Get Adobe Flash player

เปิดตัว CPAFศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิง ที่มีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

Font Size:

งานเปิดตัวศูนย์ชุมชนแห่งใหม่ของ Center for the Pacific Asian Family (CPAF)

ในวันนี้สององค์กรหลักคือ Asian Pacific Women’s Center (APWC) และ Center for the Pacific Asian Family (CPAF)  ซึ่งร่วมมือในการช่วยเหลือแก่สตรี เด็ก และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศมากว่า 17 ปี ได้ประกาศรวมตัวกันเป็นองค์กรเดียวในชื่อ Center for the Pacific Asian Family (CPAF) ภายใต้การนำของ Debra Suh ผู้อำนวยการบริหาร และได้ย้ายศูนย์ชุมชนไปยังเลขที่ 3424 Wilshire Boulevard ใน Koreatown นครลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นสำนักงานที่ใหญ่ขึ้นและมีขนาดเพียงพอสำหรับทีมงานของทั้งสององค์กร เพื่อให้บริการครบวงจรแก่ชาวเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงต่อผู้หญิง

ในมณฑลลอสแอนเจลิสมีชาวเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก อาศัยอยู่จำนวนกว่า 1.5 ล้านคน โดยร้อยละ 64 เป็นผู้อพยพ และร้อยละ 43 พูดภาษาอังกฤษได้ไม่คล่อง หนึ่งในสองของผู้อพยพที่เป็นผู้หญิงชาวเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิกถูกทำร้ายทางร่างกาย เพศ หรืออารมณ์ และมีแนวโน้มน้อยที่สุดที่จะรายงานการถูกทำร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบ CPAF จึงหวังที่จะให้ความรู้แก่ชุมชนชาวเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก เกี่ยวกับความสำคัญของสิทธิสตรีและการคุ้มครองสตรีภายใต้กฎหมายปัจจุบัน เป้าหมายขององค์กรคือ เพื่อช่วยเหลือผู้รอดพ้นจากการถูกทำร้ายดังกล่าว ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประสบความสำเร็จ และช่วยให้คนเหล่านั้นก้าวต่อไปข้างหน้าได้

David Ryu สมาชิกสภานครลอสแอนเจลิสเขต 4 ซึ่งได้มาร่วมแสดงความยินดีในการเปิดที่ทำการศูนย์ใหม่กล่าวว่า “ปัญหาของผู้ไร้ที่อยู่อย่างหนึ่งคือบางกลุ่มไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ คนไร้ที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของเด็กกำพร้า ผู้สูงอายุและผู้ถูกทารุณกรรมในครอบครัว ซึ่ง CPAF เป็นองค์กรหลักที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในกลุ่ม API ที่ถูกทารุณกรรมในครอบครัว ซึ่งโชคดีที่มีการสร้างที่อยู่ในเขตของเรา และในการเลือกตั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเราได้ผ่านกฏหมาย Measure HHH ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างที่อยู่ และในการเลือกตั้งท้องถิ่นต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเราก็ได้โหวตผ่าน Measure H ซึ่งเป็นการให้ทุนช่วยเหลือทางด้านบริการทุกอย่างกับผู้ไร้ที่อยู่ด้วย”

นอกจากนี้สมาชิกสภาเมือง David Ryu แล้วยังมีตัวแทนจากสมาชิกสภานครลอสแอนเจลิสเขต 10 และผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ภาษาต่าง ๆ มาร่วมงานด้วยมากมาย

CPAF ให้บริการสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง บริการการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ และที่พักอาศัยสำหรับกรณีฉุกเฉินและเฉพาะกาล บริการทั้งหมดเหล่านี้มีให้ฟรี เป็นความลับ และมีบริการให้เป็นภาษาเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิกจำนวนสูงสุด 30 ภาษา ในช่วงปีที่ผ่านมา CPAF ได้ช่วยตอบปัญหาทางโทรศัพท์ในภาวะวิกฤติเป็นจำนวนเกือบสี่พันครั้ง ผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาได้รับคำแนะนำปรึกษา การวางแผนความปลอดภัย รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลสาธารณะและบริการเพิ่มเติมต่างๆ

ในศูนย์ CPAF มีเจ้าหน้าที่ชาวไทยทำงานอยู่ 3 คน ซึ่งในวันเปิดตัวศูนย์ชุมชนใหม่ ทางศูนย์ได้มอบหมายให้คุณ ทอญ่า บริล เจ้าหน้าที่ของศูนย์ CPAF ชาวไทยที่ทำงานในองค์กรมา 4 ปีแล้วเป็นผู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับองค์กรกับพวกเราเธอได้เล่าถึงเคสของคนไทยที่เธอได้ช่วยเหลือเมื่อปี 2015 ว่าเธอได้ช่วยเหลือในการเปลี่ยนสัญชาติ ช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยในราคาที่ย่อมเยาว์ และวันนี้ผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นได้มีชีวิตที่ดี รู้สึกปลอดภัย และขอบคุณ CPAF มากที่ได้ช่วยเหลือเขาในยามเดือดร้อน ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร

ที่บ้านเฉพาะกาลซึ่งคุณทอญ่าทำงานอยู่จะช่วยเหลือในเรื่องการขอวีซ่า U และ T สำหรับผู้ที่ถูกทำร้ายและขอเปลี่ยนสัญชาติ มีบริการให้คำปรึกษาทางกฏหมาย หาที่อยู่อาศัยถาวรและบริการล่าม ถือว่าเป็นที่ที่มีการบริการในทุกด้านและไม่มีค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่างเช่น เคสของภรรยาที่ถูกสามีทำร้ายที่เข้าข่ายจะได้รับการคุ้มครองโดยกฏหมาย VAWA โดยปกติถ้าหาก ว่าใช้ทนายทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ถ้าหากว่ามาที่ศูนย์จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ จึงอยากจะให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่เป็นเหยื่อต่อความรุนแรงมาใช้บริการกันให้มากขึ้น

นอกจากนี้คุณทอญ่า ยังได้กล่าวเสริมว่าเรื่องทุกอย่างจะถูกปิดเป็นความลับ แม้แต่ตัวเธอซึ่งทำงานที่บ้านพักเฉพาะกาล ก็ไม่ได้บอกครอบครัวของเธอว่าที่ทำงานเธอนั้นอยู่ที่ไหน และสำหรับผู้ที่เป็นโรบินฮูดก็ไม่ต้องห่วงว่าทางองค์กรจะแจ้งให้รัฐบาลส่งตัวกลับ เพราะทางศูนย์มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนและห่วงใยเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ

หากคุณหรือรู้จัก คนที่เป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ คุณสามารถเข้าไปศูนย์ชุมชนใน Koreatown เพื่อพูดคุยกับตัวแทนของศูนย์ได้ในเวลาทำการวันจันทร์-ศุกร์ระหว่างเวลา 8.00-17.30 น. และหากต้องการความช่วยเหลือด่วนนอกเวลาทำการ สามารถโทร.ไปที่เบอร์สายด่วน 1-800-339-3940 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมทั้งสามารถหาข้อมูลเบื้องต้นในภาษาไทยได้ที่เวบไซด์ www.nurturingchange.org

.........................................................