมสามารถขยายเพิ่มเติมหรือพัฒนาให้ดีขึ้น โดยตั้งแต่มีการผ่านญัตติในครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ทีม START ก็ได้รับสายโทร.เข้าเกี่ยวกับการคุกคามถึง 133 ครั้ง

“ ข้าพเจ้าไม่สงสัยเลยว่าโปรแกรมSTART นี้จะช่วยชีวิตคนหลายคน” ซุพเพอร์ไวเซอร์ เจนิส ฮาห์นกล่าว “แต่ทรัพยากรของทีมนี้ยังมีอยู่น้อยมาก ในเคาน์ตี้ที่มีประชารกรมากกว่า 10 ล้านคนเราจำเป็นที่จะต้องมีทีมที่มีคนทำงานมากกว่า 10 คน เรากำลังลงทุนในโปรแกรมนี้และให้ทรัพยากรที่พวกเขาต้องการสำหรับการจัดการการช่มขู่คุกคามอย่างจริงจัง เพราะชีวิตของเด็กของเรามีความสำคัญอย่างมาก”

“ในการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและโรงเรียน โครงการ START เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ซึ่งสามารถทำงานไปในทิศทางที่จะป้องกันโศกนาฏกรรมโดยตอบสนองต่อสัญญาณเตือน และการร้องเรียกหาความช่วยเหลือโดยผู้ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น” ซุพเพอร์ไวเซอร์ แคธรีน บาร์เกอร์กล่าว “เราต้องแน่ใจว่าโรงเรียนของพวกเรา พ่อแม่ ครู และนักเรียนช่วยเหลือเราในการรวบรวมข้อมูล เพื่อที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตสามารถประเมินและจัดการกับพฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมสุขภาพจิตได้ทำรายงานกลับไปพร้อมทั้งข้อเสนอแนะ 2-3 ประการ อันได้แก่ การขยายโปรแกรม START การพัฒนาโครงการให้การศึกษาเพื่อที่จะฝึกนักเรียน ครูและสมาชิกชุมชนให้สามารถตระหนักถึงและรายงานการข่มขู่คุกคามที่เกิดขึ้น รวมทั้งสร้างแคมเปญสร้างความตื่นตัวในการสื่อสารทั่วทั้งเคาน์ตี้ ด้วยการผ่านญัตติเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม กรมสุขภาพจิตได้รับการชี้แนะให้นำเอาข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติ และจ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อจะพัฒนาทางที่ดีที่สุดที่จะขยายโปรแกรม START ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของโรงเรียนได้มากที่สุด

จากการผ่านญัตตินี้กรมสุขภาพจิตจะทำงานร่วมกับกรมการศึกษาของเคาน์ตี้เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มโรงเรียนในเขตทั้งหมดเพื่อที่จะเป็นทรัพยากรให้กับโรงเรียนในการสร้างแคมเปญสร้างความตื่นตัวในการป้องกันความรุนแรงในโรงเรียน จัดแบบการฝึกอบรม และจัดทำวีดีโอเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงในโรงเรียนซึ่งจะเอาไปใช้ในช่วงการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษาที่จะมาถึงนี้

(วลัยพรรณ เกษทอง รายงาน)