Get Adobe Flash player

สกญ.นำนักธุรกิจจากออริกอน ร่วมสัปดาห์พลังงาน‘อาเซียน’

Font Size:

กสญ.นำคณะนักธุรกิจ สาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อมจากมลรัฐออริกอน เข้าร่วมสัปดาห์พลังงานอาเซียนที่ยั่งยืน ASEAN Sustainable Energy Week

สถานกงสุลใหญ่ฯ ร่วมกับ Business Oregon และ Prosper Portland นำคณะนักธุรกิจสาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อมจากมลรัฐออริกอนเข้าร่วม ASEAN Sustainable Energy Week จัดโดยกระทรวงพลังงานระหว่างวันที่ 6-9 มิ.ย. 2561 โดยได้จัดให้พบหน่วยงานไทที่เกี่ยวข้องด้วย

ในโอกาสการหารือระหว่างอาหารกลางวันเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 กับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส. ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) โดยมีนายศรัณย์ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสเข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญดังนี้

รมต.กอบศักดิ์ฯ ยินดีที่บริษัทจากมลรัฐออริกอน ซึ่งเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานสะอาด ให้ความสนใจมาลงทุนค้าขายในประเทศไทย และเล่าถึงโครงการสำคัญของไทยในช่วง 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ได้แก่ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งประกอบด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เช่น ท่าเรือแหลมฉบังและสนามบินอู่ตะเภา การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา ให้เหลือเพียง 45 นาที - 1 ชั่วโมง และการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ เป็นต้น โดยโครงการทั้งหมดมีมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รมต.กอบศักดิ์ฯ เข้าใจดีว่าขณะนี้ สหรัฐฯ มีนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนและการสร้างงานในประเทศ (America First) แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเอเชีย เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยจีนมีประชากร 1.4 พันล้านคน อินเดียมีประชากร 1.2 พันล้านคน และอาเซียนมีประชากร 800 ล้านคน แต่หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า การลงทุนในประเทศไทยนั้นเหมาะสมที่สุด เนื่องจากไทยเป็นประเทศรายได้ระดับกลางที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีตลาดเปิด ไม่มีปัญหาการลอกเลียนเทคโนโลยี และดูแลนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ไทยยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเส้นทางคมนาคมทางบกเชื่อมต่อไปถึงจีนและอินเดีย การลงทุนตั้งโรงงานในไทย จึงสามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค และเป็นฐาน (base) และประตู (gateway) ไปสู่ตลาดในประเทศเพื่อนบ้านของไทย จีนและอินเดียได้อีกด้วย

เลขาธิการ BOI แจ้งว่า เทคโนโลยีที่ไทยกำลังให้ความสนใจ ได้แก่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า สถานีชาร์จไฟฟ้า และการกำจัด/รีไซเคิลขยะ โดยนักลงทุนต่างชาติจะได้รับผลประโยชน์และสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ อัตราภาษีคงที่ ซึ่งต่ำกว่าที่สหรัฐฯ ถึงร้อยละ 17

นักธุรกิจจากมลรัฐออริกอน ขอบคุณฝ่ายไทยที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าการลงทุนให้เป็นอย่างดี และแนะนำเทคโนโลยีของแต่ละบริษัท ตั้งแต่การกักเก็บพลังงาน ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า การจัดการ/รีไซเคิลไม้และโลหะ ไปจนถึงเทคโนโลยีด้านน้ำ โดยหวังว่าในการเข้าร่วมออกบูธในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 ในปีนี้ จะได้บริษัทไทยมาเป็นคู่ค้าและพันธมิตรด้านการลงทุนในประเทศไทยต่อไป